ตอนที่ 1 — คืนฝนพรำกับชายแปลกหน้า
อากาศเย็นยะเยือกจากสายฝนที่เทกระหน่ำลงมานอกหน้าต่าง ส่งผลให้บรรยากาศภายในคฤหาสน์เก่าแก่แห่งนี้ยิ่งอึมครึมและวังเวง แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นสะท้อนกับพื้นไม้ขัดเงาเป็นประกายระยิบระยับ ชวนให้รู้สึกหดหู่ กลิ่นอับชื้นจางๆ ปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา
อรุณรัศมี หรือ “อร” สาวน้อยวัยยี่สิบสามปี กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาสีเข้มตัวใหญ่ ขนตาหนาของเธอเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาที่ยังคงไหลรินไม่หยุด หยดน้ำตาใสๆ หล่อเลี้ยงความเจ็บปวดที่จุกแน่นอยู่ในอกให้ระอุขึ้นเรื่อยๆ เธอพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้น แต่ความเสียใจที่ถาโถมเข้ามานั้นรุนแรงเกินกว่าจะทานทน
“ทำไม… ทำไมต้องเป็นแบบนี้” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน… ชีวิตของอรุณรัศมียังคงดำเนินไปตามปกติ เธอคือทายาทคนเดียวของตระกูลธนโชติ ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลในวงการธุรกิจ แต่ไม่เคยมีใครล่วงรู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าสวยหวานและรอยยิ้มสดใสของเธอซ่อนเร้นไปด้วยความกดดันและความคาดหวังอันหนักอึ้งจากผู้เป็นบิดา
คืนนั้นเป็นงานเลี้ยงใหญ่ประจำปีของตระกูล เป็นค่ำคืนที่อรุณรัศมีต้องเผชิญหน้ากับแขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จทางธุรกิจของบิดา เธอต้องประคองรอยยิ้มที่เสแสร้งขึ้นมาตลอดเวลา จนกระทั่ง…
“คุณอรุณรัศมีครับ คุณพ่อตามหาครับ” เสียงสุภาพของบัตเลอร์ดังขึ้น ทำให้เธอรีบผุดลุกขึ้นจัดชุดเดรสสีแดงเลือดนกให้เข้าที่
“ค่ะ กำลังจะไปค่ะ” เธอตอบ พลางปาดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้าออกไปอย่างรวดเร็ว
เธอเดินตามบัตเลอร์ไปยังห้องทำงานส่วนตัวของบิดา เมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบ
ท่านประธานธนโชติ ผู้เป็นบิดา กำลังนั่งเจรจากับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ชายผู้นั้นมีใบหน้าคมเข้ม ผมสีดำขลับ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว ประทับด้วยความน่าเกรงขามและอันตรายในเวลาเดียวกัน ร่างสูงใหญ่ของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ถูกบดบังด้วยชุดสูทสีดำสนิท เผยให้เห็นเพียงช่วงคอขาวผ่องที่ประดับด้วยเนคไทสีเดียวกับชุด
“อรุณรัศมี มาแล้วหรือ” น้ำเสียงของบิดาฟังดูเคร่งขรึมผิดปกติ “นี่คุณภาคย์” ท่านแนะนำชายแปลกหน้า “เขาเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงมาก”
อรุณรัศมีพยายามยิ้มตอบรับ “สวัสดีค่ะ คุณภาคย์”
ชายผู้นั้นเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบัง ทำให้เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
“นั่งก่อนสิอร” บิดาผายมือไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง “พ่อมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้เธอทราบ”
อรุณรัศมีทรุดตัวนั่งลงอย่างเชื่องช้า หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล “เรื่องอะไรคะพ่อ”
“พ่อจะแต่งงานใหม่” ประโยคนั้นหลุดออกจากปากบิดาอย่างง่ายดายราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ “และเธอ…อรุณรัศมี จะต้องแต่งงานกับคุณภาคย์”
โลกทั้งใบของอรุณรัศมีเหมือนจะถล่มลงมาในพริบตา “อะไรนะคะ! พ่อ…พ่อพูดจริงเหรอคะ” เธออุทานเสียงดัง พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แต่ก็ทำได้เพียงแค่กะพริบตาปริบๆ
“พ่อรู้ว่ามันกะทันหัน แต่เรื่องนี้ได้ถูกตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว” น้ำเสียงของบิดาหนักแน่น “คุณภาคย์เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาดูแลเธอและธุรกิจของตระกูลในอนาคต”
“แต่… แต่หนูไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยนะคะ!” อรุณรัศมีแทบจะตะโกนออกมา “หนูจะแต่งงานกับคนที่หนูไม่รู้จักได้ยังไง!”
