ทาสรักทายาทหมื่นล้าน

ตอนที่ 4 / 42

ตอนที่ 4 — สวมบทบาท ภรรยาจำเป็น

แสงอรุณสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ปลุกแพรวาให้ตื่นจากภวังค์แห่งความกังวล เธอขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงความนุ่มสบายของที่นอนที่ต่างจากห้องเช่าเล็กๆ ของเธอลิบลับ ความคิดเกี่ยวกับข้อตกลงอันบ้าบิ่นกับคุณกวินท์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว การต้องสวมบทบาทเป็นภรรยาของมหาเศรษฐีหนุ่มต่อหน้าสาธารณชน เป็นเรื่องที่เธอแทบจะจินตนาการไม่ออก การต้องประพฤติตัวให้สมฐานะ การต้องพูดจาให้เหมาะสม หรือแม้แต่การต้องใช้ชีวิตในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ ก็ล้วนเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอทั้งสิ้น ร่างบางลุกขึ้นจากเตียง เธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ เผยให้เห็นเสื้อผ้าหลากสไตล์ หลากแบรนด์เนมวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทั้งชุดเดรสราตรี ชุดสูททำงาน ชุดลำลองสุดหรู ทุกชุดล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน เธอรู้ดีว่านี่คือสิ่งที่กวินท์เตรียมไว้ให้เธอ เตรียมไว้สำหรับ “บทบาท” ที่เขาต้องการให้เธอแสดง “คุณแพรวาคะ” เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของแม่บ้านคนหนึ่ง “คุณกวินท์ให้ดิฉันมาช่วยคุณเตรียมตัวค่ะ” แพรวาลากลมหายใจเข้าลึก “เชิญค่ะ” แม่บ้านคนหนึ่งรูปร่างท้วม ใบหน้ายิ้มแย้ม เข้ามาพร้อมกับถาดที่วางชุดเดรสยาวสีน้ำเงินเข้มปักเลื่อมระยับราวกับท้องฟ้ายามราตรี บนหุ่นเสื้อข้างๆ มีรองเท้าส้นสูงสีเงิน และกระเป๋าคลัทช์ใบเล็กประดับคริสตัลวางอยู่ “คุณกวินท์เลือกชุดนี้ให้คุณค่ะ” แม่บ้านเอ่ย “เป็นแบรนด์ดังจากปารีสเลยค่ะ” แพรวากลืนน้ำลาย รู้สึกประหม่ากับความหรูหราที่อยู่ตรงหน้า “ฉัน… ฉันจะลองใส่ดูค่ะ” การแต่งตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก ผ้าไหมเนื้อดีลื่นไหลไปตามปลายนิ้ว การติดซิปด้านหลังต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ แม่บ้านเข้ามาช่วยอย่างคล่องแคล่ว เมื่อชุดเดรสเข้ารูปที่พอดีตัวแนบกับสรีระของแพรวา เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ร่างที่เคยคุ้นเคยกลับกลายเป็นหญิงสาวที่ดูสง่างามราวกับนางแบบบนแคทวอล์ค ดวงตาของเธอฉายแววตื่นเต้นระคนหวาดกลัว “สวยมากค่ะคุณแพรวา” แม่บ้านเอ่ยชมอย่างจริงใจ “เหมือนเจ้าหญิงเลยค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” แพรวาตอบรับ พยายามรวบรวมความมั่นใจ เมื่อแต่งหน้าแต่งตัวจนเสร็จ เธอก็รู้สึกเหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อวานนี้ กวินท์เดินเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูสมบูรณ์แบบในทุกมุมมอง ดวงตาของเขากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “พร้อมแล้วเหรอ” เขาถาม น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจ “ดูดีทีเดียว” “ฉัน… ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะทำได้” แพรวากล่าวอย่างกังวล “คุณกวินท์คะ ฉันไม่เคยไปงานแบบนี้มาก่อนเลย” “ไม่ต้องห่วง” กวินท์เดินเข้ามาใกล้ ยืนประจันหน้ากับเธอ “ผมจะอยู่ข้างๆ คุณตลอดเวลา แค่ทำตามที่ผมสอน แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี” เขายื่นมือออกไปสัมผัสแก้มของเธอเบาๆ “จำไว้นะแพรวา คุณคือ ‘ภรรยา’ ของผมในคืนนี้ และทุกคืนต่อจากนี้ไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด ทำให้ดีที่สุด” คำว่า “ภรรยา” ยังคงทำให้ใจของแพรวาเต้นแรง แม้จะรู้ว่าเป็นเพียงการแสดง แต่ความใกล้ชิดของเขาก็ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากยอมรับ “ฉันจะพยายามค่ะ” “ดีมาก” กวินท์พูดพลางจับมือของเธอ “ไปกันเถอะ สายแล้ว” ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องนอน เดินไปยังรถลีมูซีนสีดำคันเดิมที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ คนขับรถเปิดประตูให้ด้วยความนอบน้อม กวินท์ก้าวเข้าไปก่อน แล้วจึงเลื่อนไปนั่งข้างๆ แพรวา เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไป ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่อง “งานนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับนักธุรกิจชาวต่างชาติที่สำคัญมาก” กวินท์เริ่มอธิบาย “มีทั้งนักลงทุน ผู้มีอิทธิพล และคู่แข่งทางธุรกิจของผมหลายคน คุณต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่าคุณคือ ‘ภรรยา’ ที่ผมเลือกอย่างแท้จริง แสดงความรัก ความเอาใจใส่ และความภูมิใจที่คุณมีต่อผม ทำให้พวกเขาอิจฉา” แพรวารู้สึกหนักอึ้งไปทั้งใจ “ฉัน… ฉันจะทำยังไงคะ” “ยิ้มเข้าไว้” กวินท์เน้นเสียง “มองตาผมบ่อยๆ เวลาผมพูดถึงคุณ หรือเวลาที่ผมจับมือคุณ วางตัวให้สง่าผ่าเผย อย่าเขินอาย หรือแสดงท่าทีประหม่าเด็ดขาด ถ้ามีใครเข้ามาทักทาย คุณก็ตอบรับด้วยรอยยิ้ม แต่ก็อย่าพูดมากเกินไป ปล่อยให้ผมเป็นคนนำการสนทนา” เขาหันมาสบตาเธอ นัยน์ตาคมกริบของเขาสื่อสารความคาดหวังอันหนักอึ้ง “และที่สำคัญที่สุด… อย่าให้ใครรู้ความจริงเด็ดขาด” แพรวาพยักหน้ารับ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะก้าวเข้าสู่สนามรบที่ไม่คุ้นเคย การเป็น “ภรรยา” ของกวินท์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ เมื่อรถลีมูซีนจอดเทียบที่หน้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ลอยมาพร้อมกับเสียงพูดคุยจอแจ แพรวาเกร็งตัวเล็กน้อย กวินท์ยื่นมือมาจับมือของเธอไว้แน่น “ไม่ต้องกลัว” เขาพูดเบาๆ “ผมอยู่ตรงนี้” เขาจูบลงบนหลังมือของเธอเบาๆ เป็นการแสดงออกที่ทำให้แพรวาใจสั่นเล็กน้อย ภาพลักษณ์ภายนอกของกวินท์ที่ดูเย็นชาและหยิ่งยโส ช่างแตกต่างจากท่าทีที่เขามีต่อเธอในตอนนี้จริงๆ เมื่อก้าวลงจากรถ แสงไฟระยิบระยับของงานเลี้ยงก็สาดส่องมาที่พวกเขา แพรวาก้มหน้าลงเล็กน้อย รู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เธอ แต่เมื่อกวินท์กระชับมือของเธอแน่นขึ้น เธอก็เงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง “ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณกวินท์” เสียงทักทายดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง ที่เดินตรงเข้ามาหาพวกเขา “ผมเห็นคุณพา… แขกคนพิเศษมาด้วย” เขามองแพรวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ กวินท์ยิ้มตอบ เขาบีบมือแพรวาเบาๆ เป็นสัญญาณ “ครับ” กวินท์ตอบรับเสียงนุ่ม “ขอแนะนำให้รู้จัก… คุณแพรวา… ภรรยาของผมครับ” คำว่า “ภรรยา” ถูกเปล่งออกมาอย่างหนักแน่น ชัดเจน และมั่นใจ แพรวาแสร้งยิ้มตอบ พยายามทำตาให้เป็นประกายระยิบระยับราวกับที่กวินท์บอก เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่ใบหน้า แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแพรวา” ชายคนนั้นยื่นมือมาจับมือเธอ “ผมประธานบริษัท X… ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเราครับ” แพรวารับการทักทายด้วยรอยยิ้ม “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอตอบรับเสียงใส ตลอดทั้งคืน แพรวารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ เธอทำตามที่กวินท์สอนทุกอย่าง การวางตัว การพูดจา การแสดงความรักต่อหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิต กวินท์เองก็แสดงบทบาทสามีที่ดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาคอยดูแลเอาใจใส่เธออยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการประคองเดิน การรินเครื่องดื่ม หรือการกระซิบถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “คุณเหนื่อยไหม” กวินท์ถามเบาๆ ขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ “ถ้าเหนื่อยเรากลับก่อนก็ได้นะ” “ไม่ค่ะ” แพรวาตอบรับ “ฉันสบายดีค่ะ” แต่สีหน้าของเธอบอกเป็นนัยว่ากำลังเหนื่อยล้าไม่น้อย “ไม่ต้องฝืนนะ” กวินท์บอก “ถ้าคุณไม่ไหวจริงๆ บอกผมได้” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูเธอ “ถ้าคุณทำให้ผมภูมิใจคืนนี้ ผมจะมีรางวัลให้” คำพูดนั้นทำให้แพรวารู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว รางวัลที่ว่านั้นคืออะไรกันแน่? เธอมองกวินท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่เขาก็เพียงแค่ยิ้มให้เธออย่างมีความหมาย เมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกงาน แขกคนหนึ่งซึ่งเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดราตรีสีแดงสด เดินตรงเข้ามาหาพวกเขา “คุณกวินท์คะ” เธอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงหวานหยดย้อย “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” กวินท์หันไปมองเธอ “คุณอรพรรณ” “ส่วนนี่… ใครคะ” หญิงสาวมองแพรวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน “น่ารักดีนะคะ แต่ดูไม่คุ้นหน้าเลย” กวินท์ยกมือโอบไหล่แพรวาเบาๆ “นี่แพรวา… ภรรยาของผมครับ” สีหน้าของอรพรรณเปลี่ยนไปทันที จากที่เคยยิ้มแย้ม กลับกลายเป็นแข็งทื่อ “ภรรยาของคุณ? ไม่จริงน่า! ฉันคิดว่าคุณยังโสดอยู่เสียอีก” “เราเพิ่งแต่งงานกันเมื่อไม่นานมานี้เองครับ” กวินท์ตอบอย่างเยือกเย็น อรพรรณมองแพรวาด้วยสายตาอาฆาต “คุณ… แพรรัก… ใช่ไหมคะ” “ค่ะ” แพรวาตอบรับอย่างสุภาพ “ดิฉัน… เป็นเพื่อนของคุณกวินท์ค่ะ” อรพรรณเน้นเสียง “เราสนิทกันมาก” “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” แพรวาตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เย็นชากว่า “แต่ตอนนี้… ฉันคือภรรยาของคุณกวินท์ค่ะ” คำพูดของแพรวาทำให้อรพรรณหน้าเสีย เธอหันไปมองกวินท์อย่างขอความช่วยเหลือ แต่กวินท์กลับเพียงแค่ยิ้มให้แพรวาอย่างเอ็นดู ราวกับจะบอกว่าเธอทำได้ดี “เอาล่ะค่ะ” แพรวาพูดต่อ “ถ้าคุณอรพรรณไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันกับคุณกวินท์ขอตัวก่อนนะคะ” เธอจูงมือของกวินท์เดินจากไป ปล่อยให้อรพรรณยืนหน้าหงิกอยู่เพียงลำพัง แพรวารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอทำได้! เธอสามารถปกป้อง “สามี” ของเธอได้! “เก่งมาก” กวินท์ชมเชยขณะที่เดินออกไป “ผมภูมิใจในตัวคุณจริงๆ” แพรวายิ้มออกมาอย่างจริงใจ “ขอบคุณค่ะ” “ไหน… รางวัลของคุณไง” กวินท์พูดพลางดึงเธอเข้าไปใกล้ แล้วกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ราวกับจะมอบรางวัลแห่งชัยชนะให้แก่ “ภรรยา” คนใหม่ของเขา

6,814 ตัวอักษร