ตอนที่ 31 — การเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ
สายลมยามบ่ายพัดเอื่อยๆ ผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ พาเอาความเย็นสบายและความเงียบสงบเข้ามาแทนที่ความอึดอัดที่เคยปกคลุมไปทั่วห้อง อรุณรัศมียังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ดวงตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง มองต้นไม้ใหญ่ที่ไหวเอนตามแรงลม ใบหน้าของเธอซีดเซียวจากการอดนอนและความเครียด แต่ก็ยังมีเค้าของความสงบฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่พงศธรได้เล่าความจริงทุกอย่างให้ฟังเมื่อคืนนี้
ภาคย์มองอรุณรัศมีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด แล้วเอื้อมมือไปวางบนแขนของเธออย่างแผ่วเบา “อรุณ…เป็นอะไรมากไหม”
อรุณรัศมีหันกลับมามองเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ไม่เป็นไรค่ะพี่ภาคย์ หนูแค่…กำลังประมวลผลทุกอย่างอยู่”
“ผมเข้าใจ” ภาคย์พูดเสียงนุ่ม “มันคงหนักหนามากสำหรับเธอ”
“หนักมากจริงๆ ค่ะ” อรุณรัศมีพยักหน้า “แต่ก็ดีแล้วค่ะที่ความจริงถูกเปิดเผย หนูจะได้ไม่ต้องอยู่กับความสงสัยอีกต่อไป”
พงศธร ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ เขายื่นแก้วน้ำให้กับอรุณรัศมี “ดื่มน้ำหน่อยนะอรุณ”
อรุณรัศมีรับแก้วน้ำมาจิบเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะคุณพงศธร”
“จริงๆ ผมควรเป็นคนขอโทษมากกว่า” พงศธรกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมเสียใจจริงๆ ที่เรื่องราวในอดีตต้องย้อนกลับมาทำร้ายคุณอีกครั้ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ” อรุณรัศมีส่ายหน้า “หนูรู้ว่าคุณพงศธรไม่ได้ตั้งใจ”
ภาคย์เหลือบมองพงศธรด้วยสายตาที่ประเมิน “เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันซับซ้อนจริงๆ ผมเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเบื้องหลังอะไรแบบนี้”
“ผมรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ” พงศธรเล่าต่อ “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริง ทั้งเรื่องของคุณน้าอรุณรัศมี เรื่องของอุษา และเรื่องของผมเอง มันเป็นโศกนาฏกรรมที่ถูกซ่อนเร้นมานาน”
“แล้วคุณน้า…ได้รู้ความจริงทั้งหมดก่อนที่จะเสียชีวิตหรือเปล่าคะ” อรุณรัศมีถามเสียงแผ่ว
พงศธรนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาหลับตาลงเหมือนกำลังรื้อฟื้นความทรงจำที่เจ็บปวด “ก่อนที่คุณน้าจะเสียไป…ผมได้เล่าเรื่องบางส่วนให้ท่านฟัง ท่านรู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจทุกอย่างหรือเปล่า”
“เข้าใจแล้วค่ะ” อรุณรัศมีพึมพำ “อย่างน้อยท่านก็ได้รู้ว่าหนูไม่ได้ทำผิด”
“คุณไม่ได้ทำผิดอะไรเลยอรุณรัศมี” ภาคย์ย้ำ “ทุกอย่างมันเกิดจากความเข้าใจผิด และการกระทำของคนอื่น”
“ใช่ครับ” พงศธรเสริม “คุณอรุณรัศมีเป็นเหยื่อของสถานการณ์ทั้งหมด”
อรุณรัศมีเงยหน้ามองพงศธร “แล้วคุณอุษาล่ะคะ เขา…เขาเป็นอย่างไรบ้าง”
พงศธรเงียบไปอีกครั้ง คราวนี้ความเศร้าฉายชัดในดวงตา “อุษา…เขาเสียชีวิตไปนานแล้วครับ”
“เสียชีวิตแล้ว” อรุณรัศมีทวนคำ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“อุษาเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวของเขาครับ” พงศธรเล่าต่อ “เขาป่วยหนักมานานก่อนที่เรื่องราวของคุณน้าอรุณรัศมีจะเกิดขึ้นเสียอีก แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนเก็บตัวมาก ไม่มีใครรู้เรื่องอาการป่วยของเขาเลย จนกระทั่ง…”
“จนกระทั่งอะไรคะ” อรุณรัศมีถามต่อ
“จนกระทั่งเขาเสียชีวิตครับ” พงศธรตอบเสียงเบา “ผมเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องราวทั้งหมดของอุษา และเป็นคนเดียวที่ดูแลเขาในช่วงท้ายๆ”
“แล้ว…เรื่องทั้งหมดที่คุณอุษาทำกับคุณน้า…เป็นเพราะอะไรคะ” ภาคย์ถาม
“เป็นเพราะความเข้าใจผิดครับ” พงศธรอธิบาย “อุษาเข้าใจว่าคุณน้าอรุณรัศมีเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้อยู่กับแม่ของเขา”
“หมายความว่า…คุณอุษาคิดว่าคุณน้าเป็นคนทำให้แม่ของเขา…?” อรุณรัศมีพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว
