เมียจำเป็นของนักธุรกิจโหด

ตอนที่ 31 / 45

ตอนที่ 31 — แผนซ้อนของภาคินที่พลิกผัน

ภาคินมองทีมงานที่นั่งอยู่รอบโต๊ะประชุมอย่างเคร่งขรึม ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดหนัก เขาเพิ่งได้รับรายงานจากทนายสุชาดาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างศรันย์กับเรื่องราวในอดีตของคุณวิสุทธิ์ การพบข้อมูลว่าคุณพลอยไพลินเคยมีปากเสียงกับคุณวิสุทธิ์อย่างรุนแรงก่อนที่เธอจะตั้งครรภ์เมษา ประกอบกับคำพูดของทนายสุชาดาที่กำลังพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างศรันย์กับคุณวิสุทธิ์ ยิ่งทำให้ภาคินมั่นใจว่าศรันย์กำลังมีส่วนรู้เห็นในแผนการบางอย่างที่ซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้ "ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณวิสุทธิ์ครับ" ทนายสุชาดาเริ่มรายงาน "ดูเหมือนว่าคุณวิสุทธิ์มีหนี้สินจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว และมีความกดดันจากเจ้าหนี้อย่างหนัก" ภาคินพยักหน้าช้าๆ "แล้วมีอะไรที่เชื่อมโยงศรันย์กับคุณวิสุทธิ์โดยตรงไหม" "ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนครับ" ทนายสุชาดาตอบ "แต่จากการสืบประวัติการเงินของทั้งสองคน พบว่าเคยมีการทำธุรกรรมที่น่าสงสัยหลายครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน มีการโอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชีของคุณวิสุทธิ์ โดยที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน" "แปลว่าศรันย์อาจจะให้เงินคุณวิสุทธิ์ เพื่อแลกกับการทำอะไรบางอย่าง" ภาคินกล่าวสรุป "ก็มีความเป็นไปได้สูงครับ" ทนายสุชาดาเสริม "และที่น่าสนใจคือ ทราบมาว่าก่อนที่คุณพลอยไพลินจะเสียชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการมรดกของคุณวิสุทธิ์กะทันหัน โดยผู้จัดการมรดกคนใหม่คือบุคคลที่เคยทำงานใกล้ชิดกับศรันย์มาก่อน" คำพูดนี้ทำให้ภาคินยิ่งขมวดคิ้ว เขาหันไปมองเมษาที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอมีสีหน้ากังวล แต่ก็ยังคงพยายามตั้งใจฟัง "เมษา" ภาคินหันไปหาเธอ "คุณจำอะไรเกี่ยวกับคุณวิสุทธิ์ได้บ้างไหม" เมษาส่ายหน้าช้าๆ "ฉันจำได้แค่ภาพลางๆ ค่ะคุณภาคิน ท่านดูเป็นคนใจดี แต่ก็… ดูเหนื่อยๆ ฉันไม่ค่อยได้เจอท่านบ่อยนัก คุณแม่ไม่ค่อยอยากให้ฉันเจอกับท่านค่ะ" "ทำไมล่ะ" ภาคินถาม "คุณแม่ไม่เคยบอกเหตุผลตรงๆ ค่ะ" เมษากล่าว "แต่ฉันจำได้ว่าคุณแม่เคยพูดทำนองว่า… ท่านเป็นคนที่มีปัญหาหลายอย่าง ท่านอาจจะทำให้เราเดือดร้อนได้" "ปัญหาอะไร" ภาคินคาดคั้น "ไม่แน่ใจค่ะ" เมษากล่าว "แต่ฉันรู้สึกว่า… ท่านคงจะมีความลับบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครรู้" ภาคินหันกลับมามองที่โต๊ะประชุม "ดูเหมือนว่าศรันย์จะใช้ประโยชน์จากปัญหาของคุณวิสุทธิ์ ในการวางแผนบางอย่างที่เกี่ยวกับมรดกของคุณพลอยไพลิน" "แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะ" ทนายสุชาดากล่าวถาม "เราต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม" ภาคินกล่าวเสียงหนักแน่น "เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าศรันย์รู้เรื่องพินัยกรรมของคุณพลอยไพลินก่อนที่ผมจะรู้ และเขามีส่วนในการทำให้พินัยกรรมฉบับนี้ถูกบิดเบือน" "แต่เราจะหาหลักฐานนั้นจากที่ไหนคะ" ทนายสุชาดาถาม "ผมมีไอเดีย" ภาคินกล่าวพลางยิ้มมุมปาก "ผมจะกลับไปดูที่บ้านเก่าของผมอีกครั้ง ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างที่เรามองข้ามไป" "บ้านเก่าของคุณภาคิน" เมษากล่าวอย่างประหลาดใจ "คุณหมายถึง… บ้านที่คุณเคยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ของคุณเหรอคะ" "ใช่" ภาคินพยักหน้า "บ้านหลังนั้นมีความทรงจำมากมาย