ตอนที่ 22 — หลักฐานชิ้นสำคัญเผยความจริง
สารวัตรสมชายรับฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พิมพ์และอรรถพลอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลที่พบในแฟลชไดรฟ์นั้น "ข้อมูลนี้...น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากครับคุณพิมพ์ คุณแน่ใจนะว่ามันมาจากแฟลชไดรฟ์ของวิรัชจริงๆ"
"แน่ใจค่ะสารวัตร" อรรถพลตอบเสียงหนักแน่น "เราได้มันมาตอนที่คุณวิรัชกำลังจะหลบหนี และเราได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มันเป็นข้อมูลที่ละเอียดมากเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของบริษัทเรา และที่สำคัญคือมีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งบางชื่อก็ไม่เคยปรากฏในเอกสารการประชุมใดๆ มาก่อนเลย"
พิมพ์เสริม "มีบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาลไปยังบัญชีที่ดูเหมือนจะเป็นบัญชีม้าค่ะสารวัตร และมีอีเมลบางฉบับที่แสดงให้เห็นถึงการรับสินบน การปกปิดความผิดพลาด และการบิดเบือนข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน" เธอหยุดพูดเล็กน้อย กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ที่น่าตกใจที่สุดคือ มีชื่อของคุณกนกวรรณ และ...ของคุณอาชา อยู่ในรายการด้วยค่ะ"
คำพูดของพิมพ์เหมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกจุดชนวนขึ้นในห้องสารวัตรสมชาย ใบหน้าของสารวัตรที่เคยดูสงบนิ่ง บัดนี้ฉายแววตกตะลึงระคนไม่เชื่อ "คุณอาชา...เนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้...เขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนะ"
"ข้อมูลมันชัดเจนค่ะสารวัตร" อรรถพลกล่าว "มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรงกับของคุณอาชาในเอกสารบางฉบับ และมีบันทึกการสนทนาทางอีเมลที่แสดงให้เห็นถึงการวางแผนร่วมกันเพื่อปกปิดข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมื่อหลายปีก่อน"
พิมพ์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในหัวใจ ความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้ มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว "มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดธรรมดาค่ะสารวัตร มันคือการทุจริตครั้งใหญ่ การยักยอกเงินบริษัทไปเป็นจำนวนมหาศาล และการสร้างความเสียหายให้กับผู้ถือหุ้นจำนวนมาก" เธอสูดหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ "ข้อมูลนี้ยังระบุถึงบุคคลภายในอีกหลายคน ที่มีส่วนรู้เห็นในการปกปิดหลักฐานและอำนวยความสะดวกในการโอนเงินที่ผิดกฎหมาย"
สารวัตรสมชายลุกขึ้นเดินไปมาในห้องอย่างกระสับกระส่าย "เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะรับมือคนเดียวได้ ผมต้องรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที คุณพิมพ์ คุณอรรถพล ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลนี้ นี่อาจจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะนำไปสู่การคลี่คลายคดีทั้งหมดได้"
"แล้ววิรัชกับคุณกนกวรรณล่ะคะสารวัตร" พิมพ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "พวกเขากลับไปที่บ้านแล้ว ดิฉันกลัวว่าพวกเขาจะหาทางหนีอีกครั้ง"
"ไม่ต้องห่วงครับ" สารวัตรสมชายตอบอย่างหนักแน่น "ผมจะส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปรักษาความปลอดภัยที่บ้านของคุณวิรัชทันที และจะเร่งออกหมายจับเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องตามข้อมูลที่คุณให้มา"
ขณะที่สารวัตรสมชายกำลังสั่งการเจ้าหน้าที่ผ่านวิทยุสื่อสาร พิมพ์และอรรถพลยืนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความหวังที่ใกล้จะถึงจุดหมาย และความกลัวต่อสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป การเปิดโปงความจริงในครั้งนี้ อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการธุรกิจที่พวกเขาอยู่ และอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาอย่างคาดไม่ถึง
"พิมพ์...เธอแน่ใจนะว่าข้อมูลพวกนี้มันจะช่วยเราได้จริงๆ" อรรถพลถาม เสียงของเขาแผ่วเบาลงเมื่อมองเห็นความเหนื่อยล้าและความกังวลบนใบหน้าของพิมพ์
"ฉันหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะอรรถพล" พิมพ์ตอบ พลางกุมมือของเขาไว้แน่น "ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริง มันไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัท แต่มันคือเรื่องของความยุติธรรม มันคือเรื่องของคนบริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้าย และมันคือเรื่องของความจริงที่ถูกปิดบังมานานหลายปี"
เธอเงยหน้ามองอรรถพล ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่ "เราจะสู้จนถึงที่สุด อรรถพล ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ"
อรรถพลพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เขาเชื่อมั่นในความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของพิมพ์ เขาเองก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างเธอในทุกสถานการณ์ "ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอพิมพ์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
สารวัตรสมชายเดินกลับมาหาพวกเขา "ผมได้จัดการเรื่องการรักษาความปลอดภัยที่บ้านของคุณวิรัชแล้ว และกำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป คุณทั้งสองคนไม่ต้องกังวลนะครับ"
"ขอบคุณมากค่ะสารวัตร" พิมพ์กล่าวด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง "ดิฉันจะรอฟังข่าวจากทางคุณนะคะ"
เมื่อออกจากสถานีตำรวจ แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดส่อง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับดูอึมครึมกว่าเดิม พิมพ์และอรรถพลขึ้นรถและขับออกไปเงียบๆ ทั้งสองคนต่างครุ่นคิดถึงชะตากรรมของตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง ความจริงที่ถูกเปิดเผยนี้ จะนำพาพวกเขาไปสู่อะไร? ชัยชนะที่รอคอย หรือหายนะที่มองไม่เห็น?
3,730 ตัวอักษร