พรหมวิหาร 4 สู่ใจอันประเสริฐ

ตอนที่ 8 / 30

ตอนที่ 8 — ความจริงที่ซ่อนเร้นใต้รอยยิ้ม

แม้ว่าไอ้ไข่จะเลือกที่จะปลีกตัวออกไปยืนกอดอกอยู่ห่างๆ มองดูเพื่อนๆ วาดรูประบายสีด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่เด็กคนอื่นๆ ในละแวกนั้น กลับดูจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ปิ่นแก้วและนรีจัดขึ้นอย่างเต็มที่ เสียงหัวเราะเล็กๆ น้อยๆ เริ่มดังขึ้นมาแทนที่ความเงียบที่เคยปกคลุม ปิ่นแก้วได้เตรียมสีเทียน สีไม้ และกระดาษวาดรูปไว้มากมาย บางส่วนเป็นของที่ชมรมศิลปะเพื่อชุมชนจัดหามา และอีกส่วนหนึ่งเป็นของที่นรีบริจาคเพิ่มเติม เธอสาธิตวิธีการใช้สี การผสมสีง่ายๆ ให้เด็กๆ ฟังอย่างกระตือรือร้น "วันนี้เราจะมาวาดรูปครอบครัวในฝันกันนะ" ปิ่นแก้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส "ใครอยากให้ครอบครัวของตัวเองมีอะไรพิเศษๆ บ้าง วาดลงไปได้เลยนะ" เด็กๆ หลายคนเริ่มลงมือจรดปลายพู่กันบนกระดาษ บางคนวาดบ้านหลังใหญ่ที่มีสวนดอกไม้ บางคนวาดพ่อแม่กำลังอุ้มลูก บางคนก็วาดสัตว์เลี้ยงที่อยากจะมี นรีเดินดูผลงานของเด็กๆ อย่างใกล้ชิด เธอคอยให้กำลังใจ ชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา "โอ้โห! วาดเก่งจังเลย!" นรีเอ่ยชมเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจวาดรูปครอบครัวของเธอ "มีน้องหมาด้วยเหรอ น่ารักจังเลย" เด็กหญิงยิ้มแป้น "ใช่ค่ะ หนูอยากมีน้องหมามากๆ เลย" "ถ้าหนูเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะยอมซื้อให้ก็ได้นะ" นรีพูดอย่างให้กำลังใจ ขณะที่เธอกำลังชื่นชมผลงานของเด็กๆ ก็สังเกตเห็นไอ้ไข่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะหันไปมองที่บ้านดินหลังเล็กของคุณตาคุณยาย "ไอ้ไข่... ไม่มาวาดรูปด้วยกันเหรอ" นรีเดินเข้าไปหาเขาอีกครั้ง พยายามใช้คำพูดที่อ่อนโยนที่สุด ไอ้ไข่ส่ายหน้า ไม่ยอมพูดอะไร "พี่รู้ว่าไอ้ไข่กำลังเสียใจ" นรีพูดต่อ "แต่พี่อยากให้ไอ้ไข่รู้ว่า... พี่ไม่ได้มาหลอกไอ้ไข่จริงๆ" "แล้วทำไมพี่ต้องมาพูดดีกับหนู ทั้งๆ ที่ป้าสมรบอกแม่ว่าพี่ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย" ไอ้ไข่ถามเสียงเข้ม "ป้าสมรอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้นะ" นรีถอนหายใจ "บางที... คนเราก็พูดอะไรไปตามความคิดของตัวเองในตอนนั้นๆ" "แล้วความคิดของป้าสมรคืออะไรล่ะคะ" ไอ้ไข่ถามย้ำ "ป้าสมรอาจจะกำลังปลอบใจแม่ของไอ้ไข่ก็ได้นะ" นรีพยายามอธิบาย "บางที... แม่ของไอ้ไข่อาจจะกำลังรู้สึกไม่ดี... รู้สึกน้อยใจ... ป้าสมรก็เลยพูดอะไรที่ทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น" "แต่หนูได้ยินนะ!" ไอ้ไข่เถียง "หนูได้ยินว่าพี่เป็นพวกคนรวยที่มาเล่นๆ แล้วก็กลับไป" "คำพูดที่ไอ้ไข่ได้ยิน... มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดนะ" นรีพยายามอดทน "พี่มาที่นี่ เพราะพี่อยากเห็นไอ้ไข่มีความสุข พี่อยากให้ไอ้ไข่ได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการ" "แล้วทำไมพี่ถึงอยากให้หนูมีความสุขล่ะคะ" ไอ้ไข่ถาม สายตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความสงสัย "หนูมันก็แค่เด็กบ้านนอก" "พี่ไม่ได้มองไอ้ไข่ว่าเป็นแค่เด็กบ้านนอกนะ" นรีตอบ "พี่มองว่าไอ้ไข่คือเด็กคนหนึ่งที่มีความรู้สึก มีความคิด มีความฝัน" "แล้วทำไมต้องมาทำดีกับหนูด้วย" ไอ้ไข่ถามย้ำอีกครั้ง คำถามเดิมๆ ที่ราวกับจะทดสอบความอดทนของนรี "เพราะพี่เชื่อในสิ่งนี้" นรีชี้ไปที่กลุ่มเด็กๆ ที่กำลังวาดรูปอย่างสนุกสนาน "พี่เชื่อว่าการที่เราแบ่งปันความสุข แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่น... มันจะทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น" "แต่แม่หนูไม่มีเงินเหมือนพวกพี่" ไอ้ไข่พูดเสียงเบาลง