ตอนที่ 32 — การเผชิญหน้ากับอาธนากร
บรรยากาศในคฤหาสน์ของอาธนากรเต็มไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า แต่กลับอบอวลไปด้วยความเย็นชา ผิดกับบ้านของธีร์รัฐที่ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความลับ แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความอบอุ่นอยู่บ้าง ธีร์รัฐและน้ำฝนเดินเข้ามาในห้องรับแขกขนาดใหญ่ ซึ่งอาธนากรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบที่มองมายังหลานชายและหญิงสาวคู่กรณี เต็มไปด้วยแววที่ยากจะคาดเดา
“นึกว่าจะไม่มาเสียอีก” อาธนากรเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาดังสะท้อนไปทั่วห้อง “มาถึงที่นี่ มีเรื่องอะไรจะมาขอความช่วยเหลือจากฉันอีกล่ะ?”
ธีร์รัฐสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน “ผมไม่ได้มาขอความช่วยเหลือครับอา”
“อ้าวเหรอ?” อาธนากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วมาทำไม? หวังว่าจะมาขอส่วนแบ่งจากสมบัติที่พ่อของแกสร้างไว้เหรอ?”
คำพูดประชดประชันของอาธนากรทำให้ธีร์รัฐรู้สึกโกรธ แต่เขาก็พยายามสะกดกลั้น “ผมมาเพื่อถามหาความจริงครับ”
“ความจริง?” อาธนากรหัวเราะในลำคอ “ความจริงที่แกต้องการคืออะไร? ความจริงที่ว่าพ่อแกมันอ่อนแอเกินไป จนไม่สามารถรักษาอาณาจักรของตัวเองไว้ได้งั้นเหรอ?”
“ความจริงที่ว่า... พ่อของผมเข้าไปพัวพันกับการฟอกเงินจำนวนมหาศาล และมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่คุณอาบริหารอยู่” ธีร์รัฐพูดตรงๆ น้ำเสียงหนักแน่น
ใบหน้าของอาธนากรเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามเก็บอาการ “ไร้สาระ! แกเอาเรื่องเหลวไหลมาจากไหน?”
“จากบันทึกของคุณพ่อเองครับ” น้ำฝนเสริมขึ้นมาอย่างใจเย็น “พร้อมหลักฐานการโอนเงิน และรหัสลับที่ใช้ในการสื่อสาร”
อาธนากรหันไปมองน้ำฝน สายตาของเขากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับจะประเมินค่า “เธอเป็นใคร? ถึงได้มายุ่งเรื่องของตระกูลฉัน?”
“ฉันคือน้ำฝนค่ะ” น้ำฝนแนะนำตัว “และฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง เพราะเรื่องนี้... เกี่ยวข้องกับฉันโดยตรง”
คำว่า ‘เกี่ยวข้องกับฉันโดยตรง’ ทำให้ทั้งธีร์รัฐและอาธนากรเงียบไปชั่วขณะ อาธนากรดูเหมือนจะประมวลผลบางอย่าง ก่อนจะกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกครั้ง
“เกี่ยวข้องกับเธอ? ตลกสิ้นดี” อาธนากรกล่าว “เรื่องของพ่อแก มันก็เป็นเรื่องของพ่อแก ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยทั้งสิ้น”
“แต่เอกสารระบุชัดเจนค่ะว่า พ่อของผมโอนเงินจำนวนมากให้บริษัทในเครือของคุณอา” น้ำฝนยังคงยืนยัน “และข้อความที่ถูกถอดรหัสออกมา ก็บ่งชี้ว่าเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย”
“ข้อความที่ถอดรหัส? แกแน่ใจนะว่าถอดความหมายได้ถูกต้อง?” อาธนากรเริ่มมีน้ำโห “พ่อของแกมันแค่คนโง่ที่ถูกหลอกใช้”
“ถูกหลอกใช้? หรือว่า... คุณอาต่างหากที่หลอกใช้พ่อของผม?” ธีร์รัฐถามกลับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ระวังคำพูดของแกให้มากนะ ธีร์รัฐ!” อาธนากรขึ้นเสียง “แกไม่รู้หรอกว่า แกกำลังพูดกับใคร”
“ผมรู้ครับ” ธีร์รัฐตอบ “ผมกำลังพูดกับคนที่พยายามจะทำลายครอบครัวของผม”
“ฉันไม่ได้ทำลายใครทั้งสิ้น!” อาธนากรตะคอก “ฉันแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง”
“เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง? โดยการทำลายคนอื่นเหรอครับ?” ธีร์รัฐถาม “พ่อของผม... เขาทำไปเพราะอะไร? เพื่อให้ใครปลอดภัย?”