และผมเชื่อว่า… มันอาจจะมีเบาะแสบางอย่างซ่อนอยู่" ภาคินใช้เวลาช่วงบ่ายในการเดินทางกลับไปยังบ้านเก่าของเขา มันเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้อย่างสวยงาม แม้จะทิ้งร้างไปนาน แต่บ้านหลังนี้ยังคงความสง่างามไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ภาคินเดินสำรวจไปตามห้องต่างๆ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ เขาแวะไปที่ห้องทำงานของบิดา ซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและหนังสือเก่าๆ "คุณภาคินคะ" เสียงของทนายสุชาดาดังขึ้นจากโทรศัพท์ "ดิฉันได้ข้อมูลเกี่ยวกับทนายความที่เคยดูแลคดีของคุณพลอยไพลินเมื่อหลายปีก่อนค่ะ เขาเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนด้วยอุบัติเหตุ" "อุบัติเหตุเหรอ" ภาคินทวนคำ "น่าสงสัย" "ค่ะ" ทนายสุชาดาตอบ "แต่ดิฉันเจอข้อมูลว่าก่อนเสียชีวิต เขาได้มอบเอกสารบางส่วนให้กับเพื่อนสนิทของเขา ซึ่งเป็นทนายอีกคนหนึ่ง ดิฉันกำลังติดต่อเขาอยู่ค่ะ" ภาคินวางสายโทรศัพท์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขาเดินเข้าไปในห้องสมุดส่วนตัวของบิดา ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่มากมาย เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นหาเอกสารต่างๆ จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับกล่องไม้เก่าใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ "กล่องนี้มัน… คุ้นๆ นะ" ภาคินพึมพำ เขาค่อยๆ เปิดกล่องออก ข้างในเต็มไปด้วยรูปถ่ายเก่าๆ จดหมาย และเอกสารบางอย่าง เขาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาดู เป็นรูปของบิดาของเขากำลังนั่งพูดคุยอยู่กับชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งภาคินจำได้ทันทีว่าคือคุณวิสุทธิ์ "ทำไมคุณพ่อถึงถ่ายรูปกับคุณวิสุทธิ์" เขาถามตัวเอง จากนั้นเขาก็หยิบจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง ซองจดหมายมีตราประทับของบริษัทที่ภาคินคุ้นเคย เป็นบริษัทที่ศรันย์เคยบริหารงานมาก่อน จดหมายถูกเขียนด้วยลายมือของบิดาของเขา "ถึง ศรันย์" ภาคินอ่าน "ฉันรู้ว่าคุณกำลังพยายามทำอะไร และฉันอยากจะเตือนคุณ… อย่าเล่นกับไฟ" ภาคินอ่านจดหมายต่อด้วยใจที่เต้นระรัว เนื้อหาในจดหมายพูดถึงแผนการบางอย่างของคุณวิสุทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการฮุบสมบัติของครอบครัวพลอยไพลิน และบิดาของเขาได้เข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เพื่อพยายามช่วยเหลือพลอยไพลิน "คุณพ่อ… คุณพ่อรู้เรื่องนี้มาตลอด" ภาคินกล่าวเสียงสั่นเครือ "แล้วทำไมคุณพ่อถึงไม่เคยบอกผม" เขามองไปที่รูปถ่ายอีกใบหนึ่ง เป็นรูปของเขาในวัยเด็ก กำลังเล่นอยู่กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นพลอยไพลิน "คุณแม่… ท่านคงจะเสียใจมาก" ภาคินรวบรวมเอกสารทั้งหมดใส่กล่อง เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเผชิญหน้ากับศรันย์อย่างจริงจัง เขาโทรศัพท์หาทนายสุชาดา "สุชาดา" ภาคินกล่าว "ผมเจอสิ่งที่ผมตามหาแล้ว ผมมีหลักฐานที่จะมัดตัวศรันย์ได้" "จริงเหรอคะคุณภาคิน" ทนายสุชาดาถามด้วยความดีใจ "ดีมากเลยค่ะ" "ผมจะรีบกลับไปที่สำนักงาน" ภาคินกล่าว "เตรียมทุกอย่างให้พร้อม เราจะจัดการเรื่องนี้ให้จบ" ภาคินขับรถกลับเข้าเมืองด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขาโกรธศรันย์ที่วางแผนชั่วร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าที่บิดาของเขาต้องแบกรับภาระนี้ไว้เพียงลำพัง และไม่เคยเปิดเผยความจริงให้เขาได้รับรู้ เขาเชื่อว่าการเปิดโปงครั้งนี้ จะนำความยุติธรรมมาสู่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมษา

4,950 ตัวอักษร