ตอนที่ 9 — การก้าวข้ามความกลัวที่ซ่อนเร้น
วันเวลาในวิหารยังคงดำเนินต่อไป คุณพราวได้นำเอาคำสอนเรื่องอนัตตาไปพิจารณาอย่างลึกซึ้ง เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าหลายครั้ง ความคิดและอารมณ์ที่รุนแรงของเธอนั้น เกิดจากการที่เธอยึดติดกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ว่าเธอควรจะเป็นคนอย่างไร หรือไม่ควรจะเป็นคนอย่างไร
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังนั่งเฝ้าดูความคิดตามปกติ จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน มันเป็นความคิดเกี่ยวกับงานเลี้ยงรุ่น ที่จะมาถึงในอีกไม่นาน
"ถ้า… ถ้าเขาไม่มาล่ะ" ความคิดนี้แทรกเข้ามาในใจอย่างรวดเร็ว "ถ้าเขาเห็นหนูในสภาพนี้… เขาจะรู้สึกอย่างไร"
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา คุณพราวก็นึกถึงความรู้สึกหวาดหวั่นที่เคยเกิดขึ้นกับเธอในอดีต ความกลัวที่จะไม่ได้รับการยอมรับ ความกลัวที่จะถูกตัดสิน หรือความกลัวที่จะถูกมองว่าด้อยกว่า
"หนู… หนูยังกลัวอยู่เลยค่ะแม่ชี" คุณพราวน้ำเสียงสั่นเครือ เอ่ยขึ้นขณะที่กำลังนั่งสนทนากับแม่ชีแก้วในบ่ายวันนั้น "หนูกลัวว่าถ้าคนอื่นเห็นหนูในตอนนี้ เขาจะไม่ชอบในสิ่งที่หนูเป็น"
แม่ชีแก้วพยักหน้ารับฟังอย่างใจเย็น "ความกลัวเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญในการเดินทางสู่สันติสุขนะเจ้าคะ"
"หนูไม่เข้าใจค่ะ" คุณพราวนัยน์ตาฉายแววสับสน "หนูคิดว่าหนูเข้าใจเรื่องความไม่เที่ยง เข้าใจเรื่องทุกข์จากการยึดมั่น เข้าใจเรื่องอนัตตาแล้ว ทำไมหนูถึงยังกลัวอยู่คะ"
"ความกลัวนั้น มักจะหยั่งรากลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกนะเจ้าคะ" แม่ชีแก้วอธิบาย "มันเกิดจากการที่เราสั่งสมประสบการณ์ในอดีต ที่ทำให้เรารู้สึกว่าการไม่ได้รับการยอมรับ หรือการถูกปฏิเสธนั้น เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของเรา"
"อันตราย… หมายความว่าอย่างไรคะ" คุณพราวนึกถึงตอนที่เธอเคยถูกเพื่อนล้อเลียนเรื่องรูปลักษณ์ในวัยเด็ก ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอับอายอย่างมาก
"ในอดีต การถูกปฏิเสธจากกลุ่ม อาจหมายถึงการถูกทอดทิ้ง หรือไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้" แม่ชีแก้วกล่าว "แม้ในยุคปัจจุบัน สภาพการณ์จะเปลี่ยนไป แต่สัญชาตญาณความกลัวนี้ ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจของมนุษย์"
"แล้วหนูจะเอาชนะความกลัวนี้ได้อย่างไรคะ" คุณพราวน้ำเสียงอ้อนวอน "มันเหมือนมีอะไรบางอย่างคอยฉุดรั้งหนูไว้ตลอดเวลา"
"เราต้องเผชิญหน้ากับมันนะเจ้าคะ" แม่ชีแก้วกล่าว "ไม่ใช่การหลบหนี หรือการต่อสู้กับมัน แต่คือการยอมรับว่าความกลัวนั้นกำลังเกิดขึ้น และพิจารณาถึงที่มาของมัน"
"ยอมรับ… แล้วพิจารณา" คุณพราวนึกถึงอุปนิสัยของเธอที่มักจะพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคง
"ลองนึกย้อนไปนะเจ้าคะ" แม่ชีแก้วเชื้อเชิญ "ความกลัวที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เกี่ยวกับงานเลี้ยงรุ่น และการที่เขาอาจจะไม่ยอมรับในตัวตนของหนูนั้น แท้จริงแล้ว… มันคืออะไร"
คุณพราวนิ่งคิด เธอหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพและความรู้สึกต่างๆ ผุดขึ้นมา
"หนูกลัวว่า… ถ้าเขาเห็นหนูตอนนี้ เขาจะไม่ชอบ" คุณพราวน้ำเสียงแผ่วลง "หนูกลัวว่าสิ่งที่หนูเคยเป็น หรือสิ่งที่หนูเคยมี มันไม่เพียงพอที่จะทำให้ใครสักคนรักหนู"
"แล้วถ้า… เขาไม่ชอบจริงๆ เล่าเจ้าคะ" แม่ชีแก้วถามอย่างนุ่มนวล "โลกของคุณพราวจะแตกสลายไปหรือไม่"
คำถามนี้ทำให้คุณพราวสะดุ้งเล็กน้อย เธอครุ่นคิดอย่างหนัก "โลกของหนู… คงจะไม่แตกสลายไปหรอกค่ะ แต่… มันคงจะเจ็บปวดมาก"
"ความเจ็บปวดจากการที่ผู้อื่นไม่ยอมรับนั้น เกิดขึ้นจากการที่เรายึดติดว่า 'ฉัน' จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้อื่น เพื่อให้ 'ฉัน' รู้สึกมีคุณค่า" แม่ชีแก้วอธิบาย "แต่เมื่อเราเห็นถึงอนัตตา เราจะเข้าใจว่าคุณค่าที่แท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยอมรับของผู้อื่น"
"แล้วคุณค่าที่แท้จริงคืออะไรคะ" คุณพราวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวัง
"คุณค่าที่แท้จริง คือการที่เรารู้จักและเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้" แม่ชีแก้วกล่าว "คือการที่เราสามารถอยู่ร่วมกับตนเองได้อย่างสงบ ไม่ว่าผู้อื่นจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร"
"การอยู่ร่วมกับตนเองได้อย่างสงบ…" คุณพราวนึกถึงความรู้สึกเมื่อเธอได้นั่งสมาธิอย่างแน่วแน่ การได้อยู่กับลมหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ
"ใช่เจ้าค่ะ" แม่ชีแก้วพยักหน้า "เมื่อใดก็ตามที่เราสามารถรักและยอมรับตนเองได้อย่างแท้จริง ไม่ว่ารูปลักษณ์จะเป็นอย่างไร ความสำเร็จจะเป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งความผิดพลาดที่เราเคยทำมา ความกลัวจากการไม่ได้รับการยอมรับก็จะค่อยๆ เลือนหายไป"
"หนู… หนูยังทำไม่ได้เลยค่ะ" คุณพราวยอมรับ "มันเหมือนกับหนูยังไม่รักตัวเองดีพอ"
"ความรักตนเอง ไม่ใช่การหลงตัวเอง หรือการมองข้ามข้อบกพร่องนะเจ้าคะ" แม่ชีแก้วกล่าว "แต่คือการมองเห็นตนเองตามความเป็นจริง ด้วยความเมตตาและเข้าใจ"
"เมตตาและเข้าใจ…" คุณพราวนึกถึงตอนที่เธอได้ดูแลคนป่วยคนหนึ่งด้วยความอ่อนโยน
"ลองใช้ความเมตตาที่เรามีต่อผู้อื่น มามอบให้กับตนเองดูนะเจ้าคะ" แม่ชีแก้วแนะนำ "เมื่อใดก็ตามที่ความกลัว หรือความไม่มั่นคงเกิดขึ้น ให้ลองพูดปลอบโยนตนเอง เหมือนกำลังปลอบโยนเพื่อนที่กำลังเศร้า"
"พูดปลอบโยนตนเอง…" คุณพราวนึกภาพตัวเองกำลังพูดกับกระจก "หนูจะบอกตัวเองว่า… 'ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร หนู ก็ยังเป็นหนู และหนูรักตัวเอง'"
"เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากเจ้าค่ะ" แม่ชีแก้วยิ้ม "การยอมรับในความไม่สมบูรณ์ของตนเอง และการให้กำลังใจตนเอง คือก้าวแรกที่สำคัญในการก้าวข้ามความกลัว"
"แล้วเรื่องงานเลี้ยงรุ่นล่ะคะ" คุณพราวนึกถึงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความกลัว "หนูควรจะไปไหมคะ"
"การตัดสินใจขึ้นอยู่กับคุณพราวเองนะเจ้าคะ" แม่ชีแก้วกล่าว "แต่หากเลือกที่จะไป ลองตั้งเจตนาใหม่ การไปงานเลี้ยงรุ่น ไม่ใช่เพื่อการไปแสวงหาการยอมรับ แต่เพื่อการได้พบปะผู้คนตามสมควร และเพื่อสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง"
"สังเกตอารมณ์… เพื่อเรียนรู้" คุณพราวน้ำเสียงมีความหวังขึ้นมา
"ใช่เจ้าค่ะ" แม่ชีแก้วกล่าว "ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร จงมองว่าเป็นโอกาสในการฝึกฝนสติ และการพิจารณาตนเอง เมื่อเราสามารถเผชิญหน้ากับความกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในได้อย่างกล้าหาญ เราก็จะพบว่าเราแข็งแกร่งกว่าที่เราเคยคิดไว้มาก"
แสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแรงลง แต่ภายในใจของคุณพราวนั้น กลับมีความสว่างไสวเกิดขึ้น ความกลัวที่เคยเกาะกินใจ กำลังค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ และความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับตนเองอย่างแท้จริง
4,870 ตัวอักษร