ตอนที่ 1 — วันวิวาห์ที่มิได้คาดฝัน
เสียงฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายราวกับจะกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของฉัน ลมเย็นยะเยือกปะทะใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางจนแทบมองไม่เห็นสีผิวที่แท้จริงภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ฉันชื่อ ‘พิมพ์’ ไม่ใช่ ‘แพรวา’ พี่สาวฝาแฝดของฉัน สุ้มเสียงของแม่ที่ดังลอดเข้ามาในห้องแต่งตัวทำให้ฉันสะดุ้งโหยง “พิมพ์! ใกล้ได้เวลาแล้วนะ อย่าทำให้เสียเรื่องเชียว” เสียงแม่แฝงไปด้วยความกดดันที่ฉันสัมผัสได้เสมอ ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ความกดดันนั้นยิ่งทวีคูณ
“ค่ะแม่” ฉันตอบเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมสติ ภาพงานแต่งงานหรูหราที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้ามันช่างเป็นเรื่องประหลาดเกินกว่าที่ใจจะยอมรับได้ แต่มันคือความจริง ฉันต้องแต่งงานแทนแพรวา พี่สาวของฉัน ผู้ที่ควรจะเป็นเจ้าสาวในวันนี้ แต่กลับปลีกตัวหนีไปก่อนวันวิวาห์เพียงไม่กี่วัน ปล่อยให้ปัญหากองโตตกเป็นของฉัน พี่สาวที่ใจเสาะ ปล่อยให้น้องสาวที่อ่อนแออย่างฉันต้องมารับหน้าแทน
“ทำไมต้องเป็นฉัน” คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวฉันตลอดหลายวันที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครให้คำตอบ มีเพียงสายตาที่คาดหวังและคำสั่งที่เด็ดขาดจากผู้ใหญ่ ฉันเป็นเพียงนักศึกษาปีสุดท้ายที่กำลังจะเรียนจบ ความฝันของฉันคือการได้ทำงานในสายงานที่รัก ไม่ใช่การสวมรอยเป็นใครสักคนในพิธีที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความลับเช่นนี้
“พิมพ์… เธอแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้” คุณหญิงอรพรรณ มารดาของฉัน ถามเสียงเบาขณะที่เข้ามาจัดชายกระโปรงชุดเจ้าสาวให้ “มันเป็นเรื่องใหญ่มากนะลูก ถ้าเกิดอะไรขึ้น…”
“หนูทำได้ค่ะแม่” ฉันตอบเสียงหนักแน่น พยายามฉายแววที่มั่นใจทั้งที่ข้างในสั่นคลอน “หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”
ฉันมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เจ้าสาวที่สวยงามราวกับตุ๊กตา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววแห่งความกังวลและหวาดหวั่น ชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตาปักด้วยลูกไม้ละเอียดอ่อนประดับด้วยไข่มุกเม็ดเล็กๆ เป็นชุดที่แพรวาเลือก มันสวยมาก แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นชุดที่ใส่ให้คนอื่น ฉันไม่ใช่แพรวา ฉันไม่ใช่นางแบบสาวสวยที่เพียบพร้อมและมีเสน่ห์เย้ายวนใจ ฉันเป็นเพียงพิมพ์ หญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง
“เจ้าบ่าวของเธอ เขาเป็นคนยังไงบ้างคะแม่” ฉันถามเสียงสั่นเครือ
“คุณภาคย์… เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วประเทศ เขาดีพอสำหรับแพรวา… และก็คงดีพอสำหรับเธอด้วย” แม่พูดพลางยิ้มบางๆ แต่ในแววตานั้นมีความกังวลซ่อนอยู่ “แค่อย่าทำอะไรให้เสียเรื่องก็พอ”
“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับอย่างเข้าใจดี สถานะทางสังคมและความคาดหวังของครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นสิ่งที่ฉันต้องระวัง ฉันต้องสวมบทบาทของแพรวาให้แนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้
