ตอนที่ 22 — คำสารภาพจากความรู้สึกที่แท้จริง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามายังห้องนอนอย่างแผ่วเบา ปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมพลิกตัวไปมองข้างๆ ภาคย์ยังคงหลับใหลอย่างสงบ ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนลงไปมากเมื่อยามหลับ ความรู้สึกหลายอย่างถาโถมเข้ามาในหัวใจ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความสับสนหรือความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว มันคือความรู้สึกอบอุ่นใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ผมจำบทสนทนาเมื่อคืนได้ดี ภาคย์ได้เล่าถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขา เรื่องราวที่เขาเก็บซ่อนมานานแสนนาน ความจริงที่ว่าเขาไม่เคยหลอกลวงผมเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่ต้องการเวลา เพื่อที่จะเข้าใจหัวใจตัวเอง และเพื่อที่จะได้บอกความรู้สึกที่แท้จริงนี้ออกมา
ผมค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น นั่งลงที่ริมเตียง มองออกไปนอกหน้าต่าง สวนสวยที่เคยดูห่างเหิน ตอนนี้กลับดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ทุกอย่างดูสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันแรกที่เราพบกัน วันที่ผมต้องสวมบทบาทเป็นพี่สาว แบกรับความคาดหวังและความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะดำเนินมาถึงจุดนี้ จุดที่เราสองคนได้เปิดใจให้กันอย่างแท้จริง
"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มนุ่มของภาคย์ดังขึ้นข้างหลัง ผมสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมอง ใบหน้าของเขายังคงมีร่องรอยของความง่วง แต่แววตาฉายประกายแห่งความรักและความห่วงใยอย่างชัดเจน
"อือ" ผมตอบเสียงเบา พยายามรวบรวมสติ "เมื่อคืน... ฉันนอนหลับสบายมากเลย"
ภาคย์ยิ้มบางๆ เดินเข้ามาโอบไหล่ผมจากด้านหลัง "ดีแล้ว ผมไม่อยากให้เธอต้องกังวลอะไรอีกต่อไปแล้วนะ"
ผมเอนศีรษะพิงแผงอกอุ่นๆ ของเขา "ขอบคุณนะภาคย์ ที่ยอมเล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง"
"ผมควรจะบอกเธอตั้งนานแล้ว" เขาพึมพำ ใบหน้าซุกไซร้เบาๆ ที่เส้นผมของผม "ผมกลัว... กลัวว่าเธอจะรับไม่ได้ กลัวว่าเธอจะเกลียดผม"
"ไม่เลย" ผมรีบปฏิเสธ "ฉันเข้าใจนะ ทุกคนก็มีเรื่องที่ต้องปกป้อง หรือเรื่องที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ"
"แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรอถึงตอนนี้" ภาคย์ถอนหายใจแผ่วเบา "บางที... ผมอาจจะรอให้แน่ใจจริงๆ ว่าหัวใจของผมมันเป็นของเธอคนเดียว"
คำพูดนั้นทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้น ผมหันหน้าไปสบตาเขา แววตาของเขามีความจริงใจฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม "แล้ว... ตอนนี้แน่ใจแล้วเหรอ"
ภาคย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่แก้มของผม "แน่ใจที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ"
ริมฝีปากของเราประกบกันอย่างแผ่วเบา เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน จูบนี้ไม่ใช่จูบแห่งการครอบครอง หรือจูบแห่งความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว มันคือจูบแห่งการเติมเต็ม จูบแห่งการยอมรับซึ่งกันและกัน
"ผมรักเธอนะ" ภาคย์กระซิบแผ่วเบา หลังผละริมฝีปากออก "รักมาตลอดเลย"
น้ำตาเอ่อคลอที่ขอบตาของผม ผมไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้ยินคำพูดนี้ จากปากของเขา "ฉันก็รักคุณค่ะ" ผมตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล
"หลังจากนี้... เราจะเริ่มต้นใหม่กันนะ" ภาคย์เอื้อมมือมาปาดน้ำตาที่ไหลรินบนแก้มของผมเบาๆ "ไม่ต้องมีเรื่องปิดบัง ไม่ต้องมีเรื่องหลอกลวงอีกต่อไป"
"ค่ะ" ผมพยักหน้ารับ "เราจะสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน"
"แล้วเรื่องของพี่สาวเธอ..." ภาคย์เอ่ยถามขึ้นอย่างลังเล
ผมส่ายหน้า "ฉันจะคุยกับพี่แพรวให้เข้าใจ"
"แล้วครอบครัวของเธอ..."
