วงล้อแห่งกรรม
ร่าง ของ องค์ จักรพรรดิ ที่ ปรากฏ ขึ้น อีก ครั้ง นั้น น่า สะพรึงกลัว ยิ่ง กว่า ครั้ง ไหนๆ ที่ อนิล เคย เห็น ดวงตา สี แดง ก่ำ ส่อง ประกาย ราวกับ จะ แผดเผา ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่ มัน จ้อง มอง
“นี่ มัน เป็น ไป ไม่ ได้!” อนิล อุทาน ด้วย ความ ตกใจ “พระองค์ ทรง… ทรง สลาย ไป แล้ว ไม่ใช่ หรือ?”
“สลาย ไป หรือ?” องค์ จักรพรรดิ หัวเราะ อย่าง บ้าคลั่ง “ข้า เพียง แต่ … กำลัง จะ ถูก สร้าง ขึ้น ใหม่ เท่านั้น!”
ปิ่นมณี ที่ ยืน อยู่ ข้างๆ อนิล รีบ ดึง เขา เข้า มา หลบ หลัง เธอ “นั่น ไม่ใช่ องค์ จักรพรรดิ ที่ ท่าน รู้จัก อนิล… นั่น คือ มาร ร้าย ที่ สิง สู่ ใน ร่าง ของ พระองค์ แล้ว!”
“มาร ร้าย?” อนิล ถาม ด้วย ความ สงสัย “แล้ว พระองค์ จะ ทำ อะไร กับ พวกเรา?”
“มัน ต้องการ จะ ได้ ครอบครอง ‘นิพพาน’ …” ปิ่นมณี กล่าว “แต่มัน ไม่ เข้าใจ ว่า ‘นิพพาน’ นั้น มิใช่ สิ่งที่ จะ ครอบครอง ได้ ด้วย อำนาจ หรือ ความ ปรารถนา อัน แรงกล้า”
“แล้ว เรา จะ หยุด มัน ได้อย่างไร ครับ ปิ่นมณี?” อนิล ถาม ด้วย ความ เป็นห่วง
“เรา ต้อง หยุด มัน ด้วย การ เข้าใจ ความ หมาย ที่ แท้จริง ของ ‘นิพพาน’…” ปิ่นมณี ตอบ “นิพพาน คือ การ ดับ ทุกข์ อัน ถาวร คือ การ หลุดพ้น จาก การ เวียน ว่าย ตาย เกิด คือ การ ปล่อย วาง ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่ เรา ยึดติด”
“ปล่อย วาง?” อนิล ทวนคำ เขา นึกถึง คำ พูด ของ ปิ่นมณี ใน ตอน แรก และ คำ สอน ของ ปราชญ์ อัคนี “ข้า เริ่ม จะ เข้าใจ แล้ว…”
“ดี มาก อนิล…” ปิ่นมณี ยิ้ม ให้ เขา “ถ้า เจ้า เข้าใจ ความ หมาย ที่ แท้จริง ของ ‘นิพพาน’ แล้ว เจ้า จะ สามารถ ช่วย ข้า ได้”
ทันใดนั้น ร่าง ของ องค์ จักรพรรดิ ที่ ถูก สิง สู่ โดย มาร ร้าย ก็ พุ่ง เข้า ใส่ พวก เขา ด้วย ความ เร็ว ที่ ไม่น่าเชื่อ พลัง อัน มืด มิด แผ่ กระจาย ออก มา จาก ร่าง ของ พระองค์
“ข้า จะ ต้อง ได้ ครอบครอง ‘นิพพาน’! ข้า จะ ต้อง ได้ เป็น อมตะ!” พระองค์ ตรัส ด้วย เสียง ที่ แหลม สูง ราวกับ ปีศาจ
อนิล และ ปิ่นมณี ต่าง ก็ เตรียม ตัว พร้อม ที่ จะ เผชิญหน้า กับ มัน อนิล นึก ถึง คำ สอน ของ ปราชญ์ อัคนี “จง ใช้ ปัญญา ของ เจ้า ในการ ต่อสู้!”
