ตอนที่ 20 — คำสารภาพในหมู่บ้านริมน้ำ
“ท่านพ่อของข้า” ผู้เฒ่าเริ่มเล่าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “เคยเป็นคนงานในเหมืองของพ่อเจ้ามาก่อน เขาเป็นคนขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ และเป็นที่รักของคนงานทุกคน แต่แล้ว วันหนึ่ง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป”
ธีร์ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำที่ผู้เฒ่ากล่าว เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปในอดีตอันเจ็บปวดของครอบครัว “เปลี่ยนไปอย่างไรครับ”
“ท่านพ่อเล่าให้ข้าฟังว่า พ่อของเจ้า เริ่มเข้ามาบริหารงานเองหลังจากปู่ของเจ้าเสียชีวิต เขาเป็นคนหนุ่มไฟแรง ทะเยอทะยาน แต่เขาก็เหมือนจะถูกความโลภครอบงำ” ผู้เฒ่าหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม “เขาเริ่มกดขี่ข่มเหงคนงาน จ่ายค่าแรงน้อยลง เพิ่มความเข้มงวดในการทำงานให้มากขึ้น จนคนงานเริ่มไม่พอใจ”
“แต่พ่อผมเป็นคนดีนะครับ” ธีร์แย้งขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องพวกนี้กับผมเลย”
“แน่นอน เขาไม่เคยพูด” ผู้เฒ่ามองธีร์ด้วยสายตาที่อ่อนโยน “คนอย่างเขา มักจะปิดบังความจริงเอาไว้เสมอ” นางเล่าต่อ “จนกระทั่งวันหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุใหญ่ขึ้นในเหมือง มีคนงานเสียชีวิตไปหลายคน รวมถึงพ่อของข้าด้วย”
น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาของธีร์ เขาไม่เคยรู้เรื่องการเสียชีวิตของปู่ของเขามาก่อน ยิ่งไม่เคยรู้เรื่องของคนงานที่เสียชีวิตไปพร้อมกัน “แล้ว... แล้วอุบัติเหตุครั้งนั้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ”
“ทางการบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ” ผู้เฒ่ากล่าวเสียงเครียด “แต่คนงานหลายคนรู้ดีว่ามันไม่ใช่ พวกเขาเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น มีคนได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทกันในห้องทำงานของพ่อเจ้าก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง”
“เสียงทะเลาะวิวาท?” ธีร์ถามอย่างตกใจ “ท่านพ่อของผมทะเลาะกับใครครับ”
“นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าไม่รู้แน่ชัด” ผู้เฒ่าส่ายหน้า “มีข่าวลือว่าพ่อเจ้าทะเลาะกับหุ้นส่วนคนหนึ่งของเขา ซึ่งเป็นคนมีอิทธิพลมากในเมืองนี้ เขาไม่พอใจที่พ่อเจ้าไม่ยอมทำตามข้อเสนอของเขา”
“หุ้นส่วน?” ธีร์ทวนคำ “ผมไม่เคยได้ยินชื่อใครคนนั้นมาก่อนเลย”
“เขาชื่อ นายพล อัศวิน” ผู้เฒ่าเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา “เป็นคนที่มีอำนาจและอิทธิพลมากในสมัยนั้น เขาต้องการจะเข้าควบคุมกิจการเหมืองทั้งหมด แต่พ่อของเจ้าไม่ยอม”
ธีร์อึ้งไป เขาจำได้รางๆ ว่าเคยได้ยินชื่อ นายพล อัศวิน จากปากของพ่อบ้างเป็นครั้งคราว แต่พ่อไม่เคยให้รายละเอียดอะไรมากนัก เพียงแต่บอกว่า เป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่น่ากลัว
“แล้ว หลังจากอุบัติเหตุนั้นเป็นอย่างไรต่อครับ” ธีร์ถามต่อ
“พ่อของข้าเสียชีวิตพร้อมกับคนงานอีกหลายคน” ผู้เฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนความเศร้า “ส่วนพ่อของเจ้า ก็รอดชีวิตมาได้ แต่เขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย”
“ไม่เหมือนเดิม?”
