ตอนที่ 13 — คำตอบที่รอคอยจากคนสำคัญ
บรรยากาศในห้องรับแขกของบ้านสกุลอมรชัยยังคงอึมครึม รินดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งเลือด เนื้อตัวสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็น แต่เป็นเพราะความรู้สึกผิดและอับอายที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาของพ่อและแม่ที่มองมาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเสียใจนั้นคมยิ่งกว่ามีดกรีดแทงหัวใจเธอให้แหลกละเอียด ความรู้สึกที่เธอเคยภาคภูมิใจในตัวเอง การเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลที่เติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ การเรียนดี กิจกรรมเด่น เป็นที่รักของทุกคน วันนี้มันพังทลายลงเพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
“หนู... หนูขอโทษค่ะ” เสียงของรินดาสั่นเครือจนแทบจะจับใจความไม่ได้ “หนูรู้ว่าหนูทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังมาก หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ”
คุณหญิงอรทัย แม่ของเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำตาคลอหน่วย “คำขอโทษของเธอจะมาลบล้างความผิดที่เกิดขึ้นได้ยังไงรินดา ความผิดพลาดครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของหนูคนเดียว แต่มันกระทบไปถึงชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลของเราด้วย”
“แต่แม่ครับ” คุณสมชาย พ่อของรินดา เอ่ยขึ้นบ้าง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน “ตอนนี้เราควรจะคิดถึงทางออกมากกว่าจะโทษกันไปมา รินดาเองก็คงเสียใจมากที่สุดแล้ว”
“ทางออก? ทางออกคืออะไรคะคุณ” คุณหญิงอรทัยหันไปถามสามีอย่างคาดคั้น “จะให้ฉันกับคุณไปบอกใครต่อใครว่าลูกสาวคนเดียวของเราท้องกับผู้ชายที่เราไม่รู้จัก หรืออย่างดีที่สุดก็แค่คนที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตได้ไม่นานอย่างนั้นเหรอคะ! มันน่าอายเกินไป!”
รินดาหลับตาลง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้ เธอรู้ดีว่าพ่อแม่ของเธอจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง สังคมที่เธออยู่มีความคาดหวังและความกดดันสูง การตั้งครรภ์นอกสมรสโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายที่สังคมอาจจะมองว่าไม่คู่ควร ยิ่งทำให้เรื่องราวเลวร้ายลงไปอีก
“พ่อไม่รู้ว่ารินดาจะทำยังไงต่อไป” คุณสมชายพูดต่อ พลางมองไปที่ลูกสาว “แต่พ่อกับแม่พร้อมจะอยู่ข้างๆ หนูเสมอ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจเลือกทางไหน”
“อยู่ข้างๆ ยังไงคะ” คุณหญิงอรทัยตัดบท “ถ้าเธอจะเลือกเก็บเด็กคนนี้ไว้ เราจะอธิบายให้สังคมฟังยังไง? แล้วอนาคตของรินดาจะเป็นยังไง? ถ้าเธอเลือกที่จะ...ไม่เก็บเขาไว้ เราจะใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิตอย่างนั้นเหรอ?”
คำถามของแม่ทำให้รินดารู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องราวจะบานปลายได้ถึงขนาดนี้ ความผิดพลาดเพียงคืนเดียว มันได้สร้างแรงกระเพื่อมที่รุนแรงเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
“หนู... หนูยังไม่รู้ค่ะพ่อ หนูต้องการเวลา” รินดาตอบเสียงแผ่วเบา เธอไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ในตอนนี้ สมองของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความกลัว
“เวลา? เราจะรอเวลาได้อีกนานแค่ไหนรินดา” คุณหญิงอรทัยถามกลับ ใบหน้าของนางยังคงฉายแววของความไม่พอใจ “แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ เขาไม่ว่ายังไงเลยเหรอ เขาเสนออะไรให้บ้างไหม? หรือเขาจะปัดความรับผิดชอบไป?”
คำถามสุดท้ายนี้เหมือนกับมีดที่แทงทะลุหัวใจของรินดา เธอเม้มปากแน่น พยายามรวบรวมสติ “คุณธาม... คุณธามเขา... เขาบอกว่าจะรับผิดชอบค่ะ”
“รับผิดชอบ? รับผิดชอบแบบไหน?” คุณหญิงอรทัยถามทันที “เขาจะแต่งงานกับหนูเหรอ? หรือเขาจะให้เงินเราเพื่อจบเรื่องนี้ไป?”
“แม่คะ! อย่าพูดเหมือนเรากำลังขายลูกสาว” คุณสมชายปรามภรรยา น้ำเสียงของเขาดูอ่อนลง “รินดา เราต้องคุยกับคุณธามให้เคลียร์ เขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้เหมือนกัน”
“ใช่ค่ะพ่อ” รินดารู้สึกเหมือนมีแสงสว่างเล็กๆ ส่องเข้ามาในความมืดมิด “หนู... หนูต้องบอกคุณธามก่อน”
“แล้วจะบอกเขาเมื่อไหร่?” คุณหญิงอรทัยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “แล้วเขาจะยอมรับผิดชอบจริงๆ หรือเปล่า? ถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะ? ถ้าเขาบอกปัดความรับผิดชอบขึ้นมา หนูก็ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอย่างนั้นน่ะเหรอ?”