"ฉันจะพยายามอธิบายให้พวกท่านเข้าใจ" ผมบอก "มันอาจจะไม่ง่าย แต่ฉันเชื่อว่าความจริงใจของเรา จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น"
"ผมจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอ" ภาคย์ยืนยัน เขาจับมือผมไว้แน่น "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกัน"
ผมมองเข้าไปในดวงตาของเขา และรู้สึกได้ถึงความหนักแน่นในคำพูดนั้น ความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกาย ผมรู้ว่าการเดินทางของเรายังคงมีอุปสรรคอีกมากมาย แต่ครั้งนี้ ผมไม่ได้รู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะผมมีภาคย์อยู่เคียงข้าง
เราใช้เวลาอีกสักพักในการพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา การเปิดใจของภาคย์ ทำให้ผมเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น เขาเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกตัวเอง ว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะเก็บผมไว้ แทนที่จะปฏิเสธผมทันทีที่รู้ความจริง
"ตอนแรก... ผมก็แค่รู้สึกว่าเธอเป็นคนผิด... ผิดที่เข้ามาอยู่ในชีวิตผมในสถานะแบบนี้" ภาคย์ยอมรับ "แต่ยิ่งอยู่ด้วยกันนานๆ ผมก็ยิ่งเห็นความดีงามในตัวเธอ เห็นความเข้มแข็ง เห็นความอ่อนโยนที่เธอซ่อนไว้"
"แล้วเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มรู้สึก..." ผมถามอย่างอยากรู้
"ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" เขาครุ่นคิด "อาจจะตอนที่เธอร้องไห้เพราะคิดถึงพี่สาว... ผมรู้สึกอยากปลอบ อยากดูแล... หรืออาจจะตอนที่เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้งานแต่งงานมันดำเนินไปได้... ผมเห็นความเสียสละของเธอ"
"แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าคุณไม่แคร์" ผมแซวเบาๆ
ภาคย์หัวเราะ "ก็ผมยังสับสนกับความรู้สึกตัวเองอยู่นี่นา... ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมรู้สึกมันคืออะไรกันแน่"
"แล้วรูปถ่ายในห้องทำงานของคุณ..." ผมเอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้ผมสับสนมานาน
"อ๋อ รูปนั้นน่ะเหรอ" ภาคย์ยิ้ม "รูปนั้นเป็นรูปของแม่ผมเอง รูปที่แม่ถ่ายไว้ตอนที่ท่านยังสาวๆ ผมเก็บไว้เป็นที่ระลึก... ผมไม่เคยคิดจะสื่ออะไรกับรูปนั้นเลย"
"ฉันเข้าใจผิดไปเอง" ผมถอนหายใจเบาๆ
"ก็ไม่เป็นไรนะ... อย่างที่ผมบอก... เรามีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันอีกเยอะ" ภาคย์บอก "แต่ตอนนี้... ผมอยากให้เธอรู้ว่า... ผมเลือกที่จะรักเธอ... และผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด"
คำพูดของภาคย์ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งถูกยกออกจากอก ผมรู้สึกโล่งใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้ว่าจากนี้ไป ความสัมพันธ์ของเราจะมั่นคงและแข็งแกร่งกว่าเดิม
"ไปหาอะไรกินกันเถอะ" ภาคย์ลุกขึ้นยืน "ผมอยากจะพาเธอไปกินข้าวเช้าข้างนอก"
"ดีเลยค่ะ" ผมตอบรับ ผมกอดแขนเขาไว้แน่น "ไม่ว่าจะไปที่ไหน... ฉันก็อยากไปด้วย"
เราเดินออกจากห้องนอนไปด้วยกัน มือของเรายังคงประสานกันอย่างแนบแน่น รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าของทั้งสองคน แสงแดดที่ส่องเข้ามาในวันนี้ ไม่ใช่แค่แสงแดดธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือแสงแห่งความหวัง แสงแห่งการเริ่มต้นใหม่ และแสงแห่งความรักที่แท้จริง
4,716 ตัวอักษร