สัญญารักในเงามืด

ตอนที่ 4 / 34

ตอนที่ 4 — การเผชิญหน้าที่ปลายงานเลี้ยง

“เดี๋ยวฉันไปด้วย” ราเชนกล่าวเสียงเรียบ เขาเดินเข้าไปประกบข้างพิมพ์ชนกราวกับเป็นเงา พิมพ์ชนกมองราเชนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ การที่เขาเข้ามาแทรกแซงการสนทนาระหว่างเธอกับบิดาเช่นนี้ มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม “มีอะไรหรือคะ” พิมพ์ชนกถามขณะที่ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปยังมุมที่บิดาของเธอยืนอยู่ “ผมแค่อยากจะให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับการดูแลอย่างดี” ราเชนตอบ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “โดยเฉพาะจากบิดาของคุณ” คำพูดของราเชนแฝงความหมายบางอย่างที่พิมพ์ชนกไม่สามารถตีความได้ถนัดนัก เธอเลือกที่จะไม่ตอบโต้ และเดินไปหาบิดาของเธอแทน “คุณพ่อคะ” พิมพ์ชนกเรียกคุณวิสุทธิ์เมื่อเข้าไปถึงตัว คุณวิสุทธิ์หันมาพร้อมรอยยิ้ม “ว่ายังไงลูกรัก” “คือ… พิมพ์อยากจะขออนุญาตคุยกับคุณพ่อเรื่อง… เรื่องหนี้สินบางอย่างค่ะ” พิมพ์ชนกกล่าวอย่างตะกุกตะกัก เธอเหลือบมองไปทางราเชนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ สีหน้าของคุณวิสุทธิ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยมีหุบหายไปทันที “เรื่องนั้น… ไว้คุยกันทีหลังได้ไหมลูก ตอนนี้เป็นวันสำคัญของเรานะ” “แต่… มันสำคัญมากค่ะคุณพ่อ” พิมพ์ชนกพยายามคะยั้นคะยอ “พิมพ์อยากจะ… อยากจะหาทางออกให้เร็วที่สุด” “พิมพ์ชนก!” เสียงของคุณวิสุทธิ์ดังขึ้นเล็กน้อย ทำให้คนที่อยู่ใกล้เคียงหันมามอง “ฉันบอกว่าไว้ทีหลังไง” ราเชนเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย เขาเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่แฝงความเด็ดขาด “ผมว่าคุณวิสุทธิ์คงมีเรื่องยุ่งอยู่ ผมเองก็อยากจะขอคุยกับคุณวิสุทธิ์ด้วยเหมือนกัน ว่าด้วยเรื่องการเงินของบริษัทเรา” ประโยคนี้ทำเอาคุณวิสุทธิ์หน้าซีดเผือด เขาหันไปมองราเชนอย่างหวาดระแวง “เรื่องการเงิน… ของบริษัทคุณ… หรือของบริษัทผม” “ของทั้งสองบริษัทที่กำลังจะควบรวมกันครับ” ราเชนยิ้มมุมปาก “ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงหนี้สินที่คุณค้างอยู่ด้วย” คุณวิสุทธิ์ยืนนิ่ง อ้าปากค้าง เขาไม่คิดว่าราเชนจะรู้เรื่องนี้เร็วขนาดนี้ หรืออาจจะรู้มานานแล้วก็ได้ “คุณ… คุณรู้ได้ยังไง” คุณวิสุทธิ์ถามเสียงสั่น “ผมรู้ทุกอย่างที่คุณพยายามจะปกปิด” ราเชนตอบ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบิดาของพิมพ์ชนก “รวมถึงความตั้งใจที่แท้จริงของคุณในการจับลูกสาวมาแต่งงานกับผม” พิมพ์ชนกยืนนิ่งราวกับถูกสาป เธอมองการเผชิญหน้าระหว่างชายสองคนด้วยความตกตะลึง เธอไม่รู้ว่าราเชนรู้เรื่องอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือเขากำลังใช้เรื่องนี้กดดันบิดาของเธอ “คุณ… คุณจะทำอะไร” คุณวิสุทธิ์ถามเสียงแผ่ว “ผมจะทำตามสัญญา” ราเชนตอบ “แต่ในเงื่อนไขของผม” “เงื่อนไขของคุณ?” คุณวิสุทธิ์ทวนคำ “ใช่” ราเชนพยักหน้า “คุณวิสุทธิ์จะได้รับเงินก้อนใหญ่เพื่อชำระหนี้สินทั้งหมดของคุณ และครอบครัวของคุณจะปลอดภัย” สิ้นคำพูดของราเชน คุณวิสุทธิ์ก็เหมือนจะยกภูเขาออกจากอก แต่ก็ยังมีคำถามค้างคาใจ “แล้ว… แล้วพิมพ์ชนกล่ะ” “พิมพ์ชนกจะแต่งงานกับผม” ราเชนหันไปมองพิมพ์ชนก “และเธอจะได้รับความคุ้มครองในฐานะภรรยาของผม” “แต่… ฉัน” พิมพ์ชนกพยายามจะพูด แต่ราเชนยกมือขึ้นห้าม “คุณไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น พิมพ์ชนก” ราเชนกล่าวกับเธอ “ผมจะจัดการทุกอย่างเอง” น้ำเสียงของเขาดูมั่นคงและหนักแน่น ทำให้พิมพ์ชนกไม่กล้าที่จะปริปากพูดอะไรอีก เธอสัมผัสได้ถึงอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวราเชนในขณะนี้ มันไม่ใช่เพียงแค่ความมั่นใจของทายาทตระกูลร่ำรวย แต่เป็นความเด็ดขาดของผู้ที่รู้เท่าทันเกม “ตกลง” คุณวิสุทธิ์กล่าวเสียงแหบพร่า “ฉันตกลงตามนั้น” “ดีมาก” ราเชนยิ้ม “ตอนนี้ขอตัวก่อนนะครับ ผมยังมีแขกที่ต้องต้อนรับ” ราเชนหันไปจับมือพิมพ์ชนกเบาๆ “ไปกันเถอะ ที่รัก” เขาใช้คำว่า ‘ที่รัก’ อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับทั้งสองเป็นคู่รักที่กำลังมีความสุข พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อยกับคำเรียกนั้น แต่ก็จำต้องเดินตามราเชนไป เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกลากเข้าไปในวังวนที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อทั้งสองเดินห่างออกมา คุณวิสุทธิ์ก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ใกล้ที่สุด ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่สิ่งใด แต่ที่แน่ๆ คือเขาได้มอบอนาคตของลูกสาวให้กับชายหนุ่มที่เขาไม่รู้จักดีพอ “คุณ… คุณรู้เรื่องของพ่อฉันได้อย่างไร” พิมพ์ชนกเอ่ยถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับเข้าไปในงาน “ผมมีวิธีของผม” ราเชนตอบ “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นอีกต่อไป” “แล้ว… สัญญาของเราล่ะคะ” พิมพ์ชนกถาม “สัญญายังคงอยู่” ราเชนตอบ “แต่ตอนนี้มันมีเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้ผมได้เปรียบมากขึ้น” “คุณหมายความว่าอย่างไร” พิมพ์ชนกมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ “หมายความว่า… คุณจะต้องทำตามที่ผมต้องการทุกอย่าง” ราเชนกล่าว “โดยไม่มีข้อแม้” พิมพ์ชนกอึ้งไป เธอไม่คิดว่าราเชนจะใช้โอกาสนี้บีบคั้นเธอเช่นนี้ “แล้ว… ถ้าฉันไม่ทำล่ะคะ” “คุณไม่อยากให้พ่อของคุณต้องเจอกับอะไรที่แย่ไปกว่าเดิมใช่ไหม” ราเชนถามกลับ ดวงตาของเขาส่อแววท้าทาย “ผมรู้ว่าคุณรักครอบครัวของคุณมากแค่ไหน” คำพูดของราเชนเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของพิมพ์ชนก เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอถูกบีบให้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยอมรับทุกอย่าง “ฉัน… ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ” พิมพ์ชนกกล่าวเสียงแผ่ว เธอรู้สึกถึงน้ำตาที่คลอหน่วยตา แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ ราเชนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกดีใจหรือเสียใจใดๆ ออกมา เพียงแต่เดินเคียงข้างเธอต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น บรรยากาศในงานยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนา แต่สำหรับพิมพ์ชนกแล้ว โลกทั้งใบของเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ คุณหญิงสมรเดินเข้ามาหาทั้งสอง “มาแล้วเหรอจ๊ะ เห็นหายไปนาน” “ค่ะคุณหญิง” พิมพ์ชนกตอบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ราเชนลูก” คุณหญิงสมรหันไปหาลูกชาย “แม่เห็นแขกผู้ใหญ่หลายคนอยากจะคุยด้วย ไปดูแลแขกหน่อยนะ” “ครับคุณแม่” ราเชนตอบรับ “พิมพ์ ผมขอตัวไปดูแลแขกก่อนนะ” เขาหันไปบอกพิมพ์ชนก “ถ้ามีอะไรก็บอกฉัน” “ค่ะ” พิมพ์ชนกพยักหน้า หลังจากราเชนเดินจากไป คุณหญิงสมรก็หันมาหาพิมพ์ชนก “ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ พิมพ์” “ค่ะคุณหญิง” พิมพ์ชนกตอบ “ราเชนเขาเป็นคนดีนะ ถึงแม้จะดูเย็นชาไปบ้างก็ตาม” คุณหญิงสมรกล่าว “แต่เชื่อเถอะว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดูแลผู้หญิงของเขาได้ดีที่สุด” พิมพ์ชนกยิ้มบางๆ เธอไม่แน่ใจว่าคำพูดของคุณหญิงสมรนั้นเป็นความจริงหรือไม่ เธอได้เห็นด้านที่แตกต่างออกไปของราเชนแล้วในวันนี้ ด้านที่เต็มไปด้วยอำนาจและการควบคุม “ขอโทษนะคะคุณหญิง” พิมพ์ชนกเอ่ยขึ้น “พิมพ์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ” “ได้จ้ะ” คุณหญิงสมรตอบ พิมพ์ชนกเดินออกมาจากงานเลี้ยง เธอต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อสงบสติอารมณ์ เธอเดินเข้าไปในสวนกุหลาบที่เคยเป็นสถานที่พบกันครั้งแรกของเธอกับราเชน บรรยากาศเงียบสงบกว่าในงานเลี้ยงมาก เธอเดินไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นกุหลาบสีขาวที่เธอชอบที่สุด เธอยกมือขึ้นสัมผัสกลีบดอกไม้เบาๆ น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลรินออกมาอย่างช้าๆ “ทำไมเรื่องมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ” เธอพึมพำกับตัวเอง “ฉันแค่อยากมีชีวิตของฉันเอง” เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง พิมพ์ชนกหันไปมอง ก็พบว่าเป็นราเชนที่ยืนอยู่ตรงนั้น “ร้องไห้ทำไม” ราเชนถาม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย “คุณ… คุณมาทำไมคะ” พิมพ์ชนกถาม “ผมเห็นคุณเดินออกมา” ราเชนตอบ “ก็เลยตามมาดู” “ฉัน… ฉันแค่ต้องการอยู่คนเดียวค่ะ” พิมพ์ชนกกล่าว “ผมรู้” ราเชนเดินเข้ามาใกล้ “แต่ผมคิดว่าคุณคงอยากจะคุยกับผม” พิมพ์ชนกเงยหน้ามองเขา “ฉันจะคุยอะไรกับคุณได้อีกคะ ในเมื่อคุณเป็นคนบงการทุกอย่าง” “ผมไม่ได้บงการ” ราเชนกล่าว “ผมแค่… จัดการปัญหา” “ปัญหาของคุณ หรือปัญหาของพ่อฉันคะ” พิมพ์ชนกถาม “ปัญหาของเราทั้งคู่” ราเชนตอบ “คุณอยากให้ครอบครัวของคุณปลอดภัย ผมก็อยากให้ธุรกิจของผมมั่นคง” “แล้วความรู้สึกของฉันล่ะคะ” พิมพ์ชนกถามเสียงสั่น ราเชนเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกของคุณเป็นยังไง” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่ผมรู้ว่าผมต้องการคุณ” คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ชนกประหลาดใจ เธอมองราเชนอย่างพิจารณา “คุณ… ต้องการฉันจริงๆ เหรอคะ” พิมพ์ชนกถาม “ใช่” ราเชนพยักหน้า “ในฐานะภรรยาของผม” “แต่… มันไม่ใช่ความรัก” พิมพ์ชนกกล่าว “ตอนนี้ยังไม่ใช่” ราเชนตอบ “แต่อนาคต… ใครจะไปรู้” พิมพ์ชนกไม่รู้จะตอบอะไร เธอรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง และไม่เข้าใจความตั้งใจที่แท้จริงของราเชน

6,577 ตัวอักษร