รักต้องห้ามในรั้วมหาลัย

ตอนที่ 4 / 33

ตอนที่ 4 — แสงไฟในห้องสมุดยามดึก

ภีมขับรถตามรถมอเตอร์ไซค์ของนนท์มาอย่างช้าๆ ด้วยความเป็นห่วง เขามองเงาตะคุ่มของรุ่นน้องที่กำลังขับรถอยู่ข้างหน้า ภาพของนนท์ที่เคยยืนนิ่งราวกับถูกสาปตอนประกาศผลรางวัล ยังคงติดตาเขาอยู่เสมอ ภีมไม่เข้าใจว่าทำไมนนท์ถึงดูไม่ยินดีกับความสำเร็จของตัวเองขนาดนั้น ทั้งๆ ที่บทความของเขาน่าจะดีมากจริงๆ จนได้รับรางวัลอันดับหนึ่ง "เขาคงจะกดดันตัวเองมากไปสินะ" ภีมคิดในใจ "หรือว่า... จะมีอะไรที่เขาไม่สบายใจมากกว่านั้น" ความคิดของภีมวนเวียนอยู่กับนนท์มาตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาพยายามหาเหตุผลที่จะเข้าไปพูดคุยกับนนท์อีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี ยิ่งเห็นนนท์พยายามหลบหน้าหลบตา เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ "ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงจะยิ่งคิดมาก" ภีมพึมพำกับตัวเอง เมื่อรถของนนท์เลี้ยวเข้าสู่หอพักนักศึกษา ภีมก็ชะลอรถลง เขาเห็นนนท์จอดรถและกำลังจะเดินเข้าไปในอาคาร ภีมตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปทักทายในตอนนี้ เพราะไม่อยากทำให้นนท์รู้สึกอึดอัดไปมากกว่าเดิม เขาเพียงแค่รอจนแน่ใจว่านนท์เข้าหอพักไปอย่างปลอดภัยแล้ว จึงขับรถของตัวเองออกไป วันเวลาผ่านไปอีกสองสามวัน นนท์ยังคงพยายามกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เขาหลีกเลี่ยงการพบเจอภีม แม้ว่าหัวใจจะรู้สึกโหยหาบางอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ การได้พบเจอภีมอีกครั้งในคืนที่รถเสีย ทำให้ความรู้สึกที่เขากลบเกลื่อนมาตลอดมันเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง "ทำไมเราถึงต้องรู้สึกแบบนี้นะ" นนท์ถามตัวเองซ้ำๆ ขณะนั่งอยู่บนเตียงในห้องพักแคบๆ "รุ่นพี่ภีมเป็นรุ่นพี่คณะเรา แถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกัน เราไม่ควรจะมีความรู้สึกแบบนี้กับเขาเลย" เขาพยายามบอกตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความประทับใจชั่วคราว อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่ทำให้เขาดีใจที่รถสตาร์ทติด หรืออาจเป็นเพราะภีมเป็นคนใจดี ช่วยเหลือเขาในยามลำบาก นนท์พยายามหาเหตุผลมาปลอบใจตัวเอง แต่มันกลับยิ่งทำให้เขาสับสนมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ภีมก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของนนท์มากขึ้น เขาเห็นนนท์นั่งเหม่อลอยในชั้นเรียน หรือบางครั้งก็ดูเหมือนจะไม่มีสมาธิกับการอ่านหนังสือ "เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่" ภีมอดสงสัยไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ภีมได้ยินเสียงพูดคุยของกลุ่มเพื่อนของนนท์ที่กำลังพูดถึงนนท์ด้วยความเป็นห่วง "ช่วงนี้เห็นนนท์ดูซึมๆ ไปนะ" เพื่อนคนหนึ่งกล่าว "ตั้งแต่ตอนประกาศผลรางวัลแล้ว" "ใช่ๆ ไม่เห็นร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลย" อีกคนเสริม "แถมยังชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวอีก" ภีมได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเป็นกังวล เขาตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเข้าไปคุยกับนนท์ให้รู้เรื่อง เย็นวันนั้น ภีมตัดสินใจที่จะไปหานนท์ที่หอพัก เขาเดินเข้าไปในคณะอักษรศาสตร์ด้วยจุดประสงค์ที่จะไปรอเจอนนท์ที่หน้าคณะ "วันนี้ต้องเจอเขาให้ได้" ภีมตั้งใจ ขณะที่ภีมกำลังเดินไปเรื่อยๆ เขาก็เห็นร่างของนนท์กำลังเดินออกมาจากห้องสมุดพร้อมกับกองหนังสือเล่มหนาหลายเล่ม นนท์ดูเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงมีสมาธิกับการประคองหนังสือเหล่านั้น "นนท์!" ภีมเรียกชื่อรุ่นน้องเสียงดัง นนท์สะดุ้งเล็กน้อย เขาหันมามองด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นภีมยืนอยู่ตรงนั้น "รุ่นพี่ภีม... มาทำอะไรที่นี่ครับ" นนท์ถามด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างประหลาดใจ "พี่... พี่แค่อยากจะคุยกับนายหน่อย" ภีมพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ "เห็นนายช่วงนี้ดูไม่ค่อยสบายใจ เลยอยากเข้ามาถามไถ่" นนท์ชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เขาไม่อยากให้ภีมรับรู้ถึงความสับสนวุ่นวายในใจของเขา "ผม... ผมสบายดีครับ" นนท์ตอบเสียงอ้อมแอ้ม "แค่ช่วงนี้งานเยอะหน่อย" "งานเยอะเหรอ" ภีมเลิกคิ้ว "แต่เท่าที่พี่สังเกตดู นายดูเหมือนจะ... ไม่ได้กำลังสนใจกับสิ่งที่ทำเท่าที่ควรนะ" นนท์ก้มหน้าลงมองกองหนังสือในมือ เขารู้สึกอึดอัดกับคำพูดของภีม "รุ่นพี่ภีม... บางทีเรื่องของผม มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่รุ่นพี่คิดนะครับ" นนท์พูดด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความเหนื่อยหน่าย "ซับซ้อนยังไง" ภีมถามอย่างไม่ลดละ "ลองเล่าให้พี่ฟังได้ไหม บางทีพี่อาจจะช่วยอะไรนายได้" นนท์เงยหน้าขึ้นมองภีม ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟจากหลอดนีออนบนเพดาน ภีมเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของนนท์ที่ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก "ผม... ผมไม่แน่ใจว่าผมควรจะพูดเรื่องนี้กับรุ่นพี่ภีมดีไหม" นนท์พูดเสียงเบา "มันอาจจะทำให้รุ่นพี่ภีมมองผมเปลี่ยนไปก็ได้" "พี่ไม่เคยตัดสินใครจากสิ่งที่เขาเป็นนะนนท์" ภีมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "ถ้านายรู้สึกอึดอัดใจอะไร ก็ระบายออกมาได้เสมอ พี่พร้อมจะรับฟัง" นนท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป "จริงๆ แล้ว... เรื่องที่ผมไม่สบายใจ มันเกี่ยวกับ... ตัวรุ่นพี่ภีมนั่นแหละครับ" คำพูดของนนท์ทำเอาภีมถึงกับอึ้งไป เขาไม่เคยคาดคิดว่าเรื่องที่นนท์ไม่สบายใจจะเกี่ยวข้องกับตัวเขา "เกี่ยวกับพี่... ยังไงเหรอ" ภีมถามด้วยความสงสัย "ตอนที่ผมชนะการประกวด... ผมไม่ได้รู้สึกดีใจเลยครับ" นนท์เริ่มเล่า "ผมกลับรู้สึก... กลัวมากกว่า" "กลัว? กลัวอะไร" "ผมกลัวว่า... การที่ผมได้รับรางวัลนี้ มันจะทำให้ผมต้อง... ได้เจอกับรุ่นพี่ภีมบ่อยขึ้น" นนท์ยอมรับออกมาอย่างตรงไปตรงมา "แล้วยิ่ง... ยิ่งเวลาที่ผมได้คุยกับรุ่นพี่ภีม หรือได้รับความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ภีม... หัวใจผมมันกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ" นนท์หลบสายตาของภีม เขาอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี "ผม... ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยครับ" นนท์พึมพำ "ผมพยายามจะหนีความรู้สึกนี้แล้ว แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ" ภีมยืนนิ่งฟังคำพูดของนนท์ เขากำลังประมวลผลสิ่งที่ได้ยินอยู่ นนท์กำลังบอกเป็นนัยว่าเขากำลังมีความรู้สึกบางอย่างต่อภีม ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เขาไม่ควรจะมี "นนท์..." ภีมเรียกชื่อรุ่นน้องเบาๆ "ที่นายพูดมา... หมายความว่า..." "ครับ" นนท์ตอบรับเสียงเบา "ผม... ผมคิดว่าผม... ชอบรุ่นพี่ภีมครับ" คำสารภาพของนนท์ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงไปชั่วขณะ แสงไฟนีออนบนเพดานยังคงส่องสว่าง แต่ความรู้สึกของทั้งสองกลับเต็มไปด้วยความสับสนและความไม่แน่นอน "แต่... ผมรู้ครับว่ามันเป็นไปไม่ได้" นนท์พูดต่อ "รุ่นพี่ภีมเป็นผู้ชาย ผมเป็นผู้ชาย เราอยู่คณะเดียวกัน มัน... มันผิด" "ทำไมนายถึงคิดว่ามันผิดล่ะ" ภีมถามเสียงนุ่ม "ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้นะนนท์" "แต่สังคม..." นนท์พยายามจะอธิบาย "สังคมอาจจะยังไม่เข้าใจ" ภีมพูดแทรก "แต่เราไม่จำเป็นต้องทำตามที่สังคมบอกทุกอย่างนี่" ภีมเดินเข้าไปใกล้นนท์มากขึ้น เขามองเข้าไปในดวงตาของนนท์อย่างตั้งใจ "พี่... พี่ก็รู้สึกบางอย่างกับนายเหมือนกันนะนนท์" ภีมสารภาพออกมา "ตั้งแต่ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก พี่ก็รู้สึกว่านายเป็นคนน่าสนใจ" นนท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าภีมจะมีความรู้สึกแบบเดียวกัน "แต่พี่ก็พยายามจะตัดใจนะ" ภีมพูดต่อ "เพราะพี่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่... อาจจะยากสำหรับทั้งสองฝ่าย" "แล้ว... แล้วตอนนี้ล่ะครับ" นนท์ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ตอนนี้..." ภีมยิ้มบางๆ "พี่คิดว่า... เราควรจะลองทำความรู้จักกันให้มากขึ้นนะ" นนท์มองภีมด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกันไปทั้งดีใจ สับสน และยังคงมีความกังวลอยู่ลึกๆ "แต่... ถ้ามีใครรู้..." "เรายังไม่ต้องบอกใครก็ได้" ภีมปลอบ "ขอแค่เราสองคนเข้าใจกันก็พอ" ภีมยื่นมือไปสัมผัสที่แขนของนนท์เบาๆ สัมผัสนั้นทำให้ร่างของนนท์กระตุกเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ปัดมือออก "ขอบคุณครับรุ่นพี่ภีม" นนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆ คลี่คลายความกังวลลง "ผม... ผมดีใจมากเลยครับ" "พี่ก็ดีใจเหมือนกัน" ภีมยิ้ม "เอาล่ะ... หนังสือพวกนี้ดูจะหนักไปหน่อยนะ ให้พี่ช่วยถือไหม" นนท์พยักหน้า เขาเริ่มรู้สึกว่าการพูดคุยกับภีมในครั้งนี้ เป็นเหมือนการปลดปล่อยความอึดอัดที่สะสมมานาน "ครับ... ช่วยถือหน่อยก็ดีครับ" ทั้งสองคนเดินกลับเข้าไปในคณะด้วยกัน บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ความอึดอัดและความกังวลถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

6,261 ตัวอักษร