ตอนที่ 25 — หีบโบราณที่ซ่อนในเหมือง
แสงไฟฉายในมือของธีร์สาดส่องไปยังผนังหินที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและหยดน้ำที่เกาะพราว เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนในความเงียบของเหมือง อากาศเย็นชื้นปะทะใบหน้า ทำให้เขารู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่กัดกินเข้ามา หัวใจเต้นแรงด้วยความหวังและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน เขาไม่รู้ว่ากำลังจะเผชิญหน้ากับอะไร แต่ความปรารถนาที่จะค้นหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของธีรเดชนั้นแรงกล้าเกินกว่าจะหยุดยั้ง เขาเหลือบมองไปรอบๆ อีกครั้ง พยายามเพ่งมองทุกซอกทุกมุมของอุโมงค์ บางครั้งเขาก็เห็นเงาที่เคลื่อนไหววูบวาบในหางตา ทำให้เขาต้องหันไปมองอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อส่องไฟไปที่นั่น ก็พบเพียงก้อนหินหรือเงาของตัวเองที่เกิดจากการสะท้อนของแสงไฟ
"บ้าจริง... เริ่มคิดไปเองแล้วสิ" เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามเรียกสติกลับมา เขาจำคำเตือนของผู้เฒ่าได้ดี "บางทีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น อาจไม่ใช่สมบัติอย่างที่เราคิดก็ได้" คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหู แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจมันมากนัก ความคิดถึงแหวนแต่งงานที่สวมอยู่บนนิ้วของเขา ทำให้เขานึกถึงพิมพ์ชนก หญิงสาวที่อยู่ๆ ก็เข้ามาในชีวิต และทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของธีรเดชเริ่มสั่นคลอน เขาอยากจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว ธีรเดชมีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้าง เรื่องราวในอดีตของเขาเกี่ยวพันกับเหมืองแห่งนี้อย่างไร และที่สำคัญที่สุด คือเขาจะสามารถปกป้องพิมพ์ชนกจากอันตรายที่อาจคืบคลานเข้ามาได้หรือไม่
ทันใดนั้น ลำแสงไฟฉายของเขาก็ไปกระทบกับบางสิ่งบางอย่างที่ดูผิดแปลกไปจากผนังหินทั่วไป มันคือช่องว่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน โดยมีก้อนหินขนาดใหญ่ปิดบังไว้บางส่วน ธีร์เดินเข้าไปใกล้ๆ ด้วยความระมัดระวัง เขายื่นมือออกไปสัมผัสก้อนหิน มันมีขนาดใหญ่และหนักพอสมควร แต่เมื่อเขาลองดันดูอย่างสุดแรง ก้อนหินนั้นก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อนไปด้านข้าง เผยให้เห็นโพรงเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน
"เจอแล้ว..." เขาพึมพำอย่างตื่นเต้น หัวใจเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม เขากวาดแสงไฟฉายเข้าไปในโพรงนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ภายในโพรงนั้น มีหีบไม้โบราณใบหนึ่งตั้งอยู่ หีบนั้นดูเก่าแก่มาก ทำจากไม้เนื้อดีที่ถูกแกะสลักลวดลายอย่างประณีต แต่กาลเวลาได้กัดกินพื้นผิวจนสีซีดจางไปมาก มีสนิมเกาะอยู่ตามรอยต่อของเหล็กที่ใช้ยึดหีบเอาไว้
ธีร์ค่อยๆ คุกเข่าลงหน้าหีบ เขาใช้มือลูบไปตามพื้นผิวไม้ สัมผัสได้ถึงร่องรอยของกาลเวลาที่ผ่านไป เขามองไปรอบๆ โพรงอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครหรือสิ่งใดแอบซ่อนอยู่ ก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับหีบไม้ใบนี้ เขาค่อยๆ ดึงสลักเหล็กที่ขึ้นสนิมออก เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุกในความเงียบ เขาค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้นอย่างช้าๆ
