ตอนที่ 16 — ความลับที่ถูกเปิดเผยในกล้อง
การสัมภาษณ์ครั้งแรกเต็มไปด้วยความประหม่า แต่นนท์และออยก็พยายามเล่าเรื่องราวของพวกเขาด้วยความจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิภาและทีมงานตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ การกดอัดเสียงและภาพของกล้องดูเหมือนจะดึงเอาความรู้สึกที่ซ่อนเร้นออกมาทีละน้อย นนท์มองออยเป็นครั้งคราว ออยเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดแต่ก็พยายามสื่อสารด้วยสายตาว่าเธอพร้อมที่จะเผชิญหน้าไปด้วยกัน ภีมยังคงนั่งอยู่เงียบๆ คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เขาเป็นเหมือนเสาหลักที่มองไม่เห็น คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่อยู่เสมอ
"คุณนนท์ครับ ช่วยเล่าถึงช่วงเวลาที่คุณเริ่มรู้สึกพิเศษกับคุณออยให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ" วิภาเริ่มคำถามแรกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่ก็ยังคงความเป็นมืออาชีพ
นนท์สูดหายใจเข้าลึกๆ "มัน... มันเริ่มจากความเป็นเพื่อนครับ เราทำงานด้วยกันเยอะมากในชมรมถ่ายภาพ แรกๆ ก็เป็นเรื่องของมุมกล้อง แสง สี เสียง หลังๆ มาเราก็เริ่มคุยกันเรื่องอื่นมากขึ้น คุยกันถึงความฝัน ความกังวล" เขากลืนน้ำลายเล็กน้อย "ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่เราต้องไปถ่ายภาพงานเทศกาลดนตรีที่ต่างจังหวัด อากาศตอนกลางคืนมันเย็นมาก ผมเห็นคุณออยตัวสั่น ผมเลยเอาเสื้อแจ็คเก็ตของผมให้เธอ"
วิภาพยักหน้า "แล้วตอนนั้นคุณออยรู้สึกอย่างไรครับ"
ออยหันมายิ้มบางๆ "ฉัน... ฉันประหลาดใจค่ะ ไม่คิดว่านนท์จะสังเกตเห็นว่าฉันหนาว แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ... ฉันรู้สึกอบอุ่นค่ะ ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ แต่เป็นความรู้สึกที่... มีคนใส่ใจ"
"นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเริ่มมองเห็นกันในมุมที่ต่างออกไปใช่ไหมครับ" วิภาถามต่อ
"ใช่ครับ" นนท์ตอบ "ผมเริ่มมองว่าคุณออยไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานอีกต่อไป เธอมีความอ่อนไหว มีความฝันที่อยากจะไปให้ถึง มีมุมมองต่อโลกที่น่าสนใจ ผมเริ่มอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น"
"แล้วคุณออยล่ะครับ เริ่มรู้สึกกับคุณนนท์อย่างไร"
ออยก้มหน้าเล็กน้อย "ตอนแรกก็รู้สึกดีค่ะ เขาเป็นคนเก่ง ทำงานเร็ว มีความรับผิดชอบสูง แล้วก็ใจดีกับทุกคน แต่พอเราเริ่มสนิทกันมากขึ้น ฉันก็เริ่มเห็นอีกด้านของเขา ด้านที่... เปราะบางนิดหน่อย" เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตานนท์ "เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเขามีความกดดันเรื่องการเรียนและอนาคตที่บ้าน ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่น่าเห็นใจ แล้วก็... อยากเข้าไปอยู่ใกล้ๆ อยากเป็นกำลังใจให้"
"แล้วมีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้คุณทั้งสองตัดสินใจว่าความรู้สึกที่มีให้กันมันมากกว่าคำว่าเพื่อนครับ" วิภาถาม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นนท์กับออยมองหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้เป็นออยที่พูดนำ "มีอยู่ครั้งหนึ่งค่ะ เราไปทำโปรเจกต์ถ่ายภาพที่ต่างจังหวัดเหมือนกัน คราวนี้เป็นทะเล ตอนกลางคืนเรานั่งคุยกันอยู่ริมหาด ดูดาว" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย "แล้วนนท์ก็จับมือฉันค่ะ"
