ตอนที่ 5 — แสงสว่างแห่งผืนป่า
วิทูรกลับมาถึงกระท่อมของตนเองด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความโล่งใจที่ได้ปลดปล่อยตนเองจากการล่าสัตว์ และความกังวลที่ยังคงตามมาเกี่ยวกับอนาคต เขาเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของกระท่อม ที่ซึ่งมีตำราเก่าๆ และอุปกรณ์บางอย่างที่เคยใช้ในการล่าถูกเก็บไว้ แต่ในวันนี้ สายตาของเขาไม่ได้มองหามันเหล่านั้นอีกต่อไป
เขาหยิบตำราสมุนไพรเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน มันเป็นตำราที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมอสมุนไพร แต่ตัวเขาเองไม่เคยให้ความสนใจมากนัก ตัวอักษรและรูปภาพของพืชต่างๆ ดูเหมือนจะมีความหมายใหม่ในวันนี้
"ต้น 'กำลังช้างสาร' อย่างที่มาลินีบอก" วิทูรพึมพำพลางไล้นิ้วไปตามรูปภาพ "ช่วยให้มีกำลังวังชา... น่าสนใจ"
เขานั่งลงข้างกองไฟที่เริ่มมอดแล้ว พยายามทำความเข้าใจเนื้อหาในตำรา แต่ความคิดของเขาก็ยังคงวนเวียนอยู่กับการตัดสินใจที่เพิ่งทำไป เขาอดคิดถึงวายุบุตรไม่ได้ ว่าบัดนี้มันอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่
"แล้วถ้าข้าไม่ฆ่ามัน แล้วมันไปเหยียบใครเข้าล่ะ?" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา "หรือมันไปทำลายไร่นาของชาวบ้านเข้า?"
วิทูรเริ่มรู้สึกสับสนอีกครั้ง การละทิ้งวิถีชีวิตเดิมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันนำมาซึ่งคำถามมากมายที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
"ท่านพราน มีอะไรรึเปล่าคะ?" เสียงเล็กๆ ของมาลินีดังขึ้นจากหน้าประตู วิทูรเงยหน้าขึ้นมอง เธอถือตะกร้าใบเล็กๆ ใบหนึ่งมาด้วย
"ข้า... ข้าแค่กำลังคิดมากไปหน่อย" วิทูรตอบ "ขอบคุณที่เจ้ามานะ"
"ดิฉันเห็นท่านกลับมาแล้ว เลยแวะเอาอาหารมาให้ค่ะ" มาลินีวางตะกร้าลงบนพื้น "เป็นข้าวต้มร้อนๆ กับผักลวก"
"เจ้าเสียสละเวลามาหาข้าอีกแล้ว" วิทูรกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ข้าเกรงว่าจะรบกวนเจ้ามากเกินไป"
"ไม่เลยค่ะ" มาลินีตอบ "ดิฉันดีใจที่ได้ช่วยเหลือท่าน" เธอเดินมานั่งลงข้างๆ วิทูร "ท่านกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่คะ?"
วิทูรเล่าถึงความกังวลของเขา เรื่องที่ว่าการไม่ล่าสัตว์อาจนำมาซึ่งปัญหาอื่นตามมา
"นั่นเป็นความคิดที่รอบคอบดีค่ะ" มาลินีกล่าว "แต่ท่านอย่าลืมว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่ท่านกับครอบครัวของท่านเท่านั้นนะคะ สัตว์ป่าก็มีชีวิตของพวกมัน การที่ท่านตัดสินใจไม่ล่าพวกมัน ก็เท่ากับว่าท่านกำลังช่วยรักษาชีวิตเหล่านั้นไว้"
"แต่ถ้าพวกมันไปทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นเล่า?" วิทูรถามย้ำ
"นั่นคือหน้าที่ของผู้นำชุมชน หรือผู้ที่มีอำนาจในพื้นที่ที่จะต้องเข้ามาจัดการค่ะ" มาลินีอธิบาย "แต่ในฐานะปัจเจกบุคคล การไม่เบียดเบียนผู้อื่น ก็ถือเป็นการทำความดีที่สุดแล้ว"
"ข้า... ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย" วิทูรยอมรับ
"การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการพิจารณาผลกระทบต่อผู้อื่น คือการเติบโตทางจิตวิญญาณค่ะท่านพราน" มาลินีกล่าว "ท่านกำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว"
วิทูรพิจารณาคำพูดของมาลินี เขาเริ่มรู้สึกว่าปัญหาที่เขาคิดว่าใหญ่โตนั้น อาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอย่างที่เขาคิดก็ได้ เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง และการเลือกที่จะไม่เบียดเบียนผู้อื่น ก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรม
"แล้ว... เจ้าล่ะมาลินี" วิทูรถาม "เจ้าทำอย่างไรถึงได้เข้มแข็งและมองโลกในแง่ดีได้ขนาดนี้?"
