แผนร้ายที่ถูกเปิดเผย
“นี่มันอะไรกัน?” กรณ์เอ่ยถาม พลางชี้ไปยังหน้าจอมือถือของราเชน ใบหน้าของเขาสะท้อนความสงสัยระคนตกใจ ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น มันน่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่เขาจะประมวลผลได้ทันที มูลนิธิพรพรรณ… มูลนิธิที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ยากไร้… ทำไมถึงมีเงินจำนวนมหาศาลถูกโอนเข้ามาในบริษัทของราเชน?
แก้วใสยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ คำพูดของราเชนที่ว่าเธอเป็นแค่เครื่องมือเล่นสนุก ยังก้องอยู่ในหู แต่ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้ามันทำให้เธอต้องตั้งคำถามใหม่ทั้งหมด นี่มันเกี่ยวอะไรกับราเชน? ทำไมราเชนถึงได้รับเงินจากมูลนิธิของเธอ? เธอจำได้แม่นว่า มูลนิธิพรพรรณถูกตั้งขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอ และเงินบริจาคทั้งหมดถูกนำไปใช้เพื่อการกุศลเท่านั้น ไม่มีเหตุผลใดที่เงินก้อนนี้จะถูกโอนมายังบริษัทของราเชน… เว้นแต่…
“คุณราเชน… คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” แก้วใสถามเสียงสั่น รวบรวมสติอันน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่ เธอต้องรู้ให้ได้ ว่าอะไรคือเบื้องหลังของเรื่องนี้
ราเชนที่กำลังจะก้าวออกไป หันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงของแก้วใส แววตาของเขาทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก “ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน” เขาตอบเสียงเรียบ แต่ดูเหมือนจะมีร่องรอยของความไม่พอใจเจือปนอยู่เล็กน้อย
“ไม่จริง!” กรณ์สวนกลับทันควัน เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าราเชนเป็นคนฉลาดแกมโกง “ถ้านายไม่รู้เรื่องนี้ แล้วใครจะเป็นคนสั่งโอนเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้เข้ามาในบริษัทของนาย? แถมยังเป็นเงินจากมูลนิธิของแก้วใสอีก!”
ราเชนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? บางทีอาจจะมีใครบางคนพยายามจะโยนความผิดมาให้ฉันก็ได้”
“โยนความผิด?” แก้วใสอุทาน “ใครจะมาโยนความผิดให้คุณ? แล้วทำไมต้องเป็นเงินจากมูลนิธิของฉันด้วย?” ความสับสนเริ่มกลายเป็นความโกรธ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกลากเข้าไปในเกมสกปรกบางอย่าง
“นั่นสินะ…” ราเชนพูดพลางเดินกลับเข้ามา เขาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง “จำนวนเงิน… มันเยอะมากเกินไป และดูเหมือน… เป็นการโอนแบบเร่งด่วน”
“เร่งด่วน?” กรณ์ทวนคำ “หมายความว่า… มีคนกำลังพยายามจะทำอะไรบางอย่าง?”
“อาจจะ…” ราเชนพึมพำ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องทำงาน ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ “หรือบางที… มันอาจจะเป็นการยักยอกเงิน…?”
แก้วใสหน้าซีดเผือด “ยักยอกเงิน? หมายถึง… มีคนกำลังขโมยเงินจากมูลนิธิของฉันงั้นเหรอ?” ความคิดนี้ทำให้เธอแทบอยากจะอาเจียน มูลนิธิที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสร้างมันขึ้นมา… บัดนี้กลับตกเป็นเป้าของอาชญากรรม?
“อาจจะ…” ราเชนย้ำอีกครั้ง “แต่คำถามคือ… ใคร? และทำไม?”
กรณ์กวาดตามองไปที่แก้วใส “แก้วใส… มีใครที่เธอเคยไว้ใจมากๆ ในมูลนิธิบ้างไหม? คนที่อาจจะเข้าถึงข้อมูลการเงินได้?”
แก้วใสส่ายหน้าช้าๆ “ไม่มี… ทุกคนในมูลนิธิ… ฉันเชื่อใจพวกเขา… แล้ว… แล้วถ้าไม่ใช่คนในมูลนิธิ… จะเป็นใครไปได้อีก?”
