ตอนที่ 1 — ความเงียบงันในวันครบรอบแต่งงาน
เสียงนาฬิกาแขวนผนังในห้องรับแขกดังติ๊กต็อกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังเย้ยหยันความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หลังงามของตระกูลอนันตวงศ์ วาริสา หญิงสาววัย 28 ปี ในชุดเดรสผ้าไหมสีครีมเรียบหรู ยืนมองภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่บนผนัง ภาพของเธอและสามี ชาญวิทย์ ในวันที่แต่งงานกัน ใบหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม แต่สำหรับวาริสา รอยยิ้มนั้นกลับดูเลือนราง ราวกับถูกแต่งเติมขึ้นมาเพื่อให้ดูสมบูรณ์แบบ
สามปีแล้ว สามปีที่เธอใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันกับชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจ แต่กลับไม่เคยได้รับความรักตอบกลับมาเลยสักนิด ชาญวิทย์ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และชาติตระกูล เขาแต่งงานกับเธอตามคำขอของบิดามารดา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาของเธอ และก็เหมือนเช่นทุกปี วันครบรอบแต่งงานของพวกเขาก็ผ่านไปอย่างเงียบเชียบเช่นเคย ไม่มีดอกไม้ ไม่มีของขวัญ ไม่มีคำอวยพรใดๆ มีเพียงความเย็นชาที่ชาญวิทย์มอบให้เธอเสมอมา
“คุณหนูวาริสาคะ” เสียงของแม่บ้านสูงวัยดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอันแสนหนักอึ้ง “คุณชาญวิทย์กลับมาแล้วค่ะ”
วาริสาถอนหายใจเบาๆ พลางหันไปมองประตูทางเข้า เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ก็ตาม ชาญวิทย์เดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทีสบายๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็ค เขามองมาที่เธอเพียงแวบเดียว ก่อนจะตรงไปยังโซฟาตัวยาวและหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน
“กลับมาแล้วเหรอคะ” วาริสาเอ่ยถาม เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย
ชาญวิทย์ละสายตาจากหนังสือพิมพ์ขึ้นมามอง “อืม” เขาตอบรับสั้นๆ แล้วกลับไปสนใจข่าวสารในมือต่อ
“วันนี้… วันครบรอบของเรานะคะ” วาริสาพยายามพูดต่อ แม้จะรู้ดีว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร
ชาญวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ลง “แล้วไง” เขาถามกลับ น้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าใจหาย
“ก็… ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากเตือนให้ทราบ” วาริสาเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ
“ฉันรู้” ชาญวิทย์ตอบ “แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหน”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของวาริสา ราวกับมีใครเอาเศษแก้วมาขยี้เล่น เธอรู้สึกชาไปทั้งตัว ภาพความทรงจำในวันแต่งงานย้อนกลับมา ภาพรอยยิ้มของพ่อแม่ที่จากไปแล้ว ภาพคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับตัวเองว่าจะเข้มแข็ง และจะทำให้ชีวิตแต่งงานครั้งนี้มีความสุขให้ได้
“สำหรับคุณ อาจจะไม่สำคัญ” วาริสาพูดเสียงเบา “แต่สำหรับฉัน… มันมีความหมาย”
ชาญวิทย์มองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “เธอคาดหวังอะไรจากฉันวาริสา” เขาถาม “เราแต่งงานกันเพราะความจำเป็นไม่ใช่หรือไง”
“ความจำเป็นของคุณ อาจจะใช่” วาริสายิ้มเศร้า “แต่สำหรับฉัน… ฉันรักคุณ ชาญวิทย์ ฉันรักคุณมาตลอด”
ชาญวิทย์มองเธออึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “รักอย่างนั้นหรือ? เธอแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่แค่การหลอกตัวเอง”
“ฉันไม่เคยหลอกตัวเอง” วาริสาตอบเสียงมั่นคง “และฉันก็ทนอยู่กับความไม่รักของคุณมาสามปีแล้ว”
“แล้วไง” ชาญวิทย์เลิกคิ้ว “เธอจะให้ฉันทำอะไร? ให้ฉันแสร้งทำเป็นรักเธออย่างนั้นหรือ? ฉันทำไม่ได้หรอกวาริสา ฉันเป็นคนตรงไปตรงมา”
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณแสร้งทำ” วาริสาเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างรวดเร็ว “ฉันแค่… แค่อยากให้คุณรู้”
“รู้ว่าเธอรักฉัน” ชาญวิทย์พยักหน้าช้าๆ “ฉันรู้มาตลอดนั่นแหละ”
“ถ้าคุณรู้ ทำไมคุณถึงทำเหมือนไม่เคยมีฉันอยู่เลย” น้ำเสียงของวาริสาเริ่มสั่นเครือ
“เพราะฉันไม่สามารถรักเธอได้ไง” ชาญวิทย์ตอบอย่างไม่ใยดี “มันเป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน”
ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้วาริสาหนาวสะท้านไปถึงไขกระดูก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติ “ฉัน… ฉันคงอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ”
ชาญวิทย์หันมามองเธออย่างจริงจังเป็นครั้งแรก “เธอจะพูดอะไร”
“ฉันจะไป” วาริสาบอก “ฉันจะหย่ากับคุณ”
ใบหน้าของชาญวิทย์ฉายแววตกตะลึง “เธอพูดเล่นใช่ไหม”
“ฉันพูดจริงค่ะ” วาริสาตอบ “ฉันไม่สามารถทนอยู่แบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว”
“แต่… พ่อกับแม่ของเธอ” ชาญวิทย์พยายามท้วง
“ท่านจากไปแล้วค่ะ” วาริสาพูดเสียงเบา “และฉันก็ไม่สามารถรอให้ท่านกลับมาสั่งเสียได้”
“เธอ… เธอจะไปจริงๆ หรือ” น้ำเสียงของชาญวิทย์มีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อย
“ค่ะ” วาริสาตอบ “พรุ่งนี้ฉันจะย้ายออกไป”
เธอหันหลังเดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน ทิ้งให้ชาญวิทย์นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นกับความเงียบและคำประกาศิตของเธอ หัวใจของวาริสาสั่นไหว แต่เธอก็รู้ดีว่า นี่คือทางออกเดียวที่เธอมี เธอไม่อาจทนกับชีวิตที่ไร้ความรักต่อไปได้อีกแล้ว
3,514 ตัวอักษร