เจ้าสาวของคนไร้หัวใจ

ตอนที่ 19 / 40

ตอนที่ 19 — การเดินทางสู่หมู่บ้านริมน้ำ

“คุณธีร์คะ ให้ฉันไปด้วยนะคะ นาราท้วงเสียงอ้อนวอน แต่ธีร์ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ไม่ นารา เธอต้องอยู่ที่นี่ คอยดูแลทุกอย่าง ผมจะไปคนเดียว” ธีร์ตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาของเขามุ่งมั่น แต่ในแววตาคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความกังวลที่เขาไม่อาจซ่อนได้ “แต่... แต่ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ” นาราพยายามจะเดินเข้าไปใกล้ แต่ธีร์ยกมือขึ้นห้ามไว้ “ผมรู้ คุณเป็นห่วงผม แต่ครั้งนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับคุณ ผมไม่อยากให้คุณต้องมาเสี่ยงกับเรื่องของครอบครัวผม” เสียงของธีร์อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาเศร้าสร้อยของภรรยา “ผมจะระวังตัวเอง ผมสัญญา” เขาพูดพร้อมกับจับมือของเธอมาบีบเบาๆ “รอผมอยู่ที่นี่นะ ถ้ามีอะไร ผมจะรีบกลับมา” นารามองตามแผ่นหลังกว้างของธีร์ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับสายตาไปกับประตูบ้าน ความรู้สึกอ้างว้างและความกังวลถาโถมเข้ามา เธออยากจะเชื่อใจในความเข้มแข็งของเขา แต่เรื่องราวที่เพิ่งค้นพบใหม่นั้นมันช่างมืดมนและซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ พินัยกรรมของมารดาธีร์ได้เปิดเผยความจริงบางอย่างที่ถูกปกปิดมานานเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่โรงงานเหมืองเก่า การเดินทางของธีร์ไปยังหมู่บ้านริมน้ำแห่งนั้นคือความหวังเดียวของเขาที่จะไขปริศนาที่พ่อของเขาทิ้งไว้ ความตายของพ่อที่ดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดา อาจมีความลับดำมืดซ่อนอยู่เบื้องหลัง ธีร์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าตรู่ ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มราวกับจะสะท้อนอารมณ์ในใจของเขา เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและความเร่งรีบค่อยๆ จางหายไปในกระจกมองหลัง เหลือเพียงถนนที่ทอดยาวไปสู่ชนบทที่ห่างไกล เขาเปิดวิทยุฟังคลื่นข่าวท้องถิ่น เสียงผู้ประกาศเล่าเรื่องราวต่างๆ นานา แต่หูของธีร์เหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย จิตใจของเขามัวแต่ย้อนนึกถึงคำพูดของมารดาในพินัยกรรม “ธีร์ลูกรัก หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับข้าพเจ้า จงอย่าได้เชื่อในสิ่งที่ตาเห็น จงสืบหาความจริงเรื่องอุบัติเหตุที่โรงงานเหมืองเก่าของพ่อ ป่าเถื่อน อำมหิต และสกปรกเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้” คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของเขา มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่หลอกหลอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าพ่อของเขา ผู้เป็นที่รักและเคารพ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่โหดร้ายเช่นนี้ เมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้ชายป่า ชายแดนของหมู่บ้านริมน้ำ บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป ถนนลาดยางกลายเป็นทางลูกรังที่ขรุขระ มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นเรียงรายให้ร่มเงาหนาทึบ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นริ้วๆ อากาศเริ่มเย็นสบายขึ้น มีกลิ่นดินและกลิ่นใบไม้แห้งลอยมาแตะจมูก ธีร์ลดกระจกลง สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด เขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า