คุณหมอคนนี้หัวใจฉันจอง

ตอนที่ 11 / 34

ตอนที่ 11 — ระยะห่างที่เพิ่มขึ้น

หลังจากวันนั้น บรรยากาศระหว่างนลินดากับภาคินัยก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาพูดคุยกันน้อยลง การพบเจอกันในโรงพยาบาลกลายเป็นเพียงการทักทายตามมารยาทอย่างระมัดระวัง รอยยิ้มที่เคยมีให้กันอย่างเป็นธรรมชาติ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอึดอัดและห่างเหิน นลินดาพยายามอย่างมากที่จะทำตัวให้เป็นปกติ พยายามจะไม่คิดถึงคำพูดของภาคินัย แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพใบหน้าของเขากับคำว่า “ผมก็จะแต่งงานแล้วครับ” ก็ยิ่งตามหลอกหลอนเธอ ในทางกลับกัน ภาคินัยก็ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเธอ เขามักจะยุ่งอยู่กับการตรวจคนไข้ หรือไม่ก็หายเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองทันทีที่เสร็จธุระ นลินดารู้สึกได้ถึงระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเหมือนกับว่ากำแพงที่มองไม่เห็นถูกสร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างพวกเขา และมันกำลังหนาขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน วันหนึ่ง ขณะที่นลินดากำลังเดินตรวจคนไข้ในวอร์ดพิเศษ เธอก็ได้เจอกับธัญญ่า หญิงสาวที่ภาคินัยกำลังจะแต่งงานด้วย เธอมาเยี่ยมภาคินัยที่โรงพยาบาล นลินดาหยุดชะงักเมื่อเห็นทั้งคู่กำลังยืนคุยกันอยู่ใกล้ๆ ลิฟต์ ธัญญ่าดูเป็นผู้หญิงที่สวยสง่า แต่งกายภูมิฐาน และมีรอยยิ้มที่สดใส ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ภาคินัยด้วยความรักใคร่ “คุณหมอภาคินัยคะ” ธัญญ่าเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “วันนี้เหนื่อยไหมคะ” “นิดหน่อยครับคุณธัญญ่า” ภาคินัยตอบ ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายกว่าปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าธัญญ่า “แต่ก็ยังไหวอยู่ครับ” นลินดารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองทั้งคู่ด้วยหางตา ภาพของทั้งสองคนยืนเคียงข้างกัน ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก มันทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก “คุณหมอคะ” ธัญญ่าหันมาเห็นนลินดาพอดี เธอส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “คุณคือ…คุณพยาบาลนลินดาใช่ไหมคะ” นลินดาตกใจเล็กน้อยที่เธอจำเธอได้ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ใช่ค่ะ คุณธัญญ่า” เธอตอบเสียงเรียบ “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” “ฉันก็ได้ยินเรื่องคุณหมอภาคินัยพูดถึงคุณบ่อยๆ ค่ะ” ธัญญ่าพูดพลางเหลือบมองภาคินัย “เขาบอกว่าคุณเป็นพยาบาลที่เก่งและมีความรับผิดชอบมาก” คำพูดนั้นทำให้ภาคินัยดูอึดอัดขึ้นเล็กน้อย เขาหันไปมองนลินดาด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก แต่นลินดาเลือกที่จะไม่สบตาเขา เธอรู้ว่าเธอควรจะรีบไปจากตรงนี้ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา “ขอบคุณค่ะ” นลินดาตอบสั้นๆ “ฉันขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีคนไข้รออยู่ค่ะ” เธอรีบกล่าวลาและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ภาคินัยกับธัญญ่ายืนอยู่ตรงนั้น เมื่อเดินออกมาจากตรงนั้นแล้ว นลินดาถึงกับทรุดตัวลงพิงผนังทันที เธอสูดหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาไว้ “ทำไมมันถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้นะ” เธอพึมพำกับตัวเอง “ทำไมหัวใจของฉันถึงได้โง่เง่าขนาดนี้” ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นลินดาพยายามปลอบใจตัวเองอยู่เสมอว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อภาคินัยนั้นเป็นเพียงแค่ความชื่นชมในตัวเขาในฐานะแพทย์ และความผูกพันที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันในห้องฉุกเฉิน แต่ยิ่งเธอพยายามปฏิเสธมากเท่าไหร่ ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น “เขาจะแต่งงานแล้วนะนลินดา” เธอพูดกับตัวเองซ้ำๆ “เขาไม่ได้รักเธอ แล้วเธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปคิดอะไรแบบนั้น” แต่ถึงจะพยายามบอกตัวเองแบบนั้น หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่สบตาภาคินัย หรือแม้แต่ได้ยินเสียงของเขา มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่สามารถควบคุมได้ และมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกัน ภาคินัยก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองเช่นกัน เขาพบว่าตัวเองมักจะคอยสังเกตการณ์นลินดาอยู่เสมอ แม้จะพยายามทำเป็นไม่สนใจก็ตาม เวลาที่เธอหัวเราะ เวลาที่เธอทำงานอย่างตั้งใจ หรือแม้แต่เวลาที่เธอกำลังใช้ความคิด ใบหน้าของเธอฉายแววที่ทำให้เขารู้สึก…บางอย่าง “ทำไมฉันถึงยังคิดถึงเธออยู่” ภาคินัยถามตัวเองขณะที่นั่งทำงานอยู่คนเดียวในห้องพักแพทย์ “ฉันกำลังจะแต่งงานนะ” เขาพยายามย้ำเตือนตัวเองถึงความสัมพันธ์ที่มีกับธัญญ่า ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงและถูกคาดหวังจากครอบครัวมาโดยตลอด เขารู้สึกดีกับธัญญ่า และเขาก็เชื่อว่าเขารักเธอ แต่ทำไมหัวใจของเขาถึงได้สั่นไหวทุกครั้งที่นึกถึงนลินดา “มันเป็นแค่ความรู้สึกชั่วคราว” ภาคินัยพยายามปลอบใจตัวเอง “มันเป็นแค่ความประทับใจจากการทำงานร่วมกัน” แต่ลึกๆ แล้ว เขาก็รู้ดีว่ามันอาจจะไม่ใช่แค่นั้น การได้เห็นนลินดาเสียใจในวันนั้น มันทำให้เขารู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยต้องการให้เธอต้องเจ็บปวด วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ระยะห่างระหว่างนลินดากับภาคินัยค่อยๆ กลายเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พวกเขากลายเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่ทำงานภายใต้หลังคาเดียวกัน แต่ต่างคนต่างมีโลกส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถก้าวข้ามเข้าไปได้อีกต่อไป นลินดาพยายามที่จะเดินหน้าต่อไป เธอพยายามที่จะตัดใจจากภาคินัย และโฟกัสไปที่การทำงานของเธอ เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมรับความจริง และเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง “อย่างน้อยฉันก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง” นลินดาบอกตัวเองในใจ “ฉันได้รู้ว่าหัวใจของฉันสามารถรักใครได้มากขนาดไหน แม้ว่าความรักครั้งนี้จะไม่มีวันเป็นจริงก็ตาม”

4,122 ตัวอักษร