ตอนที่ 7 — ความจริงของความทรงจำที่ผิดเพี้ยน
พิมพ์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูสถานีตำรวจ อากาศยามเย็นที่เคยสดชื่นกลับกลายเป็นเย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ มือที่ถือเอกสารสำคัญทั้งสองชิ้นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ อร เพื่อนสนิทของเธอ ยืนอยู่ข้างๆ พยายามส่งกำลังใจผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“คุณพิมพ์แน่ใจนะคะว่าจะทำแบบนี้” อรถามอีกครั้ง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “การเข้าไปให้ปากคำแบบนี้ อาจจะทำให้คุณนทีลำบากกว่าเดิมนะคะ”
พิมพ์สูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “ฉันต้องทำค่ะอร” เธอตอบเสียงหนักแน่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เพิ่งค้นพบ “ฉันไม่สามารถปล่อยให้นทีต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป เพราะความทรงจำที่ถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง และฉันก็ไม่สามารถทนเห็นเขาตกเป็นเหยื่อของแผนการชั่วร้ายนี่ได้อีกต่อไป”
เธอเงยหน้ามองอาคารสถานีตำรวจที่ดูใหญ่โตและน่าเกรงขาม “ที่นี่คือที่เดียวที่จะช่วยคลี่คลายทุกอย่างได้ ฉันต้องบอกความจริงกับตำรวจ ฉันต้องแสดงหลักฐานที่ฉันมี”
“แต่คุณพิมพ์คะ” อรยังคงกังวล “คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่อยู่ในบันทึกของคุณนที และใบเสร็จยาพวกนั้น จะทำให้ตำรวจเชื่อคุณได้ทั้งหมด การเผชิญหน้ากับคุณแพรวาโดยตรงในตอนนี้ อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนะคะ”
“ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง” พิมพ์ยอมรับ “แต่เวลาที่เรามีเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างตอนนี้ นทีอาจจะตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงกว่าเดิมก็ได้ ฉันเชื่อในความรักของฉันที่มีต่อเขา และฉันเชื่อว่าความจริงจะสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้”
พิมพ์ก้าวเข้าไปในสถานีตำรวจอย่างมั่นคง โดยมีอรเดินตามมาติดๆ การเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่สนามรบที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความไม่แน่นอน แต่ภายในใจของเธอ กลับมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อคนที่เธอรัก
หลังจากที่เธอได้พบกับสารวัตรผู้รับผิดชอบคดี เธอก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเธอกับนที ความทรงจำที่เลือนหายไปของเขาหลังจากอุบัติเหตุ และความรู้สึกผิดปกติที่เธอสัมผัสได้จากพฤติกรรมของแพรวา
“บันทึกของคุณนทีเล่มนี้” พิมพ์ยื่นสมุดบันทึกสีน้ำตาลเก่าแก่ให้กับสารวัตร “เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เขามีความรู้สึกสับสนระหว่างดิฉันกับคุณแพรวาจริงๆ ในช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุ และเขาก็เริ่มสงสัยในบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับคุณแพรวาด้วยค่ะ”
เธอเปิดหน้ากระดาษที่บันทึกข้อความบางส่วนเอาไว้ให้สารวัตรดู “นี่ค่ะ ข้อความที่เขาเขียนถึงความรู้สึกของตัวเอง… เขาบอกว่าเขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาก็ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร”
สารวัตรอ่านข้อความในบันทึกอย่างละเอียด ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความครุ่นคิด “น่าสนใจครับ คุณพิมพ์” เขากล่าว “แล้วใบเสร็จยาพวกนี้ล่ะครับ มีความเกี่ยวข้องอย่างไร”
พิมพ์ยื่นใบเสร็จยาที่เก็บรวบรวมมาให้กับสารวัตร “ดิฉันพบสิ่งเหล่านี้ซุกซ่อนอยู่ในลิ้นชักของห้องทำงานคุณนทีค่ะ” เธออธิบาย “เป็นยาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเวชบางประเภท ซึ่งดิฉันไม่เคยเห็นคุณนทีต้องใช้ยาเหล่านี้มาก่อนเลยค่ะ และเมื่อลองตรวจสอบกับร้านขายยาที่ออกใบเสร็จ ก็พบว่ายาเหล่านี้ถูกสั่งจ่ายให้กับชื่อของคุณแพรวาค่ะ”
“คุณแพรวาเป็นคนใช้ยาพวกนี้?” สารวัตรเลิกคิ้ว “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณนที?”
“นั่นคือสิ่งที่ดิฉันกำลังสงสัยค่ะ” พิมพ์ตอบ “ดิฉันสงสัยว่า… คุณแพรวาอาจจะใช้ยาเหล่านี้ เพื่อ… เพื่อทำให้คุณนทีสับสน หรือมีอาการทางจิตที่รุนแรงขึ้น ทำให้เขาจำดิฉันไม่ได้ หรือจำผิดคนไป ดิฉันได้ยินมาว่ายารักษาอาการทางจิตบางชนิด หากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือใช้กับบุคคลที่ไม่ควรใช้ อาจส่งผลกระทบต่อความทรงจำและพฤติกรรมได้อย่างมากค่ะ”
สารวัตรพยักหน้าช้าๆ “เป็นข้อสันนิษฐานที่น่ากังวลครับ คุณพิมพ์” เขากล่าว “แต่เราต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ ในการจะกล่าวหาใคร หรือดำเนินคดีใดๆ”
“ดิฉันทราบค่ะ” พิมพ์ตอบ “แต่ดิฉันเชื่อว่า… ความทรงจำของคุณนทีที่หายไป อาจจะไม่ใช่ความบังเอิญจากการประสบอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว ดิฉันรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามควบคุมเขา หรือบิดเบือนความทรงจำของเขาอยู่”
“คุณนทีเคยพูดอะไรที่บ่งบอกถึงความสงสัยในตัวคุณแพรวาบ้างไหมครับ” สารวัตรถามต่อ
“ก่อนที่เขาจะประสบอุบัติเหตุ เขาเคยพูดกับดิฉันว่า เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป เขาบอกว่าเขารู้สึกไม่สบายใจเวลาอยู่ใกล้คุณแพรวา แต่เขาก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม” พิมพ์เล่า “และในบันทึกเล่มนี้ ก็มีบางส่วนที่เขาเขียนถึงความรู้สึกสับสนของตัวเอง”
เธอรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาคลอ “ดิฉันรักคุณนทีมากค่ะสารวัตร ดิฉันไม่สามารถทนเห็นเขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อีกต่อไป ดิฉันเพียงต้องการความจริง และต้องการให้เขาได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม”
สารวัตรมองพิมพ์ด้วยความเห็นใจ “ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดีครับ คุณพิมพ์” เขากล่าว “ผมจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติม และจะสอบปากคำคุณแพรวาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”
“ขอบคุณมากค่ะสารวัตร” พิมพ์กล่าว “ดิฉันหวังว่า… ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมานาน จะได้ถูกเปิดเผยเสียที”
เธอออกจากสถานีตำรวจพร้อมกับอร หัวใจยังคงเต้นแรงด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็มีความรู้สึกโล่งใจที่ได้บอกความจริงออกไปแล้ว อย่างน้อยที่สุด เธอก็ได้ทำสิ่งที่คิดว่าถูกต้องที่สุดแล้วในเวลานี้
4,273 ตัวอักษร