ตอนที่ 31 — แผนการลับและการเผชิญหน้า
"คุณแน่ใจนะว่าเราจะทำแบบนี้?" แพรวาถามด้วยน้ำเสียงที่ยังมีความลังเล เธอหันไปมองวายุที่นั่งอยู่ข้างเบาะคนขับ แล้วสบตาอนาวินที่นั่งเบาะหลัง ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองฉายแววแห่งความมุ่งมั่น แต่เธอก็ยังอดรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วแพรวา" อนาวินตอบเสียงหนักแน่น "ข้อมูลที่เราได้มามันชัดเจนเกินไป ชายคนนั้นไม่ได้มาเล่นๆ และถ้าเราไม่หยุดเขาตอนนี้ มันอาจจะสายเกินไป"
วายุพยักหน้าเห็นด้วย "ผมตรวจสอบประวัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีเก่าของคุณวิรัชแล้ว มีบางอย่างที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าสงสัย ชายปริศนาที่เราพูดถึง อาจจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อแม่แพรวาจริงๆ"
"แล้วทำไมเขาถึงเพิ่งจะปรากฏตัวตอนนี้ล่ะคะ?" แพรวายังคงมีคำถามผุดขึ้นในใจไม่หยุด "มันนานเกินไปแล้วนะ"
"บางทีเขาอาจจะรอจังหวะที่เหมาะสม" วายุสันนิษฐาน "รอจนกว่าทุกอย่างจะลงตัว รอจนกว่าเราจะอ่อนแอที่สุด หรืออาจจะรอให้คุณวิรัชรวบรวมหลักฐานได้มากพอ เขาคงกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย"
"เราต้องรีบทำอะไรสักอย่าง" อนาวินเน้นย้ำ "ผมไม่อยากให้คุณต้องตกอยู่ในอันตรายอีกแล้ว"
"แต่เราจะทำอะไรได้ล่ะคะ?" แพรวาถอนหายใจ "เรามีข้อมูลไม่มากพอที่จะแจ้งตำรวจได้ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน แล้วมีใครเป็นพวกบ้าง"
"เรามีข้อมูลที่จำเป็น" วายุบอก "เรารู้ว่าเขาต้องการอะไรบางอย่างจากคฤหาสน์หลังนี้ จากห้องลับนั้น และที่สำคัญ เรามีคุณ"
แพรวาหันไปมองวายุอย่างไม่เข้าใจ "มีฉัน? ฉันจะช่วยอะไรได้คะ?"
"คุณคือคนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ คุณคือคนที่เขากลัว" วายุอธิบาย "ความทรงจำของคุณ แม้จะเลือนราง แต่มันคืออาวุธที่ดีที่สุดที่เรามีตอนนี้ เราต้องทำให้คุณนึกออกให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นจริงๆ"
"ฉันพยายามแล้วค่ะ" แพรวากล่าวเสียงแผ่ว "แต่ภาพมันยังพร่ามัว มีแค่ความรู้สึกหวาดกลัว ความเจ็บปวด แล้วก็ความมืด"
"เราจะค่อยๆ ไปด้วยกัน" อนาวินจับมือแพรวาไว้แน่น "ไม่ต้องรีบร้อน คุณจะจำได้แน่ๆ"
"สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้" วายุพูดต่อ "คือการวางแผนอย่างรอบคอบ เราจะเข้าไปในคฤหาสน์อีกครั้ง แต่มันต้องไม่ใช่การเข้าไปแบบคนไม่มีแผน"
"คุณมีแผนในใจแล้วใช่ไหมคะ?" แพรวาถาม
"ผมมีแนวคิดคร่าวๆ" วายุยิ้มมุมปาก "เราจะใช้ห้องลับนั้นให้เป็นประโยชน์ เราจะล่อให้เขาเปิดเผยตัวเองออกมา"
"ล่อยังไงคะ?" อนาวินถามด้วยความสนใจ
"เราจะทำให้เขารู้สึกว่าเรากำลังจะได้สิ่งที่เขาต้องการ" วายุอธิบาย "เราจะทำให้เขากลัวว่าเราจะเปิดโปงความลับของเขาได้ก่อนที่เขาจะทำอะไรสำเร็จ"
"แต่มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่าคะ?" แพรวาถามด้วยความเป็นห่วง
"ทุกอย่างล้วนมีความเสี่ยง" วายุตอบ "แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ความเสี่ยงที่จะสูญเสียทุกอย่างก็จะยิ่งมากขึ้น"
"ผมเห็นด้วยกับวายุ" อนาวินกล่าว "เราต้องกล้าเสี่ยง"
"โอเคค่ะ" แพรวากลั้นใจตอบ "ฉันจะทำตามแผนของพวกคุณ"
รถของวายุแล่นเข้ามาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของแพรวา แสงไฟสีส้มอ่อนๆ สาดส่องลงมาจากเสาไฟตามทางเดิน สร้างเงาทอดยาวบนพื้นถนน
"ผมจะให้คนของเราเฝ้าดูความปลอดภัยของที่นี่ตลอด 24 ชั่วโมง" วายุบอกขณะที่รถจอดสนิท
"ขอบคุณนะคะ" แพรวายิ้มขอบคุณ "ฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะเลย"
"อย่ากังวลไปเลย" อนาวินบีบมือเธอเบาๆ "เราจะอยู่ตรงนี้เสมอ"
แพรวาเดินลงจากรถ มองไปยังตึกสูงตระหง่านที่เธออาศัยอยู่ แสงไฟในห้องของเธอสว่างวาบ แสดงว่าแม่ของเธออาจจะกำลังรออยู่
"ฉันต้องเข้าไปแล้วค่ะ" เธอหันไปบอกวายุและอนาวิน
"พรุ่งนี้เช้า เราจะมาหา" วายุบอก "เราจะเริ่มวางแผนกันอย่างจริงจัง"
"แล้วเจอกันค่ะ" แพรวาโบกมือลา แล้วรีบเดินเข้าไปในอาคาร
ภายในห้องพัก แพรวาพบกับแม่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟา
"กลับมาแล้วเหรอจ๊ะลูก" แม่เงยหน้าขึ้นมาทักทาย "เป็นไงบ้างวันนี้?"
