ตอนที่ 17 — โลกที่พังทลาย
บทสนทนาที่ริมระเบียงบ้านหลังเล็กๆ นั้นดำเนินไปอย่างตึงเครียด รามยืนเผชิญหน้ากับธีร์และพิมพ์ชนกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจและความขมขื่น คำถามที่เขากล่าวออกมานั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของพิมพ์ชนก
"ใช่ครับ… คุณแม่ของผม… เคยมีความสัมพันธ์กับคุณสมชาย" พิมพ์ชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "แต่… แต่ท่านไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผม… จนกระทั่ง… จนกระทั่งได้เจอสมุดบันทึกของคุณพ่อ"
"สมุดบันทึก… งั้นเหรอ" รามส่ายหน้าช้าๆ "คุณ… คุณคิดว่าผมจะเชื่อเรื่องไร้สาระพวกนี้เหรอ"
"เรา… เรามีหลักฐาน" ธีร์กล่าว เขาส่งรูปถ่ายของสมุดบันทึกที่คุณพ่อของพิมพ์ชนกเคยเขียนถึงแม่ของรามให้รามดู "นี่คือสิ่งที่พ่อของพิมพ์ชนกเขียนไว้… เกี่ยวกับแม่ของคุณ"
รามรับรูปถ่ายนั้นมา เขามองมันอย่างพิจารณา สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเห็นลายมือที่คุ้นเคย และข้อความที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความรัก
"คุณแม่ของผม… สวยมาก… ใช่ไหมครับ" รามเอ่ยขึ้นมาลอยๆ พลางหันไปมองทุ่งหญ้าเบื้องหน้า "ท่าน… ท่านพยายามอย่างมาก… เพื่อผม… เพื่อให้ผมมีชีวิตที่ดี… แต่… แต่พ่อของผม… ก็ไม่เคยกลับมา"
"คุณพ่อของหนู… รู้สึกผิดมากครับ" พิมพ์ชนกกล่าว "ท่านเสียใจที่ไม่ได้ดูแลแม่ของคุณ… และ… และไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณมาตลอด"
"เสียใจ… อย่างนั้นเหรอ" รามหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเย็นชา "คำว่าเสียใจ… มันซื้อชีวิตที่ผมต้องเผชิญมาตลอดไม่ได้หรอกนะ"
"เรา… เราเข้าใจครับ" ธีร์กล่าว "แต่… เราอยากจะแก้ไขในส่วนที่เราทำได้"
"แก้ไข… ยังไง" รามถามอย่างไม่เชื่อ "คุณ… จะให้เงินผมอย่างนั้นเหรอ… มาชดเชยชีวิตที่พ่อคุณพรากไปจากผม… และจากแม่ของผม"
"ไม่ใช่แบบนั้นครับ" พิมพ์ชนกอธิบาย "หนู… หนูอยากจะทำความรู้จักกับคุณ… อยากจะขอโทษในสิ่งที่พ่อของหนูเคยทำผิดพลาดไป"
รามเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ริมระเบียงอีกครั้ง จ้องมองไปยังสมุดบันทึกในมืออย่างครุ่นคิด "คุณแม่ของผม… ท่านไม่เคยพูดถึงพ่อของคุณเลย… ท่านบอกว่า… พ่อของผม… เสียชีวิตไปแล้ว… ในอุบัติเหตุ"
"นั่น… นั่นคือเรื่องโกหกครับ" ธีร์บอก "คุณพ่อของพิมพ์ชนก… ยังมีชีวิตอยู่… แต่… แต่ท่านป่วยหนัก… และกำลังจะเสียชีวิตในไม่ช้า"
คำพูดของธีร์ยิ่งทำให้รามสับสน เขาไม่รู้จะเชื่อใครดี ระหว่างคำพูดของแม่ผู้ล่วงลับ กับคำพูดของคนแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหลักฐานที่น่าเหลือเชื่อ
"ผม… ผมไม่เชื่อ" รามส่ายหน้า "ผม… ผมไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"
"เรา… เราเข้าใจว่ามันยากที่จะเชื่อ" พิมพ์ชนกกล่าว "แต่… เราอยากจะให้คุณ… ได้เจอคุณพ่อของคุณ… เป็นครั้งสุดท้าย"
รามเงยหน้าขึ้นมองพิมพ์ชนก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความเจ็บปวด "เจอ… คุณพ่อของผม… งั้นเหรอ… คนที่ทิ้งผมไป… คนที่ทำให้แม่ของผมต้องเสียใจมาทั้งชีวิต"
"ท่าน… ท่านอยากจะเจอคุณมากครับ" ธีร์กล่าว "ท่าน… ท่านเสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น… และอยากจะขอโทษคุณด้วยตัวเอง"
รามยืนขึ้น เขาเดินไปที่รั้วบ้าน มองออกไปยังทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า "ผม… ผมไม่รู้ว่าผมจะไปเจอคนแบบนั้นได้ยังไง" เขาพึมพำ "คนที่เคยเป็นเหมือนอากาศ… ในชีวิตของผม… อยู่ดีๆ จะกลายมาเป็นพ่อ… ได้ยังไง"
"เรา… เราจะพาคุณไป" พิมพ์ชนกเสนอ "เรา… เราจะไปกับคุณ"
