หัวใจที่เขาทิ้งไม่ลง

ตอนที่ 1 / 40

ตอนที่ 1 — ลมหนาวพัดพาใจที่ร้าวราน

เสียงฝนพรำยามค่ำคืนกล่อมกลืนเสียงสะอื้นของเธอให้จางหายไปกับความมืดมิดในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่อับชื้น แสงไฟสลัวจากข้างนอกลอดผ่านม่านบางๆ ส่องให้เห็นหยดน้ำตาที่ยังคงรื้นอยู่บนดวงตาคู่สวยของ ‘เมขลา’ หญิงสาววัยยี่สิบหกปีที่บัดนี้กำลังแบกรับความเจ็บปวดไว้เต็มอก เธอทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มที่เคยเป็นที่พักพิงอุ่นกาย แต่บัดนี้กลับมีเพียงความเย็นเยียบเข้ามาแทนที่ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผ้าปูที่นอนทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอปวดร้าวขึ้นไปอีก ยิ่งคิดถึงรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าคมคาย และแววตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักของเขา ‘ธาม’ ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักและเป็นเจ้าของหัวใจเธอมาตลอดระยะเวลาห้าปี ภาพเหล่านั้นยิ่งตอกย้ำความจริงที่โหดร้ายว่าทุกอย่างได้จบลงแล้ว "ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับฉัน ธาม" เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงข้อความสุดท้ายที่เขาพิมพ์ส่งมาให้ก่อนจะหายไปจากชีวิตของเธออย่างถาวร "เมขลา เราพอแค่นี้เถอะ ฉันเหนื่อยเหลือเกิน" คำพูดสั้นๆ ที่เหมือนคมมีดกรีดลงกลางใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันง่ายเหลือเกินที่เขาจะพูดคำว่า ‘พอ’ แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือการฉีกกระชากทุกอย่างที่เคยมีร่วมกันออกไปอย่างไม่ใยดี เมขลากอดเข่าตัวเองแน่น พยายามระงับเสียงสะอื้นที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก เธอยังคงจำได้ดีถึงวันแรกที่ได้พบธาม วันที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของเธอในงานเลี้ยงรุ่นครั้งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาที่ดูอ่อนโยน และรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนในวินาทีนั้น การพบกันครั้งนั้นเหมือนพรหมลิขิตที่ขีดเส้นให้ทั้งสองต้องมาบรรจบกัน และนับตั้งแต่วันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาอย่างรวดเร็ว จากคนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนสนิท จากเพื่อนสนิทกลายเป็นคนรักที่ไม่มีวันแยกจาก ธามเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อม เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย มีฐานะร่ำรวย มีเสน่ห์ดึงดูด และที่สำคัญที่สุด เขาดูแลเอาใจใส่เมขลาเป็นอย่างดี เขาไม่เคยทำให้เธอต้องผิดหวัง ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเหงา เขาเติมเต็มทุกช่องว่างในชีวิตของเธอ ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าความรักของพวกเขานั้นมั่นคงและจะคงอยู่ตลอดไป จนกระทั่งวันที่เขาตัดสินใจบอกเลิกเธออย่างกะทันหัน โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน แม้จะพยายามถามไถ่เท่าไหร่ เขาก็เอาแต่บอกว่า ‘เหนื่อย’ เขาต้องการเวลา ต้องการอยู่คนเดียว "มันไม่ใช่ความเหนื่อยที่ทำให้เราเลิกกันได้หรอก ธาม" เมขลาพึมพำกับตัวเอง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาอาบแก้ม "คุณต้องมีอะไรปิดบังฉันอยู่แน่ๆ" เธอเชื่อสุดใจว่าธามไม่ได้หมดรักเธอจริงๆ เขาคงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาต้องทำแบบนี้ แต่เธอจะยอมปล่อยให้เขาไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ เธอต้องรู้ความจริงให้ได้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอสั่นขึ้นเบาๆ บนโต๊ะ เมขลาสะดุ้งเล็กน้อย รีบปาดน้ำตาแล้วหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อของ ‘รดา’ เพื่อนสนิทที่คอยปลอบประโลมเธอเสมอ "ว่าไงนะรดา" เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า "แกเป็นไงบ้าง ยังร้องไห้อยู่เหรอ" เสียงของรดาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง "แล้วแกคิดว่าฉันจะเป็นยังไงล่ะ" เมขลาตอบเสียงเบา "เขาทิ้งฉันไปแล้วนะรดา ทิ้งไปแบบไม่ไยดีเลย" "ฉันรู้ว่ามันยากนะเมขลา แต่แกต้องเข้มแข็งนะ" รดาพยายามปลอบ "แกยังมีฉัน มีครอบครัวนะ" "ฉันไม่รู้จะเข้มแข็งได้ยังไง" เมขลาเสียงสั่น "ทุกอย่างมันพังทลายไปหมดแล้ว ฉันไม่เหลืออะไรเลย" "อย่าพูดแบบนั้นนะเมขลา ความรักมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตนะ" "สำหรับฉันมันเคยเป็นนะ" เมขลาพูดทั้งน้ำตา "และตอนนี้มันก็กำลังจะฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็น" รดาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเข้าไปหาแกนะ เตรียมของกินอร่อยๆ ไปให้ แกไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น พักผ่อนนะ" "ขอบคุณนะรดา" เมขลาเอ่ยเสียงแผ่วเบา "ฝันดีนะเมขลา" หลังจากวางสาย รดาก็รู้สึกหนักอึ้งไปทั้งใจ เธอรู้ดีว่าเมขลาผูกพันกับธามมากแค่ไหน และการจากไปของเขาในครั้งนี้คงจะสร้างบาดแผลที่ลึกมากให้กับเธอ เธอนึกถึงธามด้วยความรู้สึกผิดหวัง เขาเป็นคนดีเสมอมา ทำไมถึงได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนรักของเธอแบบนี้ ขณะเดียวกัน ที่คอนโดหรูใจกลางเมือง ‘ธาม’ ชายหนุ่มวัยสามสิบปี กำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ของห้องนั่งเล่น วิวเมืองยามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออน ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้เลย แม้จะอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายและความหรูหรา แต่ภายในใจของเขากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความทรมาน เขากำลังนั่งดื่มวิสกี้ราคาแพงเพียงลำพัง แก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากขมๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดและความเสียใจที่กัดกินหัวใจ เขาได้ทำในสิ่งที่เขาคิดว่าจำเป็นต้องทำ แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เขาเจ็บปวดไม่แพ้เมขลาเลย "เมขลา..." เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวด "ขอโทษนะ... ขอโทษจริงๆ" ภาพของใบหน้าหวานที่เคยเปื้อนรอยยิ้ม แววตาที่เคยเป็นประกายเมื่อมองมาที่เขา วาจาที่เคยอ่อนหวาน และอ้อมกอดที่เคยอบอุ่น วนเวียนอยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามจะบอกตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่หัวใจของเขากลับไม่ยอมรับ "ทำไม... ทำไมฉันถึงทำแบบนี้" เขาถามตัวเองซ้ำๆ มือหนาคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด จนของเหลวสีอำพันไหลย้อนขึ้นมาจนแสบคอ แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจที่เขากำลังเผชิญอยู่ เขายังจำคำพูดของบิดาได้ดี "ธาม ลูกต้องเลือก ถ้าอยากได้ทุกอย่างที่พ่อสร้างมา ลูกต้องเลิกกับเมขลา" คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของเขา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมการแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักถึงจะเป็นอุปสรรคต่อการรับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัวไปได้ เขาพยายามอธิบาย พยายามต่อรอง แต่ก็ไร้ผล "พ่อรู้ว่าลูกรักผู้หญิงคนนั้นมาก