อาธนากรเงียบไป เขาหันหน้าหนีไปทางอื่น ราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่างภายในใจ
“มันเป็นข้อตกลง” อาธนากรเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้อตกลงที่พ่อของแกต้องยอมรับ”
“ข้อตกลงอะไร?” ธีร์รัฐเร่งถาม
“ข้อตกลงระหว่างฉันกับพ่อของแก” อาธนากรตอบ “หลังจากโครงการสำรวจแร่ของเขาล้มเหลว... เขาก็มีหนี้สินจำนวนมาก”
“พ่อของผมไม่เคยมีหนี้สิน” ธีร์รัฐค้านทันที
“แกไม่รู้หรอก” อาธนากรพูด “เขาซ่อนมันไว้ แต่ฉันรู้”
“แล้วคุณอาเข้ามาเกี่ยวข้องยังไง?” น้ำฝนถาม
“ฉันเสนอทางออกให้เขา” อาธนากรกล่าว “ฉันช่วยเขาเคลียร์หนี้สินทั้งหมด แลกกับการที่เขาต้องทำตามข้อตกลงบางอย่างของฉัน”
“ข้อตกลงที่ว่า... คือการโอนเงินจำนวนมากไปให้บริษัทของคุณ?” ธีร์รัฐถาม
“ใช่” อาธนากรยอมรับ “และไม่ใช่แค่การโอนเงินธรรมดา แต่มันเป็นการฟอกเงิน เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่แท้จริง”
“แหล่งที่มาที่แท้จริงคืออะไรคะ?” น้ำฝนถามอย่างไม่ลดละ
อาธนากรลังเล เขาดูเหมือนจะไม่อยากจะเปิดเผยเรื่องนี้ “มันเป็นเรื่องของธุรกิจ... ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่พวกแกจะเข้าใจ”
“ผมเข้าใจครับ” ธีร์รัฐสวนกลับ “ผมเข้าใจว่าคุณอาใช้พ่อของผมเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินของคุณ”
“ไม่ใช่!” อาธนากรปฏิเสธเสียงดัง “ฉันช่วยพ่อของแกต่างหาก! ถ้าไม่มีฉัน... เขาคงต้องติดคุก หรือไม่ก็ต้องขายทุกอย่างที่มีไปใช้หนี้”
“แล้วทำไมต้องไปเกี่ยวกับการฟอกเงิน?” ธีร์รัฐถาม “เงินนั้นมาจากไหน?”
