คุณหมอคนนี้หัวใจฉันจอง

ตอนที่ 10 / 34

ตอนที่ 10 — ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ

อากาศในห้องทำงานของภาคินัยอบอ้าวผิดปกติ นลินดากำลังพยายามบังคับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอพลิกคว่ำ “อีกไม่กี่เดือน ผมก็จะแต่งงานแล้วครับ” คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหู ราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจร้ายที่กำลังลากเธอลงสู่นรกแห่งความผิดหวัง หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาจนไม่รู้จะเริ่มต้นจัดการกับมันอย่างไร “คุณหมอ…หมายความว่ายังไงคะ” เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ ดวงตาที่เคยสดใสฉายแววของความเจ็บปวดที่มองเห็นได้ชัดเจน ภาคินัยเองก็ดูอึดอัด เขาเม้มปากแน่น สายตาหลุบมองพื้น สลับกับเหลือบมองใบหน้าซีดเผือดของเธอเป็นระยะๆ เขาไม่เคยคิดว่าการบอกความจริงเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเธอมากถึงเพียงนี้ “คุณลินดา ผม…ผมขอโทษ” ภาคินัยเอ่ยเสียงแผ่วเบา เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยี้ขมับเบาๆ ราวกับพยายามสลัดความคิดบางอย่างออกไป “ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณ แต่มันเป็นเรื่องที่…ค่อนข้างละเอียดอ่อน” “ละเอียดอ่อน?” นลินดาแค่นเสียง หัวเราะเยาะความรู้สึกของตัวเอง “มันมากกว่าละเอียดอ่อนแล้วค่ะคุณหมอ มันคือความจริงที่…มันคือความจริงที่ทำลายความหวังของฉันทั้งหมด” เธอสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ “แล้วคนที่คุณจะแต่งงานด้วย…คือใครคะ” คำถามหลุดออกจากปากไปอย่างควบคุมไม่ได้ มันเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่บีบคั้นอยู่ภายใน ทำให้เธอต้องรู้คำตอบให้ได้ ภาคินัยเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขามีแววที่ยากจะอ่านออก “คุณธัญญ่าครับ” ชื่อนั้น…ธัญญ่า มันไม่ใช่ชื่อที่นลินดาคุ้นเคยเลยสักนิด แต่เมื่อได้ยินชื่อของเธอจากปากภาคินัย น้ำเสียงที่เขาเอ่ยถึงนั้นมีความคุ้นเคย ความรัก ความผูกพันที่ซ่อนอยู่ มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเธออีกครั้ง ราวกับมีใครนำมีดมาค่อยๆ กรีดลงบนบาดแผลที่เพิ่งจะเริ่มแห้ง “คุณ…คุณธัญญ่า” นลินดาพึมพำชื่อนั้นซ้ำๆ พยายามประมวลผล “คุณรู้จักกับเธอมานานแล้วเหรอคะ” “ครับ เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ครับ” ภาคินัยตอบเสียงเรียบ “ครอบครัวของเราสนิทกันมาก แล้วก็…เราก็หมั้นกันมาสักพักแล้วครับ กำหนดแต่งงานก็…ก็ใกล้เข้ามาแล้ว” เขาหลบสายตาของเธออีกครั้ง เขาไม่สามารถทนมองเห็นความเสียใจที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นของเธอได้อีกต่อไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงนาฬิกาบนผนังที่เดินติ๊กต่อกอย่างเยือกเย็น ราวกับกำลังเยาะเย้ยความรู้สึกของนลินดา ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป มันยิ่งตอกย้ำความจริงที่โหดร้ายให้ฝังลึกในใจของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจมน้ำ และโลกทั้งใบกำลังค่อยๆ ดับมืดลง “ทำไมคุณหมอไม่บอกฉันก่อนคะ” น้ำเสียงของเธออ่อนลง แต่ยังคงมีความตัดพ้อเจือปนอยู่ “ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรก ฉันก็คง…คงไม่…” เธอพูดต่อไม่ไหว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอ “ผมขอโทษจริงๆ ครับคุณลินดา” ภาคินัยเอ่ยเสียงหนักแน่น “ผมไม่รู้จะบอกคุณยังไงจริงๆ ผม…ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้” “แล้วคุณหมอคิดว่ามันควรจะเป็นแบบไหนคะ” นลินดาถามกลับ น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย “แบบที่คุณหมอจะปล่อยให้ฉันเข้าใจผิดต่อไปเรื่อยๆ อย่างนั้นเหรอคะ” ภาคินัยเงียบไป เขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เพราะลึกๆ แล้ว เขาก็ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับนลินดาได้เช่นกัน การได้อยู่ใกล้ๆ เธอ การได้เห็นรอยยิ้มของเธอ การได้พูดคุยกับเธอในเรื่องต่างๆ มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาด “ผม…ผมไม่ได้อยากให้คุณเข้าใจผิดเลยครับ” ภาคินัยพยายามอธิบาย “แต่…ผมก็ยอมรับว่าการได้พูดคุยกับคุณ การได้อยู่ใกล้ๆ คุณ มันทำให้ผมรู้สึก…ผ่อนคลาย” คำสารภาพที่หลุดปากออกไปนั้นทำให้ทั้งคู่ต่างตกใจ ภาคินัยเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดเช่นนั้นออกมาได้ ส่วนนลินดา เธอก็ได้ยินสิ่งที่เขาพูดอย่างชัดเจน หัวใจที่บอบช้ำอยู่แล้ว กลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง “แล้ว…แล้วความรู้สึกของคุณหมอที่มีให้ฉัน มันคืออะไรคะ” นลินดาตัดสินใจถามคำถามที่สำคัญที่สุด เธอต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่เธอรู้สึก มันมีค่าสำหรับเขาบ้างไหม “มันแค่ความผ่อนคลาย หรือว่า…มันมีอะไรมากกว่านั้น” ภาคินัยมองเข้าไปในดวงตาของนลินดา เขาเห็นความคาดหวัง ความหวัง และความเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ในนั้น เขาลังเล เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะพูดอะไรออกไป ควรจะโกหกเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีที่มีอยู่ต่อไป หรือควรจะพูดความจริงที่อาจจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง “คุณลินดา…” ภาคินัยเริ่มพูด แต่เสียงของเขากลับติดขัด “ผม…ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” คำตอบนั้นยิ่งทำให้หัวใจของนลินดาบอบช้ำหนักกว่าเดิม “ผมรู้แค่ว่า…ผมรู้สึกดีเวลาอยู่กับคุณ และผมก็…ก็เป็นห่วงคุณ” “เป็นห่วง…” นลินดาพึมพำ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “มันไม่พอหรอกค่ะคุณหมอ สำหรับผู้หญิงที่กำลังจะถูกบอกเลิกอย่างเป็นทางการแบบฉัน” เธอเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ “ฉันต้องการมากกว่าความเป็นห่วงค่ะ” “คุณลินดา ผม…” ภาคินัยพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนในชีวิต การต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ซับซ้อนของตัวเองและความคาดหวังของอีกฝ่าย มันทำให้เขารู้สึกสับสนและอึดอัดเป็นอย่างมาก “ไม่เป็นไรค่ะคุณหมอ” นลินดาพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอแข็งกระด้างขึ้นอีกครั้ง “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” เธอสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมกำลังใจที่เหลืออยู่ “ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอพูดจบก็รีบลุกขึ้นยืน หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของภาคินัยไปทันที โดยไม่รอคำพูดใดๆ จากเขาอีก ภาคินัยมองตามแผ่นหลังของเธอที่กำลังเดินห่างออกไปในความเงียบ เขารู้สึกเจ็บแปลบในอก เขาไม่แน่ใจว่าเขาได้ตัดสินใจถูกแล้วหรือยัง หรือเขาเพิ่งจะทำลายบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป เขาไม่เคยคิดว่าการบอกความจริงเกี่ยวกับชีวิตของเขาจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดให้กับใครบางคนมากถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะกับนลินดา ผู้หญิงที่เขาเริ่มจะรู้สึกดีด้วยอย่างบอกไม่ถูก

4,816 ตัวอักษร