ทันทีที่ฝาหีบเปิดออก กลิ่นอับชื้นของกาลเวลา และกลิ่นเหมือนกระดาษเก่าก็ลอยออกมา ภายในหีบนั้น ไม่ได้เต็มไปด้วยทองคำหรืออัญมณีอย่างที่เขาอาจจะคาดหวัง แต่กลับเต็มไปด้วยเอกสารเก่าแก่หลายปึก หนังสือปกแข็งเล่มหนึ่ง และที่โดดเด่นที่สุด คือกล่องไม้เล็กๆ ที่ดูหรูหรากว่าหีบใบใหญ่
ธีร์หยิบเอกสารปึกแรกขึ้นมาดู มันเป็นสมุดบัญชีเก่า ที่มีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำเป็นภาษาไทยโบราณ เขามองดูตัวเลขและรายการต่างๆ ที่บันทึกไว้ แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายทั้งหมดได้ เอกสารอื่นๆ ก็เป็นในทำนองเดียวกัน มีทั้งสัญญา ใบเสร็จ และจดหมายหลายฉบับที่ถูกผนึกไว้ด้วยริบบิ้นสีซีดจาง
"นี่มันอะไรกัน..." เขาพึมพำ พลิกดูเอกสารแต่ละชิ้นอย่างตั้งใจ เขาพยายามมองหาชื่อหรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่อาจจะบ่งบอกถึงเจ้าของ หรือความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เขาตามหา เขาเห็นชื่อ "ธีรเดช" ปรากฏอยู่หลายครั้งในเอกสารเหล่านั้น แต่ก็เป็นธีรเดชในบริบทที่เขาไม่คุ้นเคย เป็นเหมือนนักธุรกิจ หรือเจ้าของกิจการบางอย่าง
เขาหยิบหนังสือปกแข็งขึ้นมาเปิดอ่าน ตัวหนังสือบนหน้ากระดาษเริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา แต่เขาก็ยังพออ่านรู้เรื่อง มันเป็นบันทึกส่วนตัว ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตประจำวัน เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และความคิดความรู้สึกของผู้เขียน เขารู้สึกได้ทันทีว่า นี่คือบันทึกของธีรเดช ผู้เป็นพ่อของธีร์
"เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องพวกนี้เลย..." ธีร์พึมพำ ดวงตาจับจ้องไปที่ตัวอักษรที่เริ่มเลือนราง "ผมไม่เคยรู้เลยว่าพ่อมีเรื่องราวซับซ้อนขนาดนี้" เขาอ่านต่อไปเรื่อยๆ เรื่องราวในบันทึกเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งความสำเร็จในธุรกิจ ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และความรู้สึกผิดบาปบางอย่างที่ผู้เขียนพยายามจะปกปิด
เมื่อเปิดไปถึงหน้าสุดท้ายของบันทึก ธีร์ก็พบว่ามันถูกฉีกขาดออกไปบางส่วน เหมือนมีใครจงใจทำให้มันเสียหาย เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา
กล่องไม้ใบนี้มีลวดลายที่สวยงามกว่าหีบไม้เสียอีก มีการสลักรูปดอกกุหลาบสีแดงไว้ที่ด้านบน ธีร์ค่อยๆ เปิดฝากล่องออก สิ่งที่อยู่ภายในทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม บนผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม มีแหวนทองคำสลักลายโบราณวงหนึ่งวางอยู่ และถัดจากนั้น คือรูปถ่ายขาวดำใบหนึ่ง
เขาหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู ภาพนั้นเป็นรูปหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่มีรอยยิ้มที่ดูอ่อนหวาน ดวงตาของเธอเป็นประกายเหมือนกำลังจะเล่าเรื่องราวมากมาย ธีร์จ้องมองรูปนั้นอย่างพิจารณา ใบหน้าของเธอคุ้นเคยอย่างประหลาด เขาพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"พิมพ์ชนก..." เขาเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ ภาพถ่ายใบนี้ คือพิมพ์ชนกในวัยสาว ที่เขาเคยเห็นในอัลบั้มรูปเก่าๆ ที่บ้าน แต่ในรูปนี้ เธอดูอ่อนเยาว์กว่านั้นมาก และที่สำคัญกว่านั้น คือแหวนทองคำที่วางอยู่ข้างๆ รูปถ่ายนั้น มันคือแหวนที่พิมพ์ชนกสวมอยู่บนนิ้วของเธอในปัจจุบัน!