แต่ความรับผิดชอบของลูกนั้นยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก" บิดาของเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ถ้าลูกเลือกเธอ พ่อก็คงไม่มีลูกชายคนไหนอีกแล้ว" ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา ธามรู้ดีว่าบิดาของเขาเป็นคนจริงจังแค่ไหน และเขาเองก็ไม่สามารถทิ้งทุกสิ่งที่บิดาสร้างมาได้ เพียงเพราะความรักที่เขามีให้กับเมขลา มันเป็นทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจจนแทบแหลกสลาย เขาต้องเลือก ระหว่างความรักกับความรับผิดชอบ ระหว่างหัวใจกับครอบครัว และในที่สุด เขาก็เลือก... เลือกที่จะเสียสละความสุขของตัวเอง เพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ แต่การเสียสละครั้งนี้ มันกลับทำให้หัวใจของเขาแตกสลายไม่ต่างจากเมขลาเลยสักนิด เขาไม่รู้ว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ต่อไปอย่างไร หากไม่มีเธออีกแล้ว ตอนที่ 2 — ใต้แสงจันทร์ที่เคยมีเรา แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาปลุกเมขลาจากการหลับใหลอันน้อยนิด ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนเธอ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ใบหน้ายังคงซูบเซียว ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้ทั้งคืน "วันนี้ก็ต้องเริ่มต้นใหม่สินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง พยายามปัดเป่าความคิดเศร้าหมองออกไป แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ "เมขลา แกอยู่ไหม" "อยู่จ้ะ" เธอตอบเสียงแหบพร่า เมื่อเปิดประตูออก รดาก็ยืนยิ้มแห้งๆ อยู่หน้าประตู พร้อมถุงอาหารเช้าในมือ "มาแล้วจ้ะ อาหารเช้าสุดพิเศษสำหรับคนอกหัก" รดาพยายามทำบรรยากาศให้สดใสขึ้น เมขลาฝืนยิ้มรับ "ขอบใจนะรดา" ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะอาหารเล็กๆ ในห้อง เมขลาตักข้าวเหนียวหมูปิ้งเข้าปากอย่างช้าๆ รสชาติที่เคยอร่อยกลับรู้สึกจืดชืดในปากของเธอ "เป็นไงบ้าง เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยเหรอ" รดาถาม พลางส่งสายตาเป็นห่วง "ก็นิดหน่อย" เมขลาตอบเสียงเบา "พยายามจะลืมนะ แต่ก็ยากเหลือเกิน" "ฉันเข้าใจ" รดาจับมือเมขลาไว้ "แต่แกต้องให้เวลากับตัวเองนะ การเยียวยาบาดแผลมันต้องใช้เวลา" "แล้วถ้าเวลาของฉันมันหมดลงล่ะ" เมขลาเงยหน้ามองรดา น้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง "ถ้าเขามีคนอื่นแล้วล่ะ" "อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นสิ" รดาปลอบ "เรายังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเลยนะ" "เขาบอกว่าเขาเหนื่อย" เมขลาพูดเน้นคำ "เหนื่อยกับความสัมพันธ์ของเรา" "คำพูดนั้นมันฟังดูแปลกๆ นะ" รดาขมวดคิ้ว "มันเหมือนมีอะไรมากกว่านั้น" "ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" เมขลาถอนหายใจ "แต่เขาไม่ยอมบอกอะไรฉันเลย" "แล้วแกคิดว่าจะทำยังไงต่อไป" "ฉัน... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" เมขลาตอบเสียงแผ่ว "ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเขา" "เมขลา แกยังมีฉันนะ" รดาบีบมือเธอแน่น "แกยังมีครอบครัว และที่สำคัญ แกยังมีตัวแกเองนะ อย่าให้ผู้ชายคนเดียวมาทำลายชีวิตแกไปทั้งชีวิต" เมขลาพยักหน้าช้าๆ พยายามรวบรวมกำลังใจ "ขอบใจนะรดา" เธอกล่าว "ที่อยู่ข้างๆ ฉันเสมอ" "แน่นอนอยู่แล้ว" รดาตอบยิ้มๆ "เราเป็นเพื่อนรักกันนี่นา" หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ รดาก็ชวนเมขลาออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แม้ว่าบรรยากาศรอบข้างจะดูสดใสเพียงใด แต่ในใจของเมขลา ก็ยังคงมีแต่ความว่างเปล่า ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเล่นอยู่ จู่ๆ เมขลาก็ชะงักเท้า มองไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ "นั่น... นั่นมันธามนี่" เมขลาอุทานเสียงแผ่ว รดาหันไปมองตาม ก็เห็นธามนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขากำลังจับจ้องไปยังบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ตรงหน้า "แกจะเข้าไปคุยกับเขาไหม" รดาถาม เมขลาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ "ฉันอยากรู้ว่าทำไม" เธอค่อยๆ เดินเข้าไปหาธาม รดายืนรออยู่ห่างๆ เป็นกำลังใจ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เมขลาก็เห็นว่าธามกำลังถือกรอบรูปเก่าๆ ใบหนึ่งอยู่ ในภาพนั้นมีเธอและธามกำลังยิ้มอย่างมีความสุข "ธาม" เมขลาเอ่ยเรียกเสียงสั่น ธามสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองเมขลาด้วยสีหน้าตกใจและรู้สึกผิด "เมขลา..." เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาเบาๆ "เธอมาทำอะไรที่นี่" "ฉันน่าจะเป็นคนถามคุณมากกว่า" เมขลาถามกลับ เสียงของเธอสั่นเครือ "ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับฉัน" ธามมองเมขลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาอยากจะอธิบายทุกอย่าง แต่คำพูดมันติดอยู่ที่คอ "ฉัน... ฉันขอโทษ" เขาพูดได้เพียงเท่านั้น "ขอโทษ?" เมขลาหัวเราะทั้งน้ำตา "คำขอโทษแค่นี้มันเพียงพอแล้วเหรอ" "ฉันรู้ว่ามันไม่พอ" ธามพูดเสียงแหบพร่า "แต่ฉัน... ฉันไม่รู้จะทำยังไง" "คุณบอกว่าคุณเหนื่อย" เมขลาถาม "เหนื่อยกับฉัน เหนื่อยกับความสัมพันธ์ของเราใช่ไหม" ธามส่ายหน้าช้าๆ "ไม่... ไม่ใช่เลย เมขลา ฉันไม่ได้เหนื่อยกับเธอ" "แล้วทำไมคุณถึงทิ้งฉันไป" เมขลาถามเสียงดังขึ้น ดวงตาแดงก่ำ "บอกฉันมาสิ!" ธามหลับตาลงแน่น พยายามรวบรวมสติ "มัน... มันเป็นเรื่องของครอบครัว" "ครอบครัว?" เมขลาทวนคำ "ครอบครัวของคุณเกี่ยวอะไรกับเรา" "ฉัน... ฉันต้องเลือก" ธามพูดเสียงอู้อี้ "ระหว่างเธอกับทุกอย่างที่พ่อฉันสร้างมา" เมขลาอึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ธามพูดเลย "คุณหมายความว่ายังไง" "พ่อของฉัน... เขาไม่ยอมให้ฉันแต่งงานกับเธอ" ธามพูดออกมา "ถ้าฉันเลือกแต่งงานกับเธอ พ่อจะตัดฉันออกจากกองมรดก และฉันก็ต้อง... ฉันต้องเลือกระหว่างเธอ กับทุกสิ่งทุกอย่าง" เมขลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย "คุณ... คุณพูดจริงเหรอ" ธามพยักหน้า "ฉันขอโทษนะเมขลา ฉันรักเธอมากนะ แต่ฉัน... ฉันทำอะไรไม่ได้จริงๆ" น้ำตาของเมขลาไหลอาบแก้มอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่น้ำตาแห่งความเสียใจ มันมีความรู้สึกเสียดายและผิดหวังปะปนอยู่ด้วย เธอยังคงรักธามสุดหัวใจ แต่เธอก็เข้าใจในสถานการณ์ของเขาเช่นกัน "แล้ว... แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป" เธอถามเสียงแผ่ว "ฉัน... ฉันไม่รู้" ธามตอบ "แต่ฉันก็ยังรักเธออยู่นะเมขลา" คำพูดนั้นทำให้เมขลาประหลาดใจ แต่ก็มีความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมาในใจ "ถ้าอย่างนั้น... เรามาลองคุยกันใหม่ได้ไหม" เมขลาเอ่ย "บางทีอาจจะมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ก็ได้" ธามมองเมขลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง "เธอ... เธอจะยังให้โอกาสฉันอีกครั้งเหรอ" "ฉันรักคุณนะ ธาม" เมขลาพูดเสียงหนักแน่น "ฉันไม่เคยหยุดรักคุณเลย" ธามยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขาก้าวเข้าไปกอดเมขลาแน่น "ขอบคุณนะเมขลา ขอบคุณจริงๆ" ทั้งสองโอบกอดกันใต้แสงจันทร์ที่เคยมีเพียงเงาสะท้อนของความสุข บัดนี้ความหวังได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

9,669 ตัวอักษร