ที่นี่คือสถานที่ที่เขาต้องมา เขาขับรถไปตามทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว จนกระทั่งเห็นกระท่อมหลังเล็กๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มีชาวบ้านบางตาออกมานั่งจับเจ่าอยู่หน้าบ้าน ธีร์จอดรถข้างทาง เดินลงจากรถอย่างช้าๆ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างสังเกตการณ์ เขาเห็นชาวบ้านบางคนมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดระแวง ราวกับว่าคนแปลกหน้าอย่างเขาไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคุ้นเคย “สวัสดีครับ” ธีร์เดินเข้าไปหาชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้ากระท่อม “ผมชื่อธีร์ ไม่ทราบว่าท่านพอจะทราบไหมครับว่ามีผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านอยู่ที่ไหน” ชายชราเงยหน้าขึ้นมองธีร์ ดวงตาของเขาหรี่ปรือภายใต้แสงแดดอันอ่อนแรง เขาพิจารณาธีร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบแห้ง “เจ้ามาหาผู้เฒ่ามีธุระอันใด” “ผมมาตามหาความจริงครับ” ธีร์ตอบตรงๆ “ผมได้รับทราบมาว่าท่านผู้เฒ่าอาจจะรู้เรื่องเกี่ยวกับอดีตของครอบครัวผม โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุที่โรงงานเหมืองเก่าของพ่อผมครับ” เมื่อได้ยินคำว่า “โรงงานเหมืองเก่า” ดวงตาของชายชราฉายแววบางอย่างที่ธีร์อ่านไม่ออก มันอาจจะเป็นความเศร้า ความกลัว หรือความทรงจำที่เจ็บปวด “โรงงานเหมืองเก่า... เรื่องนั้นมันนานมาแล้วนะ” ชายชราพึมพำ “แต่ถ้าเจ้าอยากรู้ความจริง ก็ตามข้ามา” ธีร์รู้สึกโล่งใจที่ได้รับคำตอบ เขาเดินตามชายชราไปที่กระท่อมหลังหนึ่งที่ดูเก่าแก่กว่าหลังอื่นๆ ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหมู่บ้านมากกว่าเดิม บ้านหลังนั้นดูเงียบสงบ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ด้านหน้า มีกลิ่นสมุนไพรลอยจางๆ มาจากในบ้าน เมื่อเข้าไปในบ้าน ธีร์ก็พบกับหญิงชราคนหนึ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งปัญญา ธีร์ก้มลงกราบอย่างนอบน้อม “สวัสดีครับคุณตา คุณตาคือผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านใช่ไหมครับ” หญิงชราพยักหน้าช้าๆ “ข้าคือผู้เฒ่า ทราบดีว่ามีคนจากข้างนอกจะมาหา” นางมองธีร์ด้วยสายตาที่ประเมิน “เจ้าคือหลานของท่านเจ้าสัวสินะ” “ครับ” ธีร์ตอบ “ผมคือธีร์ ลูกชายของท่านสินั่นแหละครับ ผมได้รับพินัยกรรมของแม่ และมีความประสงค์จะสืบหาความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่โรงงานเหมืองเก่าของท่านพ่อครับ” ผู้เฒ่าหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความทรงจำ “อุบัติเหตุที่โรงงานเหมืองเก่า...” นางเอ่ยเสียงเบา “มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุหรอกนะเด็กน้อย มันมีเบื้องหลังที่ดำมืดกว่านั้นมาก” “เบื้องหลังที่ดำมืด?” ธีร์ถามด้วยความสงสัย “คุณตาหมายความว่าอย่างไรครับ” “ความโลภ ความอาฆาต และการทรยศ” ผู้เฒ่ากล่าว “มันคือสิ่งที่พรากชีวิตคนไปมากมาย และมันก็ยังคงอยู่ ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดของอดีต” ธีร์รู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง คำพูดของผู้เฒ่าทำให้เขายิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด “ผมไม่เข้าใจครับ คุณตาพอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ” “เรื่องราวทั้งหมดมันยาวนานนัก” ผู้เฒ่าถอนหายใจ “แต่ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเท่าที่ความทรงจำของข้ายังหลงเหลืออยู่”

4,479 ตัวอักษร