สีหน้าของนนท์แดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย "ตอนนั้น... ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ผมแค่อยากสัมผัสถึงความอบอุ่นนั้น ผมอยากให้เธอรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้ ผมอยาก... บอกความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างใน"
"แล้วคุณออย... รู้สึกอย่างไรตอนที่นนท์จับมือคุณ" วิภาถาม
"ใจเต้นแรงมากค่ะ" ออยตอบเสียงเบา "ตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดึงมือออก ฉันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วตัว มันเป็นความรู้สึกที่... ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น แล้วก็... ดีใจ"
"ตอนนั้นคุณนนท์ได้พูดอะไรไหมครับ"
"ผม... ผมบอกเธอว่า... ผมชอบเธอ" นนท์สารภาพ "ผมบอกเธอว่าผมรู้สึกดีที่ได้อยู่กับเธอ และผมอยากลองพัฒนาความสัมพันธ์ของเราไปมากกว่านี้"
"แล้วคุณออย... ได้ตอบเขาว่าอย่างไรครับ"
ออยยิ้ม "ฉัน... ฉันไม่ได้พูดอะไรค่ะ ฉันแค่นั่งนิ่งๆ แต่ฉันบีบมือเขาตอบ" เธอหันไปมองนนท์ "ฉันคิดว่านั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดแล้วในตอนนั้น"
บทสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทั้งคู่เล่าถึงช่วงเวลาแห่งความสุข ความตื่นเต้นของการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ต้องเก็บเป็นความลับ การต้องระมัดระวังตัวในทุกย่างก้าว การต้องแอบพบกัน การต้องโกหกคนรอบข้างเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ มีช่วงเวลาที่นนท์เล่าถึงความกังวลเกี่ยวกับปฏิกิริยาของพ่อแม่และเพื่อนฝูง ส่วนออยก็เล่าถึงแรงกดดันจากสังคมรอบข้างที่เธอรู้สึกว่าไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของเธอ
"คุณคิดว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของความสัมพันธ์คุณคืออะไรครับ" วิภาถาม
"คือการที่สังคมอาจจะยังไม่ยอมรับค่ะ" นนท์ตอบอย่างตรงไปตรงมา "เรากลัวสายตาคนอื่น กลัวคำตัดสิน กลัวว่าคนที่เรารักจะไม่เข้าใจ"
"แล้วคุณเองล่ะครับ คุณออย"
"ฉันก็กังวลเรื่องอนาคตค่ะ" ออยตอบ "เราจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างไรในสังคมนี้ เราจะเปิดเผยตัวตนของเราได้มากแค่ไหน"
"แต่ถึงอย่างนั้น... คุณทั้งสองก็ยังเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป" วิภาเน้นย้ำ
"เพราะเราเชื่อในความรักของเราค่ะ" นนท์ตอบอย่างหนักแน่น "เรารู้ว่าเรารักกันจริงๆ และเราอยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักของเรามันสวยงามและมีความหมาย"
"ใช่ค่ะ" ออยเสริม "เราอยากให้ทุกคนเห็นว่าความรักมันมีหลายรูปแบบ และมันไม่ควรถูกตีตราหรือจำกัดอยู่แค่กรอบใดกรอบหนึ่ง"
บทสัมภาษณ์ดำเนินไปจนเกือบจะครบชั่วโมง เสียงหัวเราะ เสียงถอนหายใจ และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกต่างๆ ถูกบันทึกไว้ในเครื่องบันทึกเสียงของทีมงาน วินาทีสุดท้ายก่อนที่วิภาจะสั่งให้พัก นนท์มองไปที่กล้องด้วยสายตาที่จริงจัง
"ผมอยากให้สารคดีเรื่องนี้เป็นเหมือนกระจกบานหนึ่ง" นนท์กล่าว "ที่สะท้อนให้เห็นว่า... ความรักที่แท้จริง มันไม่ควรมีเงื่อนไข ไม่ควรมีกำแพงกั้น"
4,303 ตัวอักษร