"ไม่จริงน่า... แหวนวงนี้... รูปถ่ายนี้... มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" ธีร์ตะลึง เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมแหวนที่พิมพ์ชนกสวมอยู่ ถึงมาอยู่ในหีบสมบัติของพ่อเขาในเหมืองแห่งนี้? และทำไมถึงมีรูปของเธออยู่ในนั้นด้วย? ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา เขาคิดถึงคำพูดของผู้เฒ่าอีกครั้ง "บางทีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น อาจไม่ใช่สมบัติอย่างที่เราคิดก็ได้"
ธีร์หยิบแหวนขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด มันเป็นแหวนทองคำโบราณจริงด้วย มีลวดลายการสลักที่เหมือนกันกับที่เขาเคยสังเกตเห็นบนนิ้วของพิมพ์ชนก แต่ดูเก่าแก่และลึกซึ้งกว่ามาก เขาไม่เคยเห็นรายละเอียดแบบนี้มาก่อน มันเป็นไปได้หรือไม่ว่า แหวนวงนี้เป็นของธีรเดช และเขามอบให้กับพิมพ์ชนก? แต่เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อธีรเดชเสียชีวิตไปนานแล้ว ก่อนที่เขาจะรู้จักพิมพ์ชนกเสียอีก
เขาหยิบเอกสารและบันทึกขึ้นมาดูอีกครั้ง พยายามมองหาความเชื่อมโยงใดๆ เขาพบว่ามีชื่อ "อรุณรัศมี" ปรากฏอยู่ในเอกสารบางฉบับ ชื่อนี้คือชื่อของแม่ของพิมพ์ชนก! ความเชื่อมโยงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งชัดเจนเท่าไหร่ ธีร์ก็ยิ่งสับสนมากขึ้นเท่านั้น
"เป็นไปได้ไหมว่า... พ่อของผม... รู้จักแม่ของพิมพ์ชนก?" ธีร์พูดกับตัวเอง เขาตั้งคำถามในใจมากมาย เขาพยายามเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดที่เขารู้ พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ปิดบังความรู้สึกและอดีตของตัวเองไว้เสมอ ส่วนพิมพ์ชนก ก็เป็นหญิงสาวที่ดูเหมือนจะมีอดีตที่ซับซ้อน และตอนนี้ เขาก็พบว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงทั้งสองคนเข้าด้วยกันอย่างน่าประหลาดใจ
"นี่มันเรื่องอะไรกันแน่..." เขาถอนหายใจ พยายามตั้งสติ เขารู้ว่าเขากำลังอยู่ท่ามกลางความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยคิดเอาไว้มากนัก เขาต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าแหวนวงนี้ รูปถ่ายใบนี้ และเอกสารเหล่านี้ หมายถึงอะไร และที่สำคัญที่สุด คือความจริงนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพิมพ์ชนกอย่างไร
เขาเก็บข้าวของทั้งหมดใส่กลับเข้าไปในหีบไม้ใบเดิมอย่างระมัดระวัง ก่อนจะปิดฝาหีบลง เสียงฝาหีบกระทบกันดัง กึก! ในความเงียบของเหมือง เขาหันไปมองโพรงที่เขาพบหีบอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ดึงก้อนหินขนาดใหญ่นั้นกลับเข้าที่เดิม เพื่อซ่อนมันเอาไว้ดังเดิม เขาไม่อยากให้ใครก็ตามที่อาจจะเข้ามาในเหมืองนี้ในภายหลัง มาพบกับสมบัติล้ำค่าทางใจของพ่อ และความลับที่เชื่อมโยงเขากับพิมพ์ชนก
เมื่อทุกอย่างถูกจัดเก็บเรียบร้อย ธีร์ก็ลุกขึ้นยืน เขาปัดฝุ่นที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าออก ก่อนจะหันไปกวาดแสงไฟฉายไปตามผนังอุโมงค์อีกครั้ง เขาตัดสินใจแล้วว่า เขาต้องกลับไปหาพิมพ์ชนก และถามเธอถึงเรื่องนี้ เขาต้องรู้ความจริงทั้งหมด ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม เขามองไปที่แหวนวงนั้นอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในกระเป๋าเสื้อด้านในของเขา มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เรื่องราวที่เขาค้นพบในวันนี้ ไม่ใช่ความฝัน
6,764 ตัวอักษร