มาลินียิ้ม "ดิฉันก็เพียงแค่ดำเนินชีวิตตามคำสอนของครูบาอาจารย์ค่ะ ท่านสอนให้ดิฉันรู้จักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักปล่อยวาง"
"ปล่อยวาง?" วิทูรทวนคำ "หมายถึงการไม่ยึดติด?"
"ใช่ค่ะ" มาลินีพยักหน้า "เราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ แต่เราสามารถควบคุมการกระทำและทัศนคติของเราได้ หากเราทำดีที่สุดแล้วในขณะนั้น และผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็ควรยอมรับมัน"
"การปล่อยวาง... มันยากนะ" วิทูรสารภาพ "โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องกังวลถึงปากท้องของครอบครัว"
"ดิฉันเข้าใจดีค่ะ" มาลินีกล่าว "แต่การแบกความกังวลไว้ตลอดเวลา ก็ยิ่งทำให้เราไม่มีความสุข และบั่นทอนกำลังใจ ลองแบ่งปันความกังวลนั้นให้คนอื่น หรือมอบความไว้วางใจให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือพลังแห่งธรรมชาติก็ได้ค่ะ"
วิทูรครุ่นคิดตามคำพูดของมาลินี เขารู้สึกว่ามาลินีเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องนำทางเขาในยามที่เขากำลังหลงทาง เธอมองเห็นความดีงามในตัวเขา และกระตุ้นให้เขาได้สำรวจศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่
"ขอบใจเจ้าอีกครั้งนะมาลินี" วิทูรกล่าว "เจ้าทำให้ข้ามีกำลังใจขึ้นมาก"
"ดิฉันเพียงแค่ทำในสิ่งที่ดิฉันเชื่อว่าถูกต้องค่ะ" มาลินีตอบ "ท่านเองก็เช่นกัน ท่านได้เลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว"
หลังจากมาลินีกลับไป วิทูรก็กลับมานั่งลงที่ตำราสมุนไพรอีกครั้ง คราวนี้ เขาอ่านด้วยความตั้งใจที่มากขึ้น เขาเริ่มมองเห็นว่าในป่าแห่งนี้ นอกจากจะเป็นแหล่งของสัตว์ป่าแล้ว ยังเป็นคลังสมุนไพรขนาดใหญ่ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
เขาเริ่มจดบันทึกชื่อสมุนไพรบางชนิด พร้อมสรรพคุณ และวิธีการนำมาใช้ เขาหยิบมีดเล่มเล็กออกมา แล้วเริ่มเหลาปลายไม้ให้แหลม เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการขุดรากไม้
"ข้าจะลองหา 'ฟ้าทะลายโจร' ดู" วิทูรกล่าวกับตัวเอง "เห็นว่ามีสรรพคุณแก้หวัด ลดไข้"
เขาตัดสินใจว่าจะลองออกไปสำรวจป่าในอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เขาไม่เคยใช้ในการล่าสัตว์มาก่อน เป็นเส้นทางที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด
"พรุ่งนี้ ข้าจะลองไปดู" วิทูรคิด "บางที... ข้าอาจจะค้นพบอะไรใหม่ๆ ก็ได้"
เขารู้สึกตื่นเต้นกับการผจญภัยครั้งใหม่นี้ มันไม่ใช่การผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตรายจากการล่าสัตว์ แต่เป็นการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการค้นพบ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
วิทูรปิดตำราสมุนไพรลง เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่เป็นความเหนื่อยล้าที่มาพร้อมกับความสุข เขาหันไปมองกองฟืนที่กำลังจะหมด เขาจึงลุกขึ้นไปหาฟืนมาเติม
"คืนนี้ คงจะหลับสบาย" วิทูรคิด "เพราะข้าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง"
แสงจันทร์ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างกระท่อมเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าของวิทูรที่เปื้อนรอยยิ้มแห่งความหวัง เขาหลับตาลง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำ แต่ในห้วงนิทรา เขาก็ยังคงฝันถึงผืนป่าเขียวขจี และสมุนไพรนานาชนิดที่รอการค้นพบ
4,731 ตัวอักษร