“แม่คะ พอเถอะค่ะ” คุณสมชายพูดขึ้นอีกครั้ง “ให้รินดาได้มีเวลาคิด และให้โอกาสเราได้คุยกับคุณธามก่อน อย่าเพิ่งสรุปอะไรไปก่อน”
รินดารู้สึกขอบคุณพ่อของเธอมากที่พยายามประคับประคองสถานการณ์เอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงรู้สึกหนักอึ้งอยู่ในใจ ภาพใบหน้าของพ่อกับแม่ที่เต็มไปด้วยความผิดหวังยังคงติดตา เธอไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของเธอหลังจากนี้ จะนำพาเธอไปสู่จุดไหน จะสามารถแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ หรือจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก
“หนูขอตัวขึ้นไปพักก่อนนะคะ” รินดาเอ่ยเบาๆ พลางก้มหน้าลงมองพื้น “หนู... หนูเหนื่อยมาก”
คุณสมชายพยักหน้า “ไปเถอะลูก พักผ่อนนะ”
ส่วนคุณหญิงอรทัยนั้นยังคงมองลูกสาวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ระคนไปด้วยความผิดหวัง ความกังวล และอาจจะมีความสงสารเจือปนอยู่บ้าง แต่รินดาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเธออีก เธอรีบเดินออกจากห้องรับแขกไป ทิ้งความอึดอัดและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบไว้เบื้องหลัง
เมื่อกลับมาถึงห้องนอน รินดาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงทันที เธอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างอิสระ ความรู้สึกทั้งหมดที่ถูกกดทับไว้มันหลั่งไหลออกมาไม่หยุด เธอคิดถึงวันคืนที่ผ่านมา วันที่เธอเคยเป็นรินดาคนเดิม คนที่ไม่ต้องแบกรับความผิดพลาดครั้งใหญ่ขนาดนี้ เธอคิดถึงธาม เขาคือคนเดียวที่จะสามารถเข้าใจสถานการณ์ของเธอได้ในตอนนี้ เธอต้องคุยกับเขา เธอต้องบอกเขาว่าพ่อแม่ของเธอรู้สึกอย่างไร และเธอเองก็ต้องการคำตอบจากเขาเช่นกัน
รินดามองไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง มือของเธอสั่นระริกเมื่อเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา หน้าจอที่สว่างขึ้นมาทำให้เธอเห็นรูปคู่ของเธอกับธามที่ตั้งเป็นวอลเปเปอร์ ภาพความสุขในวันนั้นมันช่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกในวันนี้เหลือเกิน เธอสูดหายใจลึก แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์ของธาม
“ฮัลโหลครับ รินดา” เสียงของธามดังขึ้นมาอย่างอบอุ่นเหมือนเช่นเคย แต่สำหรับรินดาในตอนนี้ น้ำเสียงนั้นกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกอ่อนแอลงไปอีก
“คุณธามคะ” รินดาพยายามพูดให้เสียงคงที่ที่สุด “ตอนนี้... คุณพอจะมีเวลาว่างให้หนูคุยด้วยสักครู่ไหมคะ”
“ได้สิครับ มีอะไรหรือเปล่า รินดาฟังดูไม่ค่อยสบายใจเลยนะ” ธามถามด้วยความเป็นห่วง
“คือ... หนูได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ” รินดาเอ่ยออกไปอย่างอ้อมแอ้ม “ท่าน... ท่านเสียใจมาก แล้วก็ผิดหวังในตัวหนูมากค่ะ”
มีเสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ธามจะตอบกลับมา “ผมเข้าใจครับ รินดา ผมเองก็รู้สึกผิดมากเช่นกัน”
“ท่านถามถึงคุณค่ะ” รินดาบอกต่อ “ถามว่าคุณจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง คุณจะ... คุณจะแต่งงานกับหนูไหมคะ”
คำถามนั้นทำให้รินดารู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เธอรอคอยคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ เธอไม่รู้ว่าควรจะคาดหวังอะไรจากธาม เขาเองก็เพิ่งจะรู้จักเธอได้ไม่นาน ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่ปกติ และมาลงเอยด้วยเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้
“รินดา...” ธามเรียกชื่อเธอเบาๆ “ผม... ผมขอเวลาผมสักครู่ได้ไหมครับ ผมเองก็ต้องคิดให้รอบคอบเหมือนกัน”
คำตอบของเขาทำให้รินดารู้สึกเหมือนมีบางอย่างหล่นวูบลงไปในท้อง เธอเข้าใจว่าเขาเองก็ต้องการเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เธอต้องการคำตอบที่แน่นอนในตอนนี้ เธอต้องการความมั่นคง เธอต้องการรู้ว่าอนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร
“ค่ะ” รินดาตอบรับเสียงแผ่ว “หนูเข้าใจค่ะ”
“ผมจะรีบติดต่อกลับไปนะครับ รินดา อย่าเพิ่งคิดมากนะ” ธามพยายามปลอบโยน
“ค่ะ” รินดาตอบรับอีกครั้ง ก่อนจะวางสายไป เธอทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง หลับตาลงแน่น ความกังวลถาโถมเข้ามาไม่หยุด เธอต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีกบ้างในชีวิตต่อจากนี้ เธอไม่รู้เลยจริงๆ
5,903 ตัวอักษร