ตอนที่ 20 — ความลับดำมืดในอดีต
"คุณแน่ใจนะแพรวา ว่าเรื่องที่นลินเห็นนั้นเป็นเรื่องจริง?" อนาวินถามขณะที่ทั้งสองนั่งจิบชาอยู่ในห้องรับแขกของเขา แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แต่ในใจของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
แพรวาพยักหน้าช้าๆ "นลินดูจริงจังมากนะอนาวิน เขาบอกว่าเห็นนลินส่งเอกสารให้คนที่ไม่คุ้นหน้า แล้วก็เคยได้ยินนลินพูดเกี่ยวกับแผนการด้วย"
"แต่… ทำไมนลินถึงทำแบบนั้น?" อนาวินขมวดคิ้ว "เขามีเหตุผลอะไรที่จะทำลายบริษัทของเธอ?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" แพรวาถอนหายใจ "แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง มันคงไม่ใช่แค่การแก้แค้นส่วนตัวแน่ๆ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น"
"หรือว่า… มันจะเกี่ยวกับเรื่องในอดีตของนลิน?" อนาวินครุ่นคิด "ที่ผ่านมา นลินไม่เคยพูดถึงครอบครัวของเขาเลย ฉันเองก็ไม่เคยรู้จัก"
"ฉันเองก็ไม่เคยถาม" แพรวายอมรับ "แต่ถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยล่ะ?"
"บางที… มันอาจจะเป็นความลับที่เขาไม่อยากให้ใครรู้" อนาวินกล่าว "หรืออาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนที่เขาไม่อยากให้เราเข้ามายุ่ง"
แพรวาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพยายามนึกย้อนไปถึงความทรงจำเกี่ยวกับนลิน ภาพของชายหนุ่มผู้เย็นชาและเก็บตัว ผุดขึ้นมาในหัว แต่ก็ไม่มีอะไรที่บ่งชี้ถึงแผนการร้ายกาจเช่นนี้
"แล้ว… ถ้าเราจะลองสืบเรื่องนี้ดูล่ะ?" แพรวาเสนอ "เราอาจจะต้องย้อนกลับไปดูประวัติของนลินให้ละเอียดกว่านี้"
"ฉันเห็นด้วย" อนาวินตอบรับ "แต่เราต้องระวังตัวด้วยนะ แพรวา ถ้าเขาเป็นคนแบบที่นลินบอกจริงๆ เขาอาจจะอันตรายกว่าที่เราคิด"
"ฉันรู้" แพรวาพยักหน้า "แต่เราจะปล่อยให้เขาทำร้ายเราได้ยังไง ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะหยุดยั้งเขา?"
ทั้งสองเริ่มวางแผนอย่างละเอียด พวกเขาตัดสินใจจะเริ่มจากการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของนลิน และความสัมพันธ์ของเขากับบุคคลภายนอกที่เขาอาจจะติดต่อด้วย
ในขณะเดียวกัน ที่อีกมุมหนึ่งของเมือง นลินกำลังนั่งเผชิญหน้ากับชายร่างท้วมผู้มีใบหน้าเรียบเฉย "เป็นไงบ้าง? แผนเป็นไปตามที่คาดไว้ไหม?"
นลินยิ้มมุมปาก "แน่นอน คนโง่ๆ อย่างแพรวา ไม่เคยระแวงใครเลยสักนิด ตอนนี้บริษัทของเธอกำลังจะจมน้ำแล้ว"
"ดีมาก" ชายร่างท้วมกล่าว "แล้วเรื่องของอนาวินล่ะ? เขาเริ่มสงสัยบ้างหรือยัง?"