ทันใดนั้นเอง… ภาพเหตุการณ์ในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวของแก้วใส ภาพของ ‘คุณวิชิต’ นักธุรกิจใหญ่ที่เคยเข้ามาสนับสนุนมูลนิธิของเธอ เขาเคยแสดงท่าทีสนใจในตัวเธอ และเคยพยายามจะเสนอตัวเข้ามาบริหารงานในมูลนิธิ แต่เธอปฏิเสธเขาไป… เพราะสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างในตัวเขา
“คุณวิชิต!” แก้วใสอุทานออกมา “เขา… เขาเคยพยายามเข้ามาวุ่นวายกับมูลนิธิของฉัน!”
ราเชนเหลือบตามองแก้วใส “คุณวิชิต? เขาเป็นใคร?”
“เขาเป็นนักธุรกิจ… เคยเสนอตัวเข้ามาช่วยงานมูลนิธิ… แต่ฉันปฏิเสธเขาไป… เขาเคยมีท่าที… คล้ายๆ กับคุณ… ชอบใช้อำนาจ… แล้วก็… อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ” แก้วใสอธิบายอย่างติดขัด ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจเธอ เธอรู้สึกได้ว่า… เรื่องนี้อาจจะร้ายแรงกว่าที่คิด
กรณ์ขมวดคิ้ว “แล้ว… ทำไมเขาถึงต้องขโมยเงินจากมูลนิธิของเธอ? มันมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับราเชนด้วย?”
ราเชนเงียบไปชั่วครู่ เขากำลังประมวลผลข้อมูลบางอย่าง “ถ้า… ถ้าคุณวิชิตเป็นคนทำ… และเขามีเป้าหมายที่มูลนิธิของแก้วใส… ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า… เขาต้องการจะใช้มูลนิธินี้… เพื่อฟอกเงิน… หรือ… อาจจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินบางอย่างที่มูลนิธิถือครองอยู่…”
“ทรัพย์สิน?” แก้วใสสงสัย “มูลนิธิไม่มีทรัพย์สินอะไรเป็นพิเศษ… มีก็แต่… ที่ดินแปลงหนึ่ง… ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากพ่อของฉัน…” ทันทีที่พูดจบ แก้วใสก็หน้าซีดเผือดลงไปอีก เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า… ที่ดินแปลงนั้น… มีมูลค่ามหาศาล… และ… มีเรื่องราวบางอย่างที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของราเชน!
“ที่ดินแปลงนั้น… มันเคยเป็นของตระกูลของฉัน… มาก่อน…” ราเชนพูดเสียงเบา ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความตึงเครียด “และ… ฉันเคยพยายามจะซื้อที่ดินแปลงนั้นคืน… จากพ่อของเธอ…”
กรณ์มองทั้งสองคนสลับกันไปมา “นี่มัน… เรื่องมันซับซ้อนเกินไปแล้ว… ถ้าคุณวิชิตเป็นคนทำ… และเขาต้องการที่ดินแปลงนั้น… เขาอาจจะกำลังใช้เงินจากมูลนิธิ… เพื่อมาซื้อที่ดินแปลงนั้นคืน… จากแก้วใส… โดยที่แก้วใสไม่รู้ตัว!”
แก้วใสยืนตะลึง สมองของเธอหมุนคว้าง เรื่องราวทั้งหมดมันเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าขนลุก เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคั้น และถูกผลักดันให้เข้าไปสู่กับดักที่มองไม่เห็น ถ้าคุณวิชิตกำลังทำเรื่องเหล่านี้ แล้วราเชน… เขาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้ด้วยหรือไม่? หรือเขาเพียงแค่เป็นเหยื่อของสถานการณ์เหมือนกับเธอ?
ขณะที่แก้วใสยังคงจมอยู่กับความคิดอันยุ่งเหยิง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของราเชนก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นข้อความจาก ‘ผู้แจ้งข่าว’ ที่ส่งมาให้เขาทุกครั้งเมื่อมีเรื่องสำคัญ ข้อความนั้นระบุเพียงสั้นๆ ว่า: ‘เจอตัวแล้ว… ต้นตอของการโอนเงิน… คือ… ‘แพรวพรรณ’ … หลานสาวของวิชิต’
‘แพรวพรรณ’… ชื่อนี้ทำให้แก้วใสอึ้งไป เธอจำได้ว่า แพรวพรรณเป็นเลขาฯ คนสนิทของเธอเมื่อครั้งที่เธอยังทำงานที่บริษัทเก่า และ แพรวพรรณเองก็มีความสนิทสนมกับคุณวิชิตเป็นอย่างดี แต่… ทำไมแพรวพรรณถึงต้องมาเกี่ยวข้องกับการโอนเงินจากมูลนิธิของเธอด้วย?
196 ตัวอักษร