“เธอต้องรู้จักเขา… เพราะเธอจะแต่งงานกับเขา” บิดากล่าวเน้น “พ่อเชื่อว่าเธอจะปรับตัวได้”
“พ่อ!” เธอเรียกเสียงหลง พยายามจะอ้อนวอนขอให้บิดาเปลี่ยนใจ แต่แววตาแข็งกร้าวของท่านบอกชัดเจนว่าไม่มีทางเป็นไปได้
“คุณภาคย์” บิดาหันไปทางชายหนุ่ม “ผมหวังว่าคุณจะดูแลลูกสาวของผมให้ดี”
ภาคย์พยักหน้าอีกครั้ง ใบหน้าเรียบเฉย “ผมจะดูแลอรุณรัศมีให้ดีที่สุดครับ ท่านประธาน” เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้
อรุณรัศมีมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังจะเป็นสามีของเธอด้วยความหวาดหวั่นและสิ้นหวัง เขามีทุกอย่างที่ผู้หญิงปรารถนา ทั้งความหล่อเหลา ความร่ำรวย และอำนาจ แต่สำหรับเธอ เขาคือคนที่พรากอิสรภาพและอนาคตของเธอไป
“พ่อคะ… หนูขอร้อง… ได้โปรดเปลี่ยนใจเถอะค่ะ” น้ำเสียงของเธออ่อนลง ร้องขออย่างอ้อนวอน
“ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนทั้งนั้น” บิดาตอบเสียงแข็ง “งานแต่งจะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า เธอควรจะเตรียมตัวได้แล้ว”
ความผิดหวังถาโถมเข้าใส่เธออย่างไม่ทันตั้งตัว อรุณรัศมีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง เธอผุดลุกขึ้นยืนอย่างแรง จนเก้าอี้ด้านหลังล้มลง เสียงดังโครม
“หนูไม่ยอม!” เธอตะโกนสุดเสียง ก่อนจะวิ่งออกจากห้องไป ทิ้งให้บิดาและภาคย์มองตามด้วยสายตาเรียบเฉย
เธอวิ่งไปที่ห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูลงกลอนแน่น และทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดอาลัย เธอร้องไห้ฟูมฟายอย่างไม่อายใคร รู้สึกเหมือนชีวิตทั้งชีวิตที่เคยมีกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า
เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าพายุฝนกำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามา ดวงตาของอรุณรัศมีพร่ามัวไปด้วยน้ำตา เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงความมืดมิดและสายฝนที่สาดซัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับธรรมชาติกำลังสะท้อนความรู้สึกของเธอในขณะนั้น
“ฉันจะหนีไป… ฉันต้องหนีไปให้พ้นจากที่นี่” เธอตัดสินใจแน่วแน่
คืนนั้น อรุณรัศมีตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดฝัน เธอแอบย่องออกจากคฤหาสน์ไป ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เธอไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป รู้เพียงแค่ว่าเธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป
เธอเดินลุยฝนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงริมถนนสายหลัก มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะๆ ท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนที่มองแทบไม่เห็นทาง
ทันใดนั้นเอง แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็สว่างวาบเข้ามา เธอรีบยกมือขึ้นป้องตา แต่รถคันนั้นก็ชะลอความเร็วลงก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดี
กระจกหน้าต่างรถเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่ง… ชายผู้นั้นมีผมสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้ม ดวงตาฉายแววสงสัยระคนตกใจ
“คุณ… คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน
อรุณรัศมีมองเขาด้วยความหวังริบหรี่ “ช่วย… ช่วยฉันด้วยค่ะ”
ชายคนนั้นเปิดประตูรถออก “ขึ้นมาสิครับ จะไปไหน”
อรุณรัศมีไม่ลังเล เธอรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถทันที ความอบอุ่นจากเครื่องปรับอากาศปะทะใบหน้า ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า
ชายคนนั้นมองเธอด้วยสายตาประเมิน “คุณดูเหมือนกำลังมีปัญหา”
“ค่ะ… ฉัน…” เธอพยายามจะอธิบาย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณยังไม่อยากเล่า” เขาพูดพลางขับรถออกไป “เดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่ปลอดภัยก่อน”
อรุณรัศมีมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพคฤหาสน์หลังใหญ่ของเธอค่อยๆ เล็กลงและลับหายไปในความมืด เธอไม่รู้ว่าชายคนนี้คือใคร และการตัดสินใจขึ้นรถของเธอครั้งนี้จะนำพาเธอไปสู่อะไร แต่ ณ ขณะนั้น เธอรู้สึกเพียงแค่ว่านี่คือโอกาสเดียวที่เธอจะมี
คืนนั้น… คืนฝนพรำ… คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง
5,579 ตัวอักษร