เสียงดนตรีบรรเลงขึ้น เป็นเพลงที่คุ้นหูแต่กลับทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ประตูโบสถ์เปิดออก แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามา แขกเหรื่อที่นั่งเต็มทุกที่นั่งหันมามองทางฉันเป็นตาเดียว ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มความประหม่า ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมแดง ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อย
เมื่อเดินไปถึงแท่นพิธี ฉันเห็นร่างสูงสง่าของชายหนุ่มยืนรออยู่ เขาคือ ‘ภาคย์’ ว่าที่สามีของฉันที่ฉันไม่เคยพบหน้ามาก่อน รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายรับกับกรอบหน้าชัดเจน สวมสูทสีเข้มขับให้บุคลิกดูสง่างาม ท่าทางของเขาดูสงบนิ่ง แต่แววตาที่มองมากลับมีประกายบางอย่างที่ยากจะอ่านออก
เมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ ฉันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา เพียงเสี้ยววินาทีที่สายตาของเราสบกัน แววตาของเขามีประกายวูบหนึ่ง ราวกับจะเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ แต่แล้วมันก็หายไป เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ยื่นมือมาประคองแขนของฉัน
“ยินดีที่ได้รู้จัก… คุณแพรวา” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงความเย็นบางอย่างที่แฝงอยู่
ฉันยิ้มตอบรับอย่างพยายามทำให้เป็นธรรมชาติที่สุด “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ… คุณภาคย์”
พิธีดำเนินไปอย่างราบรื่นตามขั้นตอน ฉันท่องจำบทสนทนาที่ต้องพูดกับบาทหลวงและคำสาบานต่างๆ ไว้ได้อย่างแม่นยำ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ประดังประเดเข้ามา ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเล่นละครเวทีเรื่องใหญ่ และทุกสายตาที่จับจ้องมาคือผู้ชมที่รอคอยการแสดงของฉัน
เมื่อถึงช่วงที่ต้องแลกแหวน ฉันหยิบแหวนเพชรเม็ดงามจากกล่องที่วางอยู่บนถาด ส่งให้บาทหลวง เขาหยิบแหวนวงหนึ่งออกมา สวมให้กับนิ้วนางข้างซ้ายของฉัน เป็นแหวนที่สวยงามแต่ให้ความรู้สึกแปลกแยก จากนั้นฉันก็รับแหวนอีกวงมาสวมให้กับภาคย์
“ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ” ภาคย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาของเขายังคงอ่านยากเช่นเดิม
เมื่อพิธีเสร็จสิ้น เราเดินออกมาจากโบสถ์ ท่ามกลางเสียงปรบมือและดอกไม้ที่โปรยปรายลงมา ฉันสูดลมหายใจลึกๆ รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลแฝงอยู่
“คุณว่าที่ภรรยาของผม” ภาคย์เอ่ยขึ้น ขณะที่เรากำลังจะก้าวขึ้นรถลีมูซีนคันหรู “มีอะไรที่อยากจะบอกผมเป็นพิเศษหรือเปล่า”
คำถามของเขาทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย “หมายความว่ายังไงคะ”
“เปล่าหรอกครับ” เขาตอบพลางยิ้มมุมปาก “แค่รู้สึกว่า… คุณดูแตกต่างจากที่ผมจินตนาการไว้”
ฉันพยายามเก็บอาการ “ทุกคนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาค่ะ”
“จริงของคุณครับ” เขายิ้มอย่างมีเลศนัย “แต่บางครั้ง… การเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่น่าสังเกต”
คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกประหลาดใจ เขาหมายความว่าอะไรกันแน่? หรือว่าเขาจับได้แล้ว? ความคิดนั้นทำให้ใจของฉันหล่นวูบ
“ผมว่าเราไปงานเลี้ยงฉลองกันดีกว่านะครับ” ภาคย์พูดขึ้นอีกครั้งราวกับจะตัดบทสนทนา “อีกไม่นานทุกคนก็คงอยากจะเจอเจ้าสาวป้ายแดงอย่างคุณแล้ว”
ฉันพยักหน้ารับอย่างอึดอัด ก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับเขา โดยไม่รู้เลยว่าชีวิตหลังจากวันนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
4,498 ตัวอักษร