ตอนที่ 17 — ความลับที่ถูกเปิดเผยอีกครั้ง
ค่ำคืนนั้น นลินดานั่งเฝ้าแก้วตาอยู่ที่โรงพยาบาล เธอเห็นภาคินัยให้ยาตัวใหม่กับแก้วตาด้วยตัวเอง เขาดูเคร่งเครียดและระมัดระวังในทุกๆ การกระทำ ดวงตาของเขาที่สบกับเธอเพียงชั่วครู่ก็ฉายแววแห่งความกังวลที่ยากจะอธิบาย
"อาการเป็นอย่างไรบ้างคะ" นลินดาถามเมื่อเห็นภาคินัยถอยห่างจากเตียง
"ยังคงต้องรอดูอาการครับ" ภาคินัยตอบ "ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกอะไรได้"
"ฉัน…ฉันเป็นห่วงค่ะ" นลินดากล่าว
ภาคินัยพยักหน้า "ผมรู้" เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "แต่คุณก็ต้องเชื่อใจผมนะนลินดา"
"ค่ะ" นลินดาตอบรับเสียงเบา เธอมั่นใจในตัวเขา แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธออดกังวลไม่ได้
เช้าวันต่อมา ความตึงเครียดก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เมื่อพยาบาลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย
"คุณหมอคะ! คุณหมอภาคินัย!" เสียงของพยาบาลสั่นเครือ "คนไข้แก้วตา…มีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วค่ะ!"
ภาคินัยรีบวิ่งไปดูอาการแก้วตา ท่ามกลางความตกใจของนลินดาและพยาบาล
"อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ! ความดันโลหิตตก! หายใจติดขัด!" ภาคินัยตะโกนสั่งการ "เตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิต! เปิดเครื่องช่วยหายใจ! ฉีดยาเร่งหัวใจ!"
บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนเป็นโกลาหล ท่ามกลางเสียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดังระงม ภาคินัยสั่งการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ดวงตาของเขาฉายแววความกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นลินดายืนมองด้วยความตกใจสุดขีด เธอแทบจะหายใจไม่ออกเมื่อเห็นอาการของแก้วตาที่ทรุดลงอย่างน่าใจหาย
"ภาคินัย!" นลินดาเรียกชื่อเขาด้วยความร้อนรน "เกิดอะไรขึ้นคะ"
"ผม…ผมไม่รู้!" ภาคินัยตอบเสียงหอบ "ยาตัวใหม่…อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรง"
"แล้วเราจะทำยังไงดีคะ"
"ผมกำลังพยายามแก้ไขสถานการณ์อยู่" ภาคินัยกล่าว เขามุ่งมั่นอยู่กับการรักษาแก้วตา จนแทบจะไม่มีเวลาให้มองนลินดา
เวลาผ่านไปราวกับชั่วโมง นลินดาได้แต่นั่งมองภาคินัยต่อสู้กับความเป็นความตายของแก้วตา เธอเห็นหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ยังคงสู้ไม่ถอย
"ผมคิดว่า…เราอาจจะต้องเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับโรคของแก้วตาแล้วครับ" ภาคินัยพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังจากที่เขาพยายามรักษาแก้วตาจนอาการคงที่ในระดับหนึ่ง
นลินดาหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ "ความจริงอะไรคะ"
ภาคินัยถอนหายใจยาว "ผม…ผมได้ทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อคืนนี้" เขาหยุดเล็กน้อย "และผมพบว่า…โรคที่แก้วตากำลังเผชิญอยู่ มันไม่ใช่โรคที่เกิดจากสาเหตุทั่วไป"
"หมายความว่ายังไงคะ"
"ผมเชื่อว่า…โรคของแก้วตา มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับ…สารพันธุกรรมบางอย่างที่อาจจะส่งต่อมาจาก…ครอบครัวของเธอ" ภาคินัยเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก
นลินดาเบิกตากว้าง "สารพันธุกรรม? หมายถึง…หมายถึงพ่อแม่ของแก้วตาเหรอคะ"
"อาจจะใช่" ภาคินัยพยักหน้า "ผมเจอร่องรอยของโปรตีนบางชนิดในผลเลือดที่ผิดปกติไป ซึ่งมันมักจะพบในผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคที่ซับซ้อน"
"แต่…แต่พ่อกับแม่ของแก้วตาเสียชีวิตไปนานแล้วนะคะ" นลินดาเอ่ยเสียงสั่น "เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันมาจากใคร"
"ผมกำลังพยายามค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ครับ" ภาคินัยกล่าว "แต่ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิด…มันอาจจะเป็นโรคที่รักษาได้ยาก และอาจจะส่งผลต่อ…การมีลูกในอนาคตของแก้วตาด้วย"
คำพูดของภาคินัยทำให้นลินดาแทบจะยืนไม่อยู่ เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย แก้วตาของเธอ…จะไม่มีโอกาสมีลูกงั้นเหรอ
"แล้ว…แล้วเราจะทำยังไงคะ" นลินดาถามเสียงสั่นเครือ
"ผมจะพยายามรักษาแก้วตาให้ดีที่สุด" ภาคินัยตอบ "และผมจะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติครอบครัวของเธอ เพื่อจะได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด"
"คุณหมอ…จะทำอะไรอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ" นลินดาถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
"ผมต้องทำครับ" ภาคินัยตอบ "ผมไม่สามารถปล่อยให้แก้วตาต้องเผชิญหน้ากับโรคร้ายโดยที่ไม่มีใครเข้าใจมันอย่างแท้จริง"
นลินดาพยักหน้าช้าๆ เธอมองแก้วตาที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ความรู้สึกสงสารและเห็นใจเอ่อล้นในหัวใจ เธอไม่รู้ว่าอนาคตของแก้วตาจะเป็นอย่างไร แต่เธอรู้ว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
"ฉันจะช่วยคุณหมอนะคะ" นลินดากล่าว "ฉันจะพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของแก้วตาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
ภาคินัยมองเธอนิ่ง "ขอบคุณครับนลินดา" เขากล่าว "ผมรู้ว่าเรื่องนี้มัน…มันหนักหนาสำหรับคุณ"
"ไม่เป็นไรค่ะ" นลินดายิ้มบางๆ "แก้วตาคือครอบครัวของฉัน"
หลังจากนั้น ภาคินัยก็เริ่มทำการตรวจอย่างละเอียดมากขึ้น และพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติครอบครัวของแก้วตา เขาได้ติดต่อกับญาติห่างๆ ของแก้วตาบางคน และพยายามสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของบรรพบุรุษ
"ผมได้ข้อมูลมาเล็กน้อยครับ" ภาคินัยแจ้งแก่นลินดาในอีกไม่กี่วันต่อมา "มีคนเล่าว่า…คุณย่าของแก้วตา เคยมีอาการป่วยประหลาดที่คล้ายกับอาการของแก้วตา แต่สมัยนั้นการแพทย์ยังไม่ก้าวหน้าพอที่จะวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ"
"แล้ว…คุณย่าของแก้วตาเป็นยังไงบ้างคะ" นลินดาถามอย่างใจจดใจจ่อ
"เสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยครับ" ภาคินัยตอบ "และไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัด"
นลินดากลืนน้ำลายลงคอ เธอรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ โรคนี้ดูเหมือนจะแฝงตัวอยู่ในสายเลือดของแก้วตามานานแล้ว
"แล้ว…แล้วการรักษาล่ะคะ" นลินดาถาม
"ผมกำลังศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมที่คล้ายคลึงกัน" ภาคินัยกล่าว "ผมเชื่อว่า…ถ้าเรารู้ต้นตอที่แท้จริง เราจะสามารถหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดได้"
นลินดาพยักหน้า เธอรู้สึกว่าความหวังเริ่มกลับมาอีกครั้ง แม้ว่ามันจะมาพร้อมกับความลับที่น่ากลัวก็ตาม
4,431 ตัวอักษร