แต่แววตายังคงฉายความน้อยใจ "หนูจะมีความสุขได้ยังไง" "ความสุขไม่ได้มาจากเงินทองเสมอไปหรอกนะ" นรีโน้มตัวลงไปมองสบตาไอ้ไข่ "ความสุขมันมาจากข้างในใจของเราเอง" "มาจากข้างในใจเหรอคะ" ไอ้ไข่ทวนคำ "ใช่แล้ว" นรีพยักหน้า "อย่างที่ไอ้ไข่กำลังวาดรูปอยู่ในใจตอนนี้ไง... ไอ้ไข่วาดครอบครัวในฝัน... นั่นก็คือความสุขที่ไอ้ไข่ต้องการ" ไอ้ไข่เงียบไป เขาหันกลับไปมองที่บ้านดินของคุณตาคุณยาย ก่อนจะหันกลับมามองนรี "แล้ว... แล้วถ้าหนูวาดรูป... หนูจะได้อะไรคะ" ไอ้ไข่ถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มอ่อนลง "ไอ้ไข่จะได้ความสุขจากการสร้างสรรค์ไง" นรีตอบ "แล้วก็... พี่จะเก็บรูปของไอ้ไข่ไว้อย่างดีเลย" เธอหยิบกระดาษเปล่ากับดินสอออกมาจากกระเป๋าของเธอ "นี่... ถ้าไอ้ไข่อยากวาดอะไร... วาดให้พี่ดูหน่อยนะ" ไอ้ไข่มองกระดาษและดินสอในมือของนรี เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือมารับไป "แต่หนูไม่รู้จะวาดอะไร" ไอ้ไข่พูดเสียงเบา "ลองนึกถึงสิ่งที่ไอ้ไข่ชอบที่สุดสิ" นรีแนะนำ "อาจจะเป็น... สัตว์เลี้ยงที่ไอ้ไข่อยากมี... หรืออาจจะเป็น... สนามเด็กเล่นที่ไอ้ไข่อยากไปเล่น" ไอ้ไข่ค่อยๆ นั่งลงบนพื้นดิน เขาจ้องมองกระดาษเปล่าด้วยแววตาที่เริ่มมีความคิด เขาเริ่มจรดดินสอลงบนกระดาษอย่างแผ่วเบา นรีมองดูไอ้ไข่อย่างเงียบๆ เธอเห็นว่าแววตาของเด็กชายเริ่มเปลี่ยนไป จากความแข็งกระด้างและความไม่ไว้วางใจ เริ่มมีแววของความตั้งใจปรากฏขึ้น ป้าสมรที่มองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ค่อยๆ เดินเข้ามาหาคุณย่า "คุณย่าคะ... ป้าต้องขอโทษคุณหนูด้วยนะคะ" ป้าสมรเอ่ยเสียงสั่นเครือ "ป้าไม่คิดเลยว่าคำพูดของป้าจะทำให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้" "ไม่เป็นไรจ้ะ" คุณย่าลบไหล่ป้าสมร "คนเราก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นแหละ" "แต่ป้าเสียใจจริงๆ ค่ะคุณย่า" ป้าสมรกล่าว "ป้าไม่อยากให้คุณหนูรู้สึกไม่ดี" "คุณหนูเขาเป็นคนดีนะ" คุณย่ากล่าว "เขาคงเข้าใจแหละ" ปิ่นแก้วเดินเข้ามาใกล้ๆ นรีและไอ้ไข่ เธอเห็นไอ้ไข่กำลังตั้งใจวาดรูปด้วยดินสอ เธอยิ้มออกมาอย่างโล่งอก "เห็นไหมคะคุณหนู" ปิ่นแก้วกระซิบ "เด็กๆ เขาต้องการแค่โอกาสและความเข้าใจ" "พี่รู้แล้ว" นรีตอบพลางมองดูไอ้ไข่ที่กำลังตั้งใจทำงานของเขา "แต่บางที... การจะมอบความเข้าใจนั้น... ก็ไม่ง่ายเลย" ไอ้ไข่วาดรูปเสร็จแล้ว เขาชูผลงานของเขาขึ้นมาให้ดู เป็นรูปของเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังขี่หลังเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่ง "นี่ใครจ๊ะ" นรีถาม "หนูกับพี่" ไอ้ไข่ตอบ "พี่มาส่งของให้หนูวันนั้นไง" นรีมองรูปภาพด้วยความตื้นตันใจ นี่ไม่ใช่แค่รูปวาดธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของการยอมรับ การเปิดใจ และการก้าวข้ามความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ "สวยมากเลยจ้ะ" นรีชมเชย "พี่ชอบมากเลย" เธอรับกระดาษรูปนั้นมาถือไว้ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น "ขอบคุณมากนะไอ้ไข่" ไอ้ไข่ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ดูจริงใจและสดใสกว่าที่เคยเห็นมาตลอดทั้งวัน "แล้ว... แล้วหนูจะได้เล่นกับพี่ไหมคะ" ไอ้ไข่ถามเสียงเบา นรีมองไอ้ไข่ด้วยความรัก "ได้สิจ๊ะ... ถ้าไอ้ไข่พร้อมนะ" ถึงแม้ว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้น แต่การยอมรับและเปิดใจของทั้งสองฝ่าย ก็ได้นำพาไปสู่บทสรุปที่อบอุ่นหัวใจ การเยียวยาบาดแผลในใจกลางความหวัง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว.

5,117 ตัวอักษร