ตอนที่ 11 — บทสนทนาแห่งความจริงและความเสียใจ
วันต่อมา ณ ร้านกาแฟที่เคยเป็นสถานที่นัดพบแสนธรรมดาของเธอและชาญวิทย์ บรรยากาศกลับดูอึมครึมกว่าทุกครั้ง วาริสากลับมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเลือกที่นั่งมุมในสุดของร้าน มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินขวักไขว่ แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความว้าวุ่น
เมื่อชาญวิทย์ก้าวเข้ามาในร้าน สายตาของเขาก็สอดส่ายหาเธอทันที เมื่อเห็นวาริสา เขาก็เดินตรงมาหาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาฉายแววเป็นกังวล
“วาริสา” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ เมื่อมาถึงโต๊ะ “มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? เห็นเธอพูดเหมือนมีเรื่องใหญ่”
วาริสานั่งนิ่ง มองใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ก็ดูห่างเหินไปนาน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามที่รอคอยคำตอบ
“นั่งก่อนค่ะ” เธอผายมือเชิญ
ชาญวิทย์นั่งลงตรงข้ามเธอ เขามองสำรวจเธออย่างพิจารณา “เธอดู… ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ มีอะไรเกิดขึ้นที่บ้านพ่อเหรอ?”
วาริสาถอนหายใจยาว เธอหยิบแฟ้มเอกสารเก่าที่เธอได้เจอเมื่อวานขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ แบกมันไว้ด้วยมือที่สั่นเทา
“ฉันเจอสิ่งนี้ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา
ชาญวิทย์มองไปยังแฟ้มเอกสารนั้นอย่างสงสัย ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมันมาเปิดออก สายตาของเขากวาดไปตามตัวอักษรและตัวเลขต่างๆ บนเอกสาร ความสงสัยบนใบหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนไม่เชื่อ
“นี่มัน… เอกสารเกี่ยวกับบริษัทในเครือของฉันนี่นา” เขาพูดอย่างงุนงง “แล้ว… นี่มันเกี่ยวกับพ่อเธอได้ยังไง?”
วาริสาค่อยๆ เล่าเรื่องราวที่เธอค้นพบ ตั้งแต่การป่วยหนักของพ่อ การพูดคุยกับแม่เลี้ยง และการค้นพบแฟ้มเอกสารลับในลิ้นชักของพ่อ
“…ในแฟ้มนี้มีจดหมายหลายฉบับค่ะ เป็นจดหมายที่พ่อเขียนถึงคุณ” วาริสาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา ส่งให้ชาญวิทย์ “คุณอ่านดูเองนะคะ”
ชาญวิทย์รับจดหมายมาอย่างระมัดระวัง มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะที่คลี่มันออก เขาอ่านข้อความอย่างช้าๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากความสงสัยกลายเป็นความเข้าใจ และในที่สุดก็เป็นความเศร้า
“ผม… ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย” เขาพูดเสียงเครือ “ว่าพ่อเธอ… เคยทำอะไรไว้ขนาดนี้”
“พ่อเสียใจมากค่ะ” วาริสาพูดต่อ “เขาเสียใจที่ทำให้ครอบครัวของคุณต้องเดือดร้อน เขาเสียใจที่ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจ และเขาเสียใจที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเราแย่ลง”
ชาญวิทย์วางจดหมายลงบนโต๊ะ เขามองวาริสาด้วยสายตาที่อ่อนลงกว่าเดิม “แม่เธอ… บอกเธอว่าไงบ้าง?”
“แม่… แม่บอกว่าแม่พยายามที่จะปกป้องหนู และแม่ก็คิดว่าการแต่งงานของเราอาจจะเป็นทางออกของปัญหาทุกอย่าง” วาริสาเล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “แต่หนูรู้ว่ามันไม่ใช่… มันคือการหลอกลวง”
“การหลอกลวง…” ชาญวิทย์ทวนคำพูดนั้น แววตาของเขาสะท้อนความเจ็บปวด “ใช่… มันก็เหมือนการหลอกลวง แต่… ตอนนั้นเธอเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่นา”
“แต่คุณต้องทนทุกข์ทรมานกับผลของการกระทำของพ่อหนูมาตลอด” วาริสากล่าว “และฉันก็… ฉันก็ไม่รู้จะชดเชยคุณยังไง”
“ชดเชย?” ชาญวิทย์หัวเราะเบาๆ อย่างขมขื่น “มันไม่ใช่เรื่องที่จะชดเชยกันได้ง่ายๆ หรอกนะวาริสา”
“ฉันรู้ค่ะ” วาริสาตอบ “แต่… ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันก็เสียใจเหมือนกัน ฉันเสียใจที่ชีวิตของเราต้องมาพัวพันกับเรื่องราวในอดีตแบบนี้”
“แล้ว… เธอเจอเรื่องนี้แล้ว เธอจะทำยังไงต่อไป?” ชาญวิทย์ถาม สายตาของเขามองมาที่เธออย่างมีความหวัง