"ก็เรื่อยๆ ค่ะแม่" แพรวาตอบ พยายามเก็บความกังวลไว้ในใจ "มีอะไรให้ทานไหมคะ หนูหิวมากเลย"
"แม่ทำแกงจืดไว้ให้แล้วจ้ะ ไปนั่งพักก่อนนะ" แม่บอกพลางลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว
แพรวานั่งลงบนโซฟา พยายามผ่อนคลาย แต่ความคิดก็ยังคงวนเวียนอยู่กับแผนการที่จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูคนใหม่ เธอหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของวายุและอนาวินที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"เราจะผ่านมันไปได้" เธอพึมพำกับตัวเอง "เราต้องผ่านมันไปให้ได้"
คืนนั้น แพรวานอนหลับไม่สนิทนัก ฝันร้ายยังคงตามหลอกหลอน แต่ครั้งนี้มันมีความชัดเจนมากขึ้น ภาพเหตุการณ์ในอดีตเริ่มปะติดปะต่อกัน แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์
เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เธออาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกไปรอหน้าประตูอพาร์ตเมนต์
ไม่นานนัก รถของวายุก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า
"พร้อมแล้วใช่ไหม?" วายุถามเมื่อแพรวาขึ้นมานั่งประจำที่
"ค่ะ" แพรวาตอบเสียงหนักแน่น "ฉันพร้อมแล้ว"
อนาวินนั่งอยู่ข้างๆ มองแพรวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "ไม่ต้องกลัวนะ เราจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ"
"ขอบคุณค่ะ" แพรวายิ้มให้กำลังใจ
"แผนของเราคือ" วายุเริ่มอธิบาย "เราจะเข้าไปในคฤหาสน์ตามปกติ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เราจะแอบติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงไว้ทั่วบริเวณ โดยเฉพาะในห้องลับ"
"แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาจะเข้ามาเมื่อไหร่?" อนาวินถาม
"เราจะใช้ของบางอย่างที่เราพบในห้องลับเป็นเหยื่อล่อ" วายุตอบ "ของบางอย่างที่มันมีความสำคัญกับเรื่องราวในอดีต และผมเชื่อว่าเขาจะต้องตามหามัน"
"คุณแน่ใจนะว่าจะใช้ของพวกนั้น?" แพรวาถามด้วยความเป็นห่วง
"มันเป็นทางเดียวที่เราจะมีหลักฐานที่ชัดเจน" วายุอธิบาย "เราต้องเสี่ยง"
"ผมจะเตรียมทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวไว้รอบนอกคฤหาสน์" อนาวินเสริม "ถ้ามีอะไรผิดพลาด เราจะเข้าช่วยเหลือทันที"
"ดีมาก" วายุพยักหน้า "เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์"
การเดินทางไปยังคฤหาสน์ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ ทุกคนต่างครุ่นคิดถึงแผนการที่กำลังจะเริ่มขึ้น ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วรถ แต่ก็มีความหวังเล็กๆ ที่ฉายประกายอยู่ในดวงตาของทุกคน
เมื่อรถแล่นเข้ามาในบริเวณคฤหาสน์ แพรวารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนไหวอยู่บริเวณสวนหลังบ้าน
"ดูนั่นสิคะ!" แพรวาร้องบอก "มีคนอยู่ตรงนั้น!"
วายุและอนาวินรีบหันไปมองตามที่แพรวาชี้ เห็นร่างของชายคนหนึ่งกำลังก้าวเข้ามาใกล้ตัวบ้านอย่างรวดเร็ว
"เขามาแล้ว!" อนาวินอุทาน
"รีบเลย!" วายุเร่ง "เราต้องเข้าข้างในก่อนที่เขาจะเห็นเรา!"
รถแล่นเข้าไปจอดอย่างรวดเร็วที่โรงรถ แพรวา วายุ และอนาวินรีบลงจากรถ แล้วตรงไปยังประตูหลังบ้านอย่างเร่งรีบ
"เร็วเข้า!" วายุตะโกน "เขาตามเรามาแน่!"
ทั้งสามคนผลักประตูเข้าไปในบ้านอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังไล่ตามมาติดๆ
5,277 ตัวอักษร