ตอนที่ 13 — การเผชิญหน้ากับอดีตอันขมขื่น
ในอีกสองสามวันต่อมา ชีวิตของวาริสาก็เริ่มกลับมามีความสงบอีกครั้ง เธอได้พูดคุยกับพ่อของเธออย่างเปิดอกเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด พ่อของเธอยอมรับผิดทุกอย่าง และขอโทษเธอจากใจจริง เขาบอกว่าเขาทำไปเพราะความกลัว ความไม่มั่นคง และความผิดพลาดในอดีตที่ตามหลอกหลอนเขามาตลอด เขาไม่เคยต้องการให้เรื่องมันบานปลายจนกลายเป็นเช่นนี้
“พ่อขอโทษนะลูก” คุณพ่อของวาริสาพูดเสียงสั่นเครือขณะที่จับมือลูกสาว “พ่อรู้ว่ามันสายไปแล้ว แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ว่าพ่อรักลูกมากนะ”
วาริสาบีบมือพ่อแน่น น้ำตาคลอเบ้า “หนูรู้ค่ะพ่อ หนูเข้าใจ” เธอเองก็เสียใจที่ไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดมาก่อน “หนูแค่อยากให้พ่อรู้ว่า… ความรักของพ่อ มันมีค่ามากแค่ไหนสำหรับหนู”
การพูดคุยครั้งนี้เป็นเหมือนการปลดปล่อยปมในใจของทั้งสองคน วาริสารู้สึกเบาใจขึ้นมากที่ได้เข้าใจพ่อของเธออย่างแท้จริง ส่วนคุณพ่อเองก็ดูเหมือนจะค้นพบความสงบภายในหลังจากที่แบกรับความรู้สึกผิดมานาน
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ชาญวิทย์ก็ได้ทำตามที่เขาสัญญาไว้ เขาเดินทางไปยังบ้านของคุณพ่อของวาริสา ชาญวิทย์รู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อก้าวเข้าไปในบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันขมขื่น
“คุณชาญวิทย์ เชิญนั่งก่อนครับ” คุณพ่อของวาริสาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าที่ชาญวิทย์เคยได้ยิน
ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะในห้องรับแขก บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดในตอนแรก แต่เมื่อชาญวิทย์เริ่มเอ่ยปาก ความตึงเครียดก็ค่อยๆ จางลง
“ผม… ผมต้องขอโทษคุณด้วยครับ” ชาญวิทย์เริ่มต้น “สำหรับสิ่งที่ผม… หรือครอบครัวผม ได้ทำลงไปในอดีต”
คุณพ่อของวาริสาพยักหน้าช้าๆ “ผมเองก็ต้องขอโทษคุณเช่นกันชาญวิทย์ ผมรู้ว่าผมได้ทำเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงเอาไว้”
“ผมได้คุยกับวาริสาแล้วครับ” ชาญวิทย์พูดต่อ “เธอเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับ… จดหมายและเอกสารต่างๆ ที่คุณเก็บไว้”
ดวงตาของคุณพ่อวาริสาฉายแววเศร้า “ผม… ผมอยากจะขอโทษครอบครัวของคุณอย่างเป็นทางการ ผมอยากจะอธิบายทุกอย่างให้คุณฟัง”
จากนั้น คุณพ่อของวาริสาก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้น เขาเล่าถึงความกดดันทางธุรกิจ ความผิดพลาดในการตัดสินใจ และความละโมบที่เข้ามาครอบงำจิตใจของเขาในเวลานั้น เขาเล่าถึงความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายปี และความพยายามที่จะแก้ไขสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
“ผมรู้ดีว่ามันสายเกินไปแล้ว” คุณพ่อของวาริสารู้สึก “ผมทำลายความเชื่อใจของครอบครัวคุณ และผมก็ทำลายชีวิตของลูกสาวผมเองด้วย”
ชาญวิทย์รับฟังอย่างตั้งใจ เขาเห็นความเสียใจที่แท้จริงในแววตาของคุณพ่อของวาริสา เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมวาริสาถึงพยายามอย่างหนักที่จะปกป้องพ่อของเธอ