รามหันกลับมามองทั้งสองคน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เขาดูเหมือนจะกำลังต่อสู้กับอารมณ์ที่ตีกันอยู่ในใจ "ผม… ผมขอเวลาคิด" เขาพูดเสียงแหบพร่า "ผม… ผมต้องการเวลา"
ธีร์และพิมพ์ชนกพยักหน้าเข้าใจ "ครับ" ธีร์ตอบ "เรา… เราจะรอ"
ทั้งสองคนเดินกลับไปที่รถ พวกเขามองย้อนกลับไปที่บ้านหลังเล็กๆ นั้น รามยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองไปยังทุ่งหญ้าด้วยท่าทีที่สิ้นหวัง
"คุณธีร์คะ… หนู… หนูไม่รู้ว่าเราทำถูกหรือเปล่า" พิมพ์ชนกกล่าวขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไป "เขา… เขาดูเจ็บปวดมาก"
"เรา… เราได้ทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว พิมพ์" ธีร์ตอบ "การได้รู้ความจริง… อาจจะเจ็บปวดในตอนแรก… แต่มันคือสิ่งที่จะทำให้ทุกคนได้ก้าวต่อไป"
"แต่… ถ้าเขาไม่ยอมให้อภัยล่ะคะ" พิมพ์ชนกถามต่อ "ถ้าเขา… เกลียดคุณพ่อของหนู… เกลียดหนู… เกลียดพวกเรา… ตลอดไป"
"เรา… เราไม่สามารถบังคับความรู้สึกของใครได้" ธีร์กล่าว "แต่… เราหวังว่า… สักวันหนึ่ง… เขาจะเข้าใจ"
การเดินทางกลับเมืองเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ทั้งธีร์และพิมพ์ชนกต่างก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ความลับที่ถูกเปิดเผยนี้ได้สั่นคลอนโลกของพวกเขาอย่างรุนแรง
เมื่อกลับมาถึงโรงแรม ธีร์ก็ได้รับแจ้งข่าวร้ายจากเลขานุการของพ่อว่า พ่อของเขาอาการทรุดหนัก และต้องการพบเขาเป็นการด่วน
"คุณธีร์คะ… คุณพ่อ… คุณพ่ออาการไม่ดีเลยค่ะ" เลขานุการแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่าน… ท่านเรียกหาคุณ… บอกว่า… มีเรื่องสำคัญที่อยากจะบอก"
ธีร์รู้สึกใจหายวาบ เขาหันไปมองพิมพ์ชนก "พิมพ์… ฉัน… ฉันต้องไปหาพ่อ"
"ค่ะ" พิมพ์ชนกพยักหน้า "หนู… หนูจะไปด้วยนะคะ"
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ธีร์และพิมพ์ชนกก็พบกับภาพที่ทำให้ใจสลาย บิดาของธีร์นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่อ่อนแรง ใบหน้าซีดเซียวและผ่ายผอม
"ธีร์… ลูก… มาแล้วเหรอ" เสียงของบิดาอ่อนแรงเกือบจะไม่ได้ยิน
"ครับพ่อ" ธีร์รีบเข้าไปจับมือของบิดา "ผมมาแล้วครับ"
"ลูก… ลูกรู้ความจริง… ทุกอย่างแล้วใช่ไหม" บิดาของธีร์ถาม ดวงตาของเขาพยายามมองไปยังธีร์
ธีร์พยักหน้า "ครับพ่อ… ผมรู้แล้ว"
"ดีแล้ว… ดีแล้ว" บิดาของธีร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "พ่อ… พ่อขอโทษนะ… ที่ทำให้ลูกต้อง… ลำบาก… ที่ต้องแบกรับเรื่องนี้ไว้คนเดียว"
"พ่อครับ… ไม่เป็นไรครับ" ธีร์น้ำตาคลอ "ผมเข้าใจครับ"
"เรื่อง… เรื่องราม… ลูก… ลูกต้องดูแลเขาด้วยนะ" บิดาของธีร์กล่าว "เขา… เขาคือครอบครัวของเรา… ถึงแม้ว่า… เราจะ… ไม่เคยดูแลเขาเลย"
"ครับพ่อ… ผมจะดูแลเขาเองครับ" ธีร์ตอบรับ
"แล้ว… แม่ของราม… ฝาก… ฝากขอโทษเธอด้วยนะ… พิมพ์" บิดาของธีร์หันมามองพิมพ์ชนก "พ่อ… พ่อเคย… ทำผิดต่อเธอไว้มาก"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง" พิมพ์ชนกตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หนู… หนูเข้าใจค่ะ"
บิดาของธีร์หลับตาลง ใบหน้าของเขาดูสงบลง "พ่อ… พ่อไปสบายแล้ว… ขอบคุณนะ… ที่มาอยู่เป็นเพื่อนพ่อ… ในวันสุดท้าย"
ไม่นานนัก ลมหายใจของบิดาธีร์ก็ค่อยๆ แผ่วเบาลง จนกระทั่งหยุดไปในที่สุด ธีร์และพิมพ์ชนกมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น การจากไปของบิดาธีร์เปรียบเสมือนการปิดฉากของเรื่องราวบางส่วน แต่ก็เป็นการเปิดฉากของเรื่องราวใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความท้าทาย
4,976 ตัวอักษร