“เงินนั้น... มาจากธุรกิจของฉัน” อาธนากรพูด “และฉันไม่สามารถนำเงินนั้นเข้าประเทศได้โดยตรง เพราะมันจะทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย”
“แล้วที่พ่อของผมยอมทำข้อตกลงนี้... เพื่อใคร? เพื่อปกป้องใคร?” ธีร์รัฐถามย้ำอีกครั้ง
อาธนากรมองธีร์รัฐด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “เพื่อ... เธอ”
“เพื่อฉัน?” ธีร์รัฐทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ
“ใช่” อาธนากรพยักหน้า “พ่อของแก... ขอให้ฉันช่วยดูแลเธอในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับเขา”
“ดูแลฉัน?” ธีร์รัฐรู้สึกสับสน “แต่ผม... ผมคือลูกชายของเขา”
“พ่อของแก... มีความลับบางอย่างเกี่ยวกับเธอ” อาธนากรพูด “เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอมาก และเขาไม่ไว้ใจใครนอกจากฉัน”
“ความลับอะไร?” ธีร์รัฐถามด้วยความกระวนกระวาย
“ฉันไม่สามารถบอกได้” อาธนากรปฏิเสธ “มันเป็นคำสัญญาที่ฉันมีต่อพ่อของแก”
“แต่ถ้าพ่อของผมทำทุกอย่างเพื่อให้ผมปลอดภัย... แล้วทำไมเขาถึงไม่เคยบอกผมเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย?” ธีร์รัฐถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“เพราะมันอันตรายเกินไป” อาธนากรตอบ “และพ่อของแกก็ไม่อยากให้แกต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้”
“แต่ตอนนี้... มันไม่ได้อันตรายอีกต่อไปแล้วเหรอครับ?” ธีร์รัฐถาม “ตอนนี้... ความจริงมันถูกเปิดเผยแล้ว”
อาธนากรเงียบไป เขาพยักหน้าอย่างช้าๆ
“ก็คงงั้น” อาธนากรตอบ “เมื่อความจริงปรากฏ... ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป”
“แล้วความจริงที่ว่า... คุณอาเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมดนี้... มันเป็นยังไงครับ?” ธีร์รัฐถาม
“ฉันไม่ได้บงการ” อาธนากรแก้ตัว “ฉันแค่... ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์”
“ใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของพ่อผม เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง” ธีร์รัฐพูดเสริม
“แล้วแกต้องการอะไรจากฉัน?” อาธนากรเปลี่ยนเรื่อง “ต้องการจะแฉฉัน? ต้องการจะเอาฉันไปให้ตำรวจ?”
“ผมต้องการรู้ความจริงทั้งหมดครับ” ธีร์รัฐตอบ “ความจริงเกี่ยวกับพ่อของผม... และความจริงเกี่ยวกับแม่ของผม”
อาธนากรมองธีร์รัฐด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาเห็นความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดในแววตาของหลานชาย
“พ่อของแก... รักเธอมากนะ ธีร์รัฐ” อาธนากรพูดเสียงแผ่ว “เขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ”
“แต่... เขาเลือกที่จะปกป้องผมด้วยการซ่อนผมไว้จากโลกภายนอก” ธีร์รัฐพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “เขาไม่ได้รักผม... เขาแค่ต้องการควบคุมผม”
“ไม่” อาธนากรปฏิเสธ “เขาไม่ได้ต้องการควบคุมแก เขาแค่ต้องการให้แกปลอดภัย”
“ปลอดภัยจากอะไร?” ธีร์รัฐถาม “จากโลกภายนอก? หรือจาก... ความจริงที่เขาซ่อนไว้?”
อาธนากรมองธีร์รัฐนิ่ง เขารู้ว่าคำถามนี้ เขาไม่สามารถตอบได้
“ฉันบอกแกไม่ได้” อาธนากรพูด “มันเป็นความลับ... ที่พ่อของแกฝากไว้กับฉัน”
“ถ้าอย่างนั้น... ผมก็ต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง” ธีร์รัฐประกาศกร้าว “และผมจะไม่ยอมให้ใครมาขวางผมอีกต่อไป”
ธีร์รัฐลุกขึ้นยืน เขาหันไปมองน้ำฝน “เรากลับกันเถอะ”
น้ำฝนพยักหน้า ทั้งสองคนเดินออกจากคฤหาสน์ของอาธนากรไป ทิ้งให้อาธนากรอยู่เพียงลำพังในห้องรับแขกอันหรูหรา แต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน
5,940 ตัวอักษร