“ผม… ผมเข้าใจครับ” ชาญวิทย์พูด “ผมอาจจะยังไม่สามารถให้อภัยทั้งหมดได้ในทันที แต่ผมรู้ว่าคุณรู้สึกผิดจริงๆ”
“ผมหวังว่า… สักวันหนึ่ง ครอบครัวของคุณจะสามารถให้อภัยผมได้” คุณพ่อของวาริสาร้องขอ
“ผมจะลองคุยกับครอบครัวดูครับ” ชาญวิทย์ตอบ “แต่ผมอยากจะบอกคุณว่า… ผมจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้กระทบกระเทือนวาริสาอีกต่อไป”
“ขอบคุณมากชาญวิทย์” คุณพ่อของวาริสาเอ่ยขอบคุณ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ
การพบปะพูดคุยระหว่างชาญวิทย์และคุณพ่อของวาริสา เป็นเหมือนการปิดฉากบทที่แสนเจ็บปวดในอดีต และเป็นการเปิดประตูสู่สิ่งใหม่ๆ
ในวันเดียวกันนั้น วาริสาเองก็ได้รับข่าวดีจากชาญวิทย์ เขาโทรศัพท์มาหาเธอตอนเย็น
“วาริสา” เสียงของชาญวิทย์ฟังดูผ่อนคลายขึ้นมาก “ฉันเพิ่งกลับมาจากบ้านพ่อเธอ”
“เป็นยังไงบ้างคะ?” วาริสาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เรา… เราคุยกันนานเลย” ชาญวิทย์เล่า “เขาเสียใจมากจริงๆ นะวาริสา”
“ค่ะ” วาริสาตอบ “หนูรู้ว่าพ่อเสียใจ”
“ฉัน… ฉันคิดว่าฉันเริ่มเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้นแล้ว” ชาญวิทย์พูด “ฉันเข้าใจความรู้สึกของพ่อเธอ… และฉันก็เข้าใจเธอมากขึ้นด้วย”
“ขอบคุณนะคะชาญวิทย์” วาริสารู้สึกอบอุ่นใจ “ที่รับฟัง”
“ฉัน… ฉันอยากจะขอโทษเธออีกครั้งนะวาริสา” ชาญวิทย์พูดเสียงเบา “สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ฉัน… ฉันอาจจะไม่ได้แสดงออกไป แต่มันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว”
“ไม่เป็นไรค่ะ” วาริสาตอบ “เราทั้งคู่ต่างก็มีบาดแผล”
“แต่ตอนนี้… ฉันอยากจะลองเริ่มต้นใหม่” ชาญวิทย์พูดอย่างจริงจัง “ฉันอยากจะลองเรียนรู้ที่จะรักเธอ… อย่างที่เธอควรจะได้รับ”
คำพูดของชาญวิทย์ทำให้หัวใจของวาริสาเต้นแรง เธอไม่เคยคิดว่าวันนั้นจะมาถึง
“ฉัน… ฉันก็อยากจะลองเหมือนกันค่ะ” วาริสาตอบ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “แต่… มันคงต้องใช้เวลา”
“ฉันรู้” ชาญวิทย์ตอบ “ฉันจะรอ… ฉันจะพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็น”
บทสนทนาจบลงด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง วาริสารู้สึกถึงความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในใจ
คืนนั้น วาริสานอนไม่หลับ เธอคิดถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน ได้เข้าใจอดีต และได้เห็นแสงสว่างของอนาคต
เธอรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่การที่ชาญวิทย์พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ และเธอก็พร้อมที่จะให้โอกาส มันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดแล้ว
เธอพลิกตัวไปมองนาฬิกาบนหัวเตียง เวลาล่วงเลยไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกตื่นเต้นและความหวังทำให้เธอไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อย
วันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป? เธอไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือเธอจะเผชิญหน้ากับมันอย่างดีที่สุด
4,169 ตัวอักษร