สามีที่ไม่เคยรักฉัน

ตอนที่ 19 / 42

ตอนที่ 19 — รอยร้าวที่ค่อยๆ สมาน

เหตุการณ์ที่วิศรุตสร้างขึ้นได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ของเขากับวาริสาและชาญวิทย์ แม้ว่าคุณธีระศักดิ์จะสามารถเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้ได้สำเร็จ และวิศรุตเองก็ยอมขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อชำระหนี้ แต่บาดแผลทางใจและความรู้สึกผิดยังคงหลงเหลืออยู่ วาริสาพยายามอย่างยิ่งที่จะประคับประคองความสัมพันธ์ของเธอกับชาญวิทย์ให้กลับมาเป็นปกติ เธอรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้ได้สร้างความตึงเครียดและความไม่ไว้วางใจขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าชาญวิทย์จะแสดงออกว่าเขาพร้อมที่จะให้อภัยและเดินหน้าต่อไป แต่ลึกๆ แล้ว เขายังคงกังวลเกี่ยวกับอนาคตและความมั่นคงของครอบครัว “คุณคิดว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้จริงๆ เหรอคะ?” วาริสาถามชาญวิทย์ในคืนวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนระเบียงบ้าน ปล่อยให้สายลมเย็นๆ พัดพาเอาความอึดอัดบางส่วนออกไป ชาญวิทย์หันไปมองหน้าภรรยา เขาเห็นความกังวลในดวงตาของเธอ “ผมก็หวังอย่างนั้นนะวาริสา” เขาตอบเสียงนุ่ม “เราผ่านเรื่องร้ายๆ มาด้วยกันเยอะแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นอีกบททดสอบหนึ่ง” “แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปค่ะ” วาริสากล่าวต่อ “มันเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกไม่มั่นคงในหลายๆ ด้าน” “ผมเข้าใจ” ชาญวิทย์จับมือวาริสาไว้เบาๆ “ผมรู้ว่าคุณกังวลเรื่องความปลอดภัยทางการเงินของเรา ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้คุณต้องกังวลอีก” “แล้วคุณวิศรุตล่ะคะ?” วาริสาถาม “เขาดูจะสำนึกผิดจริงๆ นะคะ” “เขาคงจะเข็ดไปอีกนาน” ชาญวิทย์ถอนหายใจ “แต่เราต้องไม่ลืมว่า เขายังเป็นน้องชายของผม เราต้องให้โอกาสเขา แต่ก็ต้องตั้งกำแพงให้ชัดเจน” “ฉันเห็นด้วยค่ะ” วาริสากล่าว “เราต้องสร้างความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความจริงใจและความรับผิดชอบ” ในวันต่อมา วาริสาตัดสินใจที่จะลองพูดคุยกับวิศรุตอีกครั้ง เธอไปหาเขาที่คอนโดมิเนียมของเขา ซึ่งตอนนี้ดูเงียบเหงาและว่างเปล่ากว่าที่เคย “เป็นไงบ้างคะคุณวิศรุต?” วาริสาถามอย่างอ่อนโยน ขณะที่เขากำลังชงกาแฟ วิศรุตหันมายิ้มให้เธออย่างเหนื่อยอ่อน “ก็เรื่อยๆ ครับคุณวาริสา” เขาตอบ “กำลังพยายามสะสางทุกอย่างที่ผมทำไว้” “คุณดูเหนื่อยนะคะ” วาริสาสังเกต “ผมก็สมควรแล้วล่ะครับ” วิศรุตยอมรับ “ผมทำเรื่องแย่ๆ ไว้เยอะเกินไป” “คุณชาญวิทย์เป็นห่วงคุณนะคะ” วาริสาบอก “เขาเป็นห่วงว่าคุณจะรู้สึกโดดเดี่ยว” วิศรุตวางแก้วกาแฟลง เขาเดินมานั่งตรงข้ามวาริสา “ผมรู้ว่าพี่ชายผมเป็นคนดีเสมอ” เขากล่าวเสียงสั่นเครือ “ผมรู้สึกผิดมากที่ทำให้เขาต้องลำบากใจ” “การให้อภัยไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ” วาริสาพูด “แต่ฉันเชื่อว่าคุณจะพยายามทำให้ดีที่สุด” “ผมจะพยายามครับ” วิศรุตยืนยัน “ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผมสามารถเป็นคนที่ดีขึ้นได้” บทสนทนาของทั้งสองเป็นไปอย่างราบรื่นและจริงใจ วาริสาพยายามปลอบโยนและให้กำลังใจวิศรุต ในขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ “ฉันหวังว่า คุณจะเรียนรู้จากบทเรียนครั้งนี้จริงๆ นะคะ” วาริสากล่าว “และหวังว่าเราทุกคนจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีความสุข” “ผมก็หวังอย่างนั้นครับ” วิศรุตพยักหน้า “ขอบคุณมากนะครับคุณวาริสา ที่คุณยังคงให้โอกาสผม” หลังจากกลับจากบ้านของวิศรุต วาริสาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเขา เธอรู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอเล่าเรื่องที่คุยกับวิศรุตให้ชาญวิทย์ฟัง “เขาดูดีขึ้นนะคะ” วาริสาบอก “ฉันว่าเขาเริ่มที่จะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว” ชาญวิทย์พยักหน้า “ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” เขาตอบ “การให้อภัยเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเรียนรู้จากความผิดพลาดก็สำคัญไม่แพ้กัน” “เราจะยังคงให้การสนับสนุนเขาอยู่ใช่ไหมคะ?” วาริสาถาม “เท่าที่เราจะทำได้” ชาญวิทย์ตอบ “แต่เราต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน เราไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงแทนเขาได้อีกแล้ว” “ฉันเห็นด้วยค่ะ” วาริสาเห็นด้วย “เราต้องดูแลครอบครัวของเราเองก่อน” ทั้งสองมองหน้ากัน ความเข้าใจในสายตาของกันและกันทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขามั่นคงยิ่งขึ้น รอยร้าวที่เคยเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ค่อยๆ สมานกันไปทีละน้อย แต่ยังคงต้องใช้เวลาและความอดทนในการเยียวยา

3,303 ตัวอักษร