"ยัง" นลินส่ายหน้า "เขายังคงเชื่อมั่นในตัวแพรวาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ไม่นานหรอก เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย เขาคงจะเข้าใจ"
"นายแน่ใจนะว่านายทำทุกอย่างเพื่อเขา?" ชายร่างท้วมถาม น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความสงสัย
"แน่นอน" นลินตอบเสียงหนักแน่น "สิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เขาต้องเสียไปในอดีต"
"แต่… นายกำลังทำร้ายคนบริสุทธิ์นะ" ชายร่างท้วมท้วง
"ความบริสุทธิ์ของพวกเขา มันแลกมาด้วยความเจ็บปวดของครอบครัวฉัน" นลินตอบเสียงเย็นชา "แล้วนายก็รู้ดี"
ชายร่างท้วมเงียบไป เขาจำได้ดีถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของนลิน เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่แพรวาเป็นเจ้าของอยู่
"ฉันแค่ไม่อยากให้นายต้องจมดิ่งไปกับความแค้นมากเกินไป" ชายร่างท้วมกล่าว "บางที… การปล่อยวางอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
"ปล่อยวางเหรอ?" นลินหัวเราะในลำคอ "มันง่ายที่จะพูดนะ แต่การที่จะทำให้ครอบครัวของฉันได้รับความยุติธรรม มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ"
"แล้วนายคิดว่าการทำลายชีวิตคนอื่น จะทำให้ครอบครัวของนายมีความสุขจริงหรือ?" ชายร่างท้วมถามต่อ
"ฉันจะรู้ได้ยังไง" นลินตอบ "แต่ที่แน่ๆ คือ ฉันจะไม่หยุดจนกว่าจะได้สิ่งที่ฉันต้องการ"
ขณะที่นลินกำลังวางแผนทำลายล้างแพรวาและอนาวินนั้น แพรวาและอนาวินก็กำลังขุดคุ้ยความลับดำมืดในอดีตของนลินเช่นกัน พวกเขาได้ข้อมูลบางอย่างที่น่าตกใจเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวนลิน ซึ่งเคยประสบปัญหาอย่างหนักจนเกือบล้มละลายเมื่อหลายปีก่อน
"นี่ไง" อนาวินชี้ไปที่เอกสาร "ดูนี่สิ บริษัทที่เคยเป็นคู่แข่งสำคัญของบริษัทแพรวาในอดีต ชื่อบริษัท 'เวียงแก้ว' ถูกประกาศล้มละลายไปเมื่อสิบปีก่อน"
แพรวามองเอกสารด้วยความตกใจ "แล้ว… มันเกี่ยวกับนลินยังไง?"
"ครอบครัวของนลินเป็นเจ้าของบริษัทนี้" อนาวินอธิบาย "และดูเหมือนว่า… การล้มละลายครั้งนั้น จะมีสาเหตุมาจากการที่บริษัทของครอบครัวแพรวาในยุคนั้น ใช้กลยุทธ์ที่ผิดกฎหมายในการแข่งขัน"
"หมายความว่า… นลินกำลังแก้แค้นให้ครอบครัวของเขา?" แพรวาถามเสียงสั่น "แต่… นั่นมันนานมากแล้วนะ"
"ความแค้นมันฝังลึกนะแพรวา" อนาวินตอบ "โดยเฉพาะเมื่อมันส่งผลกระทบถึงชีวิตของครอบครัวเขา"
"แต่… ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมเขาถึงไม่เคยพูดอะไรเลย?" แพรวาครุ่นคิด "แล้วทำไมนลินถึงไปติดต่อกับคนที่ไม่รู้จัก?"
"บางที… เขาอาจจะกำลังหาคนมาช่วยเขา" อนาวินสันนิษฐาน "คนที่สามารถช่วยให้เขากลับมามีอำนาจได้อีกครั้ง"
"แล้ว… เราจะทำยังไง?" แพรวาถาม "เราจะสู้กับเขาได้ยังไง ในเมื่อเราไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป?"
"เราต้องหาหลักฐานให้ได้" อนาวินตอบหนักแน่น "หลักฐานที่สามารถเอาผิดเขาได้จริงๆ"
ทั้งสองตระหนักดีว่าสถานการณ์กำลังบานปลายเกินกว่าที่คาดคิด การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาคืนทางธุรกิจอีกต่อไป แต่มันคือการต่อสู้กับความแค้นที่ฝังลึกมานานหลายปี
4,068 ตัวอักษร