“ปิ่นมณี…” อนิล กล่าว “ข้า เข้าใจ แล้ว ว่า ต้อง ทำ อย่างไร…”
“ทำ เลย อนิล!” ปิ่นมณี ตอบ “ข้า อยู่ ข้าง เจ้า เสมอ”
อนิล หลับ ตา ลง เขา หายใจ เข้า ลึกๆ แล้ว นึก ถึง ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่ เขา ได้ เรียนรู้ มา เขา นึก ถึง ความ เจ็บปวด จาก การ สูญเสีย ปิ่นมณี ใน ตอน แรก เขา นึก ถึง ความ โกรธ แค้น ที่ มี ต่อ องค์ จักรพรรดิ และ มาร ร้าย
แต่ แล้ว เขาก็ นึก ถึง คำ ว่า ‘นิพพาน’ … การ ดับ ทุกข์ อัน ถาวร การ ปล่อย วาง
“ข้า … ไม่ ต้องการ จะ ยึดติด กับ สิ่ง ใด อีก แล้ว…” อนิล พึมพำ “ข้า จะ ปล่อย วาง ความ เจ็บปวด ความ อาฆาต แค้น และความ ยึดติด ใน ตัว ตน ของ ข้า เสีย สิ้น!”
ทันใดนั้น อนิล ก็ รู้สึก ถึง กระแส พลัง งาน ที่ บริสุทธิ์ ไหล เวียน เข้า มา ใน ตัว เขา มัน เป็น พลัง ที่ สงบ และ เย็น สบาย แต่ ทรง พลัง อย่าง ยิ่ง
เขา ลืม ตา ขึ้น มา แล้ว มอง ตรง ไปยัง องค์ จักรพรรดิ ที่ กำลัง พุ่ง เข้า มา หา
“ข้า เข้าใจ แล้ว…” อนิล กล่าว “ ‘นิพพาน’ นั้น มิใช่ สิ่งที่ จะ ครอบครอง ได้ ด้วย อำนาจ … แต่ คือ การ หลุดพ้น จาก พันธนาการ ทั้งปวง!”
ขณะ ที่ องค์ จักรพรรดิ กำลัง จะ เข้า ประชิด ตัว อนิล อนิล ก็ ยก มือ ขึ้น เหนือ หัว แล้ว ตะโกน ก้อง
“ข้า ขอ ปล่อย วาง ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ที่ ข้า เคย ยึดติด!”
ทันใดนั้น แสงสว่าง จ้า ก็ สาด ส่อง ออกมา จาก ตัว ของ อนิล สว่าง จ้า จน แทบ จะ กลืนกิน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง พลัง อัน บริสุทธิ์ แผ่ กระจาย ออก ไป ปะทะ กับ พลัง อัน มืด มิด ของ องค์ จักรพรรดิ
ร่าง ของ องค์ จักรพรรดิ ที่ ถูก สิง สู่ โดย มาร ร้าย ก็ เริ่ม สั่น สะท้าน ราวกับ จะ ถูก บดขยี้
“ไม่! ไม่!” พระองค์ ตรัส ด้วย เสียง ที่ อ่อนแรง “นี่ มัน เป็น ไป ไม่ ได้!”