“เขากลายเป็นคนหวาดระแวง ขี้โมโห และเก็บตัว” ผู้เฒ่าเล่า “เขาพยายามจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้น และทุ่มเทให้กับธุรกิจอย่างหนัก เขาไม่เคยกลับมาเหยียบหมู่บ้านแห่งนี้อีกเลย”
“แล้วพินัยกรรมของแม่ผม... ท่านเขียนไว้ว่าให้ผมมาสืบหาความจริงที่นี่” ธีร์พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว “แม่ของผมรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือครับ”
“มารดาของเจ้าเป็นคนฉลาด นางรู้ดีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล” ผู้เฒ่าตอบ “นางได้พยายามหาข้อมูลมาตลอด แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยมากนัก เพราะเกรงจะกระทบกับความปลอดภัยของเจ้า”
“แล้วทำไมแม่ผมถึงไม่บอกผมเลย” ธีร์ถามด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“นางอาจจะกลัวว่าเจ้าจะรับไม่ได้ หรืออาจจะรอเวลาที่เหมาะสม” ผู้เฒ่ากล่าว “แต่นางก็เตรียมการไว้แล้ว ด้วยการทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ้าค้นหา”
“ร่องรอยอะไรครับ”
“จดหมายรักที่ถูกลืม” ผู้เฒ่ากล่าว “เป็นจดหมายที่พ่อของเจ้าเขียนถึงแม่ของเจ้า ก่อนที่เขาจะแต่งงานกับนารา”
ธีร์เบิกตากว้าง “จดหมายรัก? จดหมายฉบับนั้นอยู่ที่ไหนครับ”
“ข้าเก็บมันไว้” ผู้เฒ่าตอบ “มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่จะช่วยให้เจ้าเข้าใจทุกอย่าง”
นางลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องด้านใน แล้วกลับออกมาพร้อมกับซองจดหมายสีซีดจางที่ถูกเก็บไว้อย่างดี ธีร์รับมันมาด้วยมือที่สั่นเทา เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบของกระดาษที่บ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านไป
“เปิดอ่านดูสิ” ผู้เฒ่าบอก “เจ้าจะพบกับความจริงที่พ่อของเจ้าพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต”
ธีร์ค่อยๆ เปิดอ่านจดหมายอย่างช้าๆ ลายมือของพ่อที่เขาคุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ ตัวอักษรดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับว่าผู้เขียนกำลังกรีดร้องออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ
“ที่รัก” จดหมายเริ่มต้นขึ้น “ข้าเขียนจดหมายฉบับนี้มาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวและสำนึกผิด ข้าได้ทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ข้าได้ทรยศความเชื่อใจของคนที่รักข้า และได้พรากชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไป”
ธีร์อ่านต่อไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ข้าถูกความโลภครอบงำ ข้าได้ตกลงกับนายพล อัศวิน เพื่อจะได้ครอบครองกิจการเหมืองทั้งหมด ข้าได้วางแผนเพื่อจะกำจัดหุ้นส่วนที่ขวางทางข้า แต่ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะนำไปสู่ความตายของพ่อของเจ้าและคนงานอีกหลายชีวิต”
“ข้าได้เห็นทุกอย่างต่อหน้าต่อตา ข้าได้ยินเสียงของพวกเขาที่ร้องขอความช่วยเหลือ แต่ข้าก็ยืนกรานที่จะปล่อยให้มันเป็นไปเช่นนั้น เพื่อให้ข้าได้สิ่งที่ข้าต้องการ”
“ข้าเสียใจเหลือเกินที่ได้ทำเช่นนี้ ข้าไม่สมควรที่จะได้รับความรักจากเจ้า และข้าก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป”
“แต่ข้าก็ยังคงมีชีวิตอยู่ เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ข้าได้ทำลงไป ข้าจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด และข้าหวังว่าสักวันหนึ่ง เจ้าจะให้อภัยข้าได้”
“ขอให้เจ้ามีความสุขตลอดไป”
“จาก... คนรักที่แสนจะโง่เขลา”
เมื่ออ่านจดหมายจบ ธีร์ก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม เขาไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไป ความจริงอันโหดร้ายได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาแล้ว พ่อของเขา ไม่ใช่คนที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไป
4,511 ตัวอักษร