“ครับ” พงศธรพยักหน้า “อุษาเข้าใจผิดไปเอง เขาเชื่อว่าแม่ของเขาเสียชีวิตเพราะคุณน้าอรุณรัศมี แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลย แม่ของอุษาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และคุณน้าอรุณรัศมีพยายามช่วยเหลือแม่ของเขาอย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ”
“แล้วทำไมเขาถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ” อรุณรัศมีถามด้วยความสงสัย
“ความจริงคือ…อุษาเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งครับ” พงศธรเล่า “แม่ของเขาเป็นคนเก็บของเก่าที่เสียชีวิตไปนานแล้วก่อนที่คุณน้าจะเข้ามาดูแลเรื่องทรัพย์สินของคุณยาย”
“แล้วคุณน้า…เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้คะ” ภาคย์ถาม
“คุณน้าอรุณรัศมีเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของคุณยายครับ” พงศธรกล่าว “และคุณยายได้ฝากฝังให้คุณน้าดูแลอุษาด้วยในฐานะที่อุษาเป็นหลานอีกคน แต่เรื่องราวกลับพลิกผันไปอย่างน่าเศร้า”
“พลิกผันไปอย่างไรคะ” อรุณรัศมีเร่งถาม
“อุษาเข้าใจผิดมาตลอดครับ” พงศธรเล่า “เขาคิดว่าคุณน้าอรุณรัศมีตั้งใจที่จะฮุบทรัพย์สินของคุณยาย และไม่สนใจที่จะดูแลเขา ในขณะที่ความเป็นจริงคือคุณน้าพยายามอย่างมากที่จะตามหาอุษาเพื่อมอบมรดกที่คุณยายตั้งใจมอบให้ แต่ก็ไม่พบ”
“แล้วเรื่องจดหมายที่คุณน้าเขียนถึงคุณอุษาล่ะคะ” ภาคย์ถาม
“จดหมายฉบับนั้น…ผมเป็นคนเก็บไว้เองครับ” พงศธรยอมรับ “อุษาเอามาให้ผมดูหลังจากที่เขาได้ไปจากบ้านของคุณน้าครั้งสุดท้าย เขาเสียใจมากที่เข้าใจคุณน้าผิด ผมจึงเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งความจริงจะถูกเปิดเผย”
“แล้วทำไมคุณพงศธรถึงไม่บอกความจริงตั้งแต่แรกคะ” อรุณรัศมีถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ
“ผม…ผมเองก็มีส่วนผิดครับ” พงศธรกล่าวอย่างเจ็บปวด “ตอนที่ผมพบอุษาครั้งแรก เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก ผมสงสารเขา และอยากจะช่วยเหลือเขา แต่ผมก็กลัว…กลัวว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของคุณน้าอรุณรัศมี เพราะผมเคยมีปัญหากับครอบครัวของคุณน้ามาก่อน”
“ปัญหากับครอบครัวคุณน้า…?” อรุณรัศมีกับภาคย์ถามพร้อมกัน
“ครับ” พงศธรพยักหน้า “ตอนเด็กๆ ผมเคยมีเรื่องกับลูกชายของคุณน้า…ตอนนั้นผมยังเด็กมาก และทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เรื่องมันก็เลยบานปลายไปใหญ่ คุณน้าอรุณรัศมีก็เลยเกลียดผมมาก”
“ลูกชายของคุณน้า…คือคุณภาคย์เองใช่ไหมคะ” อรุณรัศมีมองภาคย์
ภาคย์พยักหน้า “ใช่ครับ ฉันเคยมีเรื่องกับพงศธรตอนเด็กๆ แต่ฉันจำหน้าเขาไม่ได้แล้ว”
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะมาเกี่ยวข้องกันขนาดนี้” อรุณรัศมีพูด
“ผมขอโทษจริงๆ” พงศธรกล่าวซ้ำ “ผมกลัวว่าถ้าผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก คุณน้าอรุณรัศมีจะยิ่งไม่พอใจ และอาจจะกระทบกับชื่อเสียงของผมในฐานะผู้จัดการมรดกของคุณยายที่ท่านไว้ใจ”
“แล้วทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจมาเล่าความจริงในตอนนี้ล่ะคะ” ภาคย์ถาม
“เพราะผมเห็นความเจ็บปวดของคุณอรุณรัศมีครับ” พงศธรตอบ “ผมเห็นว่าคุณอรุณรัศมีกำลังจะทำสิ่งที่ผิดพลาดไป ผมทนเห็นภาพแบบนั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ผมเลยตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมด แม้ว่ามันจะทำให้ผมเองต้องลำบากก็ตาม”
อรุณรัศมียิ้มบางๆ “ขอบคุณนะคะคุณพงศธร ที่คุณตัดสินใจทำแบบนี้”
“ผมควรเป็นฝ่ายขอบคุณคุณอรุณรัศมีต่างหาก” พงศธรกล่าว “ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดที่ผมเคยทำไว้”
“เรื่องราวในอดีตมันผ่านไปแล้ว” ภาคย์พูดขึ้น “สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการอยู่กับปัจจุบัน และเดินหน้าต่อไป”
อรุณรัศมีพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ค่ะพี่ภาคย์ หนูจะเข้มแข็ง”
“ถ้าเธอต้องการอะไร บอกผมได้เสมอ” ภาคย์จับมืออรุณรัศมีแน่น
“ขอบคุณค่ะ” อรุณรัศมีมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้อง บรรยากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหนักอึ้งที่เคยปกคลุมได้จางหายไป เหลือไว้เพียงร่องรอยของความเจ็บปวดที่กำลังจะได้รับการเยียวยา
5,661 ตัวอักษร