วาริสาเงียบไปชั่วครู่ เธอครุ่นคิดถึงคำถามของเขา “ฉัน… ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ” เธอยอมรับตามตรง “แต่ฉันรู้ว่าฉันไม่อยากจะหนีปัญหาอีกต่อไปแล้ว”
“ฉัน… ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณ” เธอพูดต่อ “ตอนแรกที่ฉันขอแยกทาง มันเป็นเพราะฉันคิดว่าเราไม่มีความสุข แต่พอฉันรู้ความจริงทั้งหมดนี้… ฉันก็ไม่แน่ใจแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง”
“เธอ… เธอหมายความว่ายังไง?” ชาญวิทย์ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันหมายความว่า… ฉันอยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้องค่ะ” วาริสาตอบ “ถ้าคุณยัง… ยังมีความรู้สึกให้ฉันอยู่บ้าง ฉันอยากจะลองแก้ไขทุกอย่าง”
ชาญวิทย์เงียบไป เขามองออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังประมวลผลทุกสิ่งที่ได้ยิน “เธอรู้ไหมวาริสา… ตอนที่เธอขอแยกทางไป ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของฉันมันพังทลายลงไปเลย”
“ฉัน… ฉันขอโทษค่ะ” วาริสาตอบเสียงสั่น
“ไม่… อย่าเพิ่งขอโทษ” ชาญวิทย์หันกลับมามองเธอ “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกอย่างมันถึงเป็นแบบนี้” เขาถอนหายใจยาว “ฉัน… ฉันเองก็ไม่เคยรักเธอในตอนแรกเลย แต่วันเวลาที่ผ่านมา… ฉันเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง”
“รู้สึกอะไรคะ?” วาริสาถามอย่างไม่กล้าหวัง
“ฉันรู้สึก… ผูกพัน” เขาพูด “แล้วก็… รู้สึกเสียดายที่ต้องปล่อยเธอไป”
“ฉัน… ฉันก็เหมือนกันค่ะ” วาริสาตอบเบาๆ
“แต่ตอนนี้… หลังจากที่รู้เรื่องทั้งหมดนี้… ฉันก็ไม่แน่ใจแล้วว่าเราจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้จริงหรือเปล่า” ชาญวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลังเล “พ่อของเธอ… ได้ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวเราไปมากเหลือเกิน”
“ฉันรู้ค่ะ” วาริสาตอบ “แต่นั่นเป็นความผิดพลาดของพ่อ ไม่ใช่ความผิดของคุณ และก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน”
“แล้ว… เธอคิดว่าการที่พ่อเธอเสียใจ มันจะมากพอที่จะเยียวยาทุกอย่างได้ไหม?” ชาญวิทย์ถาม
“ฉันไม่รู้ค่ะ” วาริสาตอบ “แต่ฉันคิดว่า… เราควรจะให้โอกาสตัวเอง”
“ให้โอกาสตัวเอง…” ชาญวิทย์ทวนคำ “เธอแน่ใจเหรอ?”
“ฉันแน่ใจค่ะ” วาริสาตอบหนักแน่น “ฉันอยากจะลองอีกครั้งค่ะ”
ชาญวิทย์มองเข้าไปในดวงตาของวาริสา เขาเห็นความจริงใจและความมุ่งมั่นที่ฉายชัดอยู่ภายในนั้น
“ถ้าเธอแน่ใจ…” เขาพูดช้าๆ “ฉันก็จะลองดู”
วาริสาเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าของเธอฉายแววแห่งความหวัง
“ขอบคุณค่ะชาญวิทย์” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
“แต่… เราต้องคุยกันให้เยอะกว่านี้” ชาญวิทย์กล่าว “ต้องทำความเข้าใจกันให้มากกว่านี้”
“ค่ะ” วาริสาตอบ “ฉันพร้อมที่จะคุยเสมอ”
ทั้งสองคนนั่งเงียบๆ ไปครู่หนึ่ง บรรยากาศในร้านกาแฟเริ่มดูผ่อนคลายลงกว่าเดิม แต่ความรู้สึกหนักอึ้งของความจริงที่เพิ่งเปิดเผยก็ยังคงอยู่
วาริสารู้สึกว่าเธอได้ก้าวข้ามกำแพงบางอย่างไปได้แล้ว การได้บอกความจริงทั้งหมดให้ชาญวิทย์ฟัง ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ส่วนชาญวิทย์ เขาก็ดูเหมือนจะปลดเปลื้องภาระบางอย่างที่แบกมานานได้แล้ว
“ฉัน… ฉันขอไปส่งเธอกลับบ้านนะ” ชาญวิทย์เสนอ
“ขอบคุณค่ะ” วาริสาตอบ
ทั้งสองคนลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินออกจากร้านกาแฟไปพร้อมกัน
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมา แต่ในใจของวาริสากลับมีความหวังเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้น
การเผชิญหน้ากับความจริงครั้งนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยา และการสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่
เธอไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ เธอได้ตัดสินใจที่จะไม่ยอมแพ้
5,173 ตัวอักษร