“ท่าน ไม่ สามารถ ต่อสู้ กับ พลัง แห่ง การ ปล่อย วาง ได้ หรอก…” ปิ่นมณี กล่าว
ทันใดนั้น ร่าง ของ องค์ จักรพรรดิ ก็ พลัน สลาย ไป ใน อากาศ กลายเป็น เถ้า ธุลี สี ดำ ที่ ลอย คว้าง ไป ตาม ลม
เมื่อ เถ้า ธุลี นั้น ลอย ออก ไป หมด แล้ว อนิล ก็ รู้สึก ถึง ความ สงบ สุข ที่ แผ่ ซ่าน เข้า มา ใน จิตใจ เขา ไม่ รู้สึก ถึง ความ เจ็บปวด ความ โกรธ แค้น หรือ ความ ปรารถนา ใดๆ อีก แล้ว
“ข้า… ข้า ทำ ได้ แล้ว…” อนิล พึมพำ ด้วย ความ ปีติ
“ใช่ อนิล…” ปิ่นมณี ยิ้ม ให้ เขา “เจ้า ได้ บรรลุ ถึง ‘นิพพาน’ แล้ว…”
ทันใดนั้น อนิล ก็ เห็น ภาพ ของ ปิ่นมณี เริ่ม สว่าง ไสว ขึ้น เรื่อยๆ ร่าง ของ นาง เริ่ม โปร่ง แสง ขึ้น
“ท่าน … ท่าน จะ ไป แล้ว หรือ ครับ?” อนิล ถาม ด้วย น้ำเสียง ที่ เศร้าสร้อย
“ข้า จะต้อง ไป แล้ว อนิล…” ปิ่นมณี ตอบ “แต่ เรา จะ ได้ พบ กัน อีก ครั้ง… เมื่อ เจ้า พร้อม ”
“เมื่อ ข้า พร้อม?” อนิล ทวนคำ
“ใช่… เมื่อ เจ้า พร้อม ที่จะ ก้าว ข้าม ทุกสิ่ง ทุกอย่าง … และ เข้า สู่ นิพพาน อัน บริสุทธิ์” ปิ่นมณี กล่าว
ทันใดนั้น ร่าง ของ ปิ่นมณี ก็ พลัน สลาย ไป ใน อากาศ กลายเป็น แสงสว่าง สี ขาว บริสุทธิ์ ที่ ลอย สูง ขึ้น ไป บน ท้องฟ้า
อนิล มอง ตาม แสงสว่าง นั้น ไป ด้วย ความ อาลัย อาวรณ์ แต่ ใน ใจ ของ เขา กลับ เต็ม ไปด้วย ความ สงบ สุข และความ เข้าใจ
“ข้า เข้าใจ แล้ว…” อนิล กล่าว “ ‘นิพพาน’ คือ การ ดับ ทุกข์ อัน ถาวร คือ การ ปลด ปล่อย จาก พันธนาการ ทั้งปวง…”
เขา เหลือบ มอง ไป ยัง พระเครื่อง ‘นิพพาน’ ที่ ยัง คง ถือ อยู่ ใน มือ เขา รู้ ว่า นี่ คือ ของ ขวัญ ชิ้น สุดท้าย จาก ปิ่นมณี
“ข้า จะ ไม่ ลืม ท่าน ปิ่นมณี…” อนิล พึมพำ “และ ข้า จะ ไม่ ลืม บทเรียน นี้…”
เขา ค่อยๆ วาง พระเครื่อง ‘นิพพาน’ ลง บน พื้น หญ้า แล้ว ยืน ขึ้น สูด อากาศ บริสุทธิ์ เข้า เต็ม ปอด
“บัดนี้… ข้า พร้อม แล้ว…” อนิล กล่าว “พร้อม ที่จะ ก้าว เข้า สู่ เส้นทาง แห่ง การ หลุดพ้น…”
เขา หัน หลัง ให้กับ วัด สุริยัน ที่ เต็ม ไปด้วย ความ ทรงจำ ทั้ง ดี และ ร้าย แล้ว ก้าว เดิน ออก ไป สู่ โลก ภายนอก โลก ที่ เต็ม ไปด้วย สิ่ง ที่ เขา จะต้อง เรียนรู้ และ เข้าใจ อีก มากมาย
แต่ ทันใดนั้น ขณะ ที่ เขา กำลัง จะ ก้าว ผ่าน ประตู วัด ออก ไป เขาก็ ได้ ยิน เสียง กระซิบ ที่ เบา หวิว ดัง มาจาก เบื้องหลัง ของ เขา
“ยินดี ด้วย อนิล… เจ้า ได้ ค้นพบ แล้ว…”
อนิล หัน กลับ ไป มอง … แล้ว เขาก็ แทบ จะ แข็ง ทื่อ ไป ทั้ง ตัว เมื่อ เห็น … ร่าง ของ ใคร บางคน ที่ เขา คิด ว่า ได้ หาย ไป แล้ว… กำลัง ยืน อยู่ ตรง นั้น… กำลัง มอง มา ที่ เขา… และ ใน มือ ของ เขา… มี … พระเครื่อง ‘นิพพาน’ … องค์ นั้น…
1,042 ตัวอักษร