พลังแห่งการรู้: สมาธิภาวนาเพื่อชีวิตที่สมบูรณ์

ตอนที่ 10 / 30

ตอนที่ 10 — รื้อฟื้นความทรงจำในบ้านเก่า

บ้านเก่าหลังนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอมากนัก ท่ามกลางสวนผลไม้ที่เคยร่มรื่นเมื่อครั้งนัทยังเด็ก บัดนี้ดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา สีปูนที่เคยขาวสะอาดซีดจางลง เผยให้เห็นรอยด่างดำของตะไคร่น้ำ ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นที่ปีนป่ายของเด็กๆ ก็ดูเหงาหงอยกว่าเดิม "จำได้ไหมลูก" คุณแม่สมศรีเอ่ยขึ้น ขณะที่รถจอดเทียบหน้าบ้าน "บ้านหลังนี้แหละ ที่เราเคยอยู่กันสมัยนัทเด็กๆ" นัทก้าวลงจากรถ สูดลมหายใจลึก กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง กลิ่นความหลัง ตลบอบอวลเข้าจมูก มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ราวกับว่าทุกอณูของอากาศกำลังกระซิบเล่าเรื่องราวในอดีต "จำได้ครับแม่" นัทตอบเสียงเบา "ผมจำได้ดีเลย" เขามองไปยังหน้าต่างบานเก่าบานหนึ่ง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ที่เขามักจะนั่งเหม่อมองออกไปนอกบ้าน จินตนาการถึงโลกกว้างที่อยู่เบื้องหน้า "ตรงนั้นแหละครับแม่ ที่ผมชอบนั่งดูนก" คุณพ่อเดินเข้ามาข้างๆ วางมือบนบ่าของลูกชาย "หลายปีแล้วนะ ที่เราจากที่นี่ไป" "นับสิบปีแล้วค่ะคุณ" คุณแม่สมศรีพยักหน้า "ตั้งแต่เราย้ายไปอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ" นัทเดินนำเข้าไปในบ้านอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาเห็นเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ที่ยังคงวางอยู่ตามเดิม ฝุ่นจับหนาเตอะ แต่ก็ยังคงรูปร่างและกลิ่นอายของวันวาน "นี่คือห้องนั่งเล่น" คุณแม่สมศรีชี้ไปที่มุมหนึ่ง "ตรงนี้เป็นมุมโปรดของคุณพ่อเลยนะ ชอบมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์" นัทกวาดสายตาไปทั่วห้อง เขาจำได้ว่าเคยมีรูปถ่ายใบหนึ่งวางอยู่บนชั้นวางของตรงมุมนั้น เป็นรูปครอบครัวที่ดูอบอุ่น แต่เมื่อมองอีกครั้ง รูปใบนั้นก็ไม่อยู่แล้ว "รูปครอบครัวของเราหายไปไหนครับแม่" คุณแม่สมศรีถอนหายใจเบาๆ "ตอนที่เราย้ายออกไปน่ะ มีหลายอย่างที่ต้องทิ้งไว้" "ผมจำได้ว่าแม่เคยเย็บผ้าตรงมุมนั้น" นัทชี้ไปอีกมุม "ตอนเด็กๆ ผมชอบมานั่งดูแม่เย็บผ้า" "ใช่แล้ว" คุณแม่สมศรียิ้ม "แม่เย็บชุดนักเรียนให้เราเองนะ" นัทเดินเข้าไปในห้องนอนของตนเองที่เคยมี กลิ่นอับชื้นยังคงอบอวล แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความทรงจำ เขาเห็นเตียงนอนเก่าๆ ที่เขานอนมาตั้งแต่เด็ก เห็นชั้นหนังสือที่เคยเต็มไปด้วยหนังสือนิทาน "ห้องนี้แหละค่ะ ที่ตอนเด็กๆ นัทชอบขอให้แม่เล่านิทานก่อนนอน" คุณแม่สมศรีเดินตามเข้ามา "จำได้ว่าคืนไหนที่นัทกลัวความมืด แม่ก็จะมานั่งเป็นเพื่อนจนกว่าจะหลับ" "ผมจำได้ครับแม่" นัทเอ่ย "ผมจำได้ว่าแม่เคยบอกว่า โลกของเราเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า" "จริงที่สุดลูก" คุณพ่อเสริม "และบางครั้ง สิ่งมหัศจรรย์เหล่านั้น ก็อยู่ในตัวเราเองนี่แหละ" นัทเดินไปที่หน้าต่างบานเดิมอีกครั้ง เขาเปิดหน้าต่างออก รับเอาลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามา มันเป็นลมที่แตกต่างจากลมในเมือง ลมที่บริสุทธิ์กว่า กลิ่นไอของธรรมชาติที่โชยมา ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด "พ่อครับ" นัทหันมาถาม "ตอนที่เราอยู่ที่นี่ พ่อเคยมีปัญหาเรื่อง... เรื่องสุรามาก่อนไหมครับ" คุณพ่อมองหน้านัทนิ่ง ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด "เคยสิลูก" ท่านตอบเสียงเรียบ "ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่พ่อมีปัญหา แต่เป็นทุกที่ที่พ่อรู้สึกทุกข์" "แล้ว... แล้วพ่อจำได้ไหมครับว่าทำไมพ่อถึงเริ่มดื่ม" นัทยังคงถามต่อไป ด้วยความหวังว่าคำตอบจะช่วยเปิดประตูสู่ความเข้าใจ คุณพ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังรวบรวมความทรงจำที่ถูกซ่อนเร้นไว้ "มันเป็นเรื่องของความกดดันนะลูก" ท่านเริ่มเล่า "ความกดดันจากที่ทำงาน ความกดดันจากเรื่องเงินทอง ความรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว" "แล้วพ่อคิดว่าการดื่มมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงๆ เหรอครับ" นัทถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "ตอนนั้นพ่อก็คิดแบบนั้น" คุณพ่อสารภาพ "คิดว่ามันจะช่วยให้ลืมความทุกข์ชั่วคราว คิดว่ามันจะทำให้พ่อกล้าขึ้นที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา" "แต่สุดท้ายมันก็ไม่เคยช่วยอะไรเลยใช่ไหมครับ" นัทพูดประโยคนี้ออกมาจากใจ "ใช่ลูก" คุณพ่อตอบ "มันมีแต่จะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น" คุณแม่สมศรีเดินเข้ามาสวมกอดลูกชาย "ไม่ต้องโทษตัวเองนะลูก พ่อเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา" นัทปล่อยให้ความรู้สึกท่วมท้นไหลผ่าน เขาเดินไปที่มุมหนึ่งของห้อง ซึ่งเป็นมุมที่เขาจำได้ว่าเคยมีมุมสำหรับทำงานอดิเรกของคุณพ่อ "พ่อเคยทำงานไม้ใช่ไหมครับ" นัทถาม "ผมจำได้ว่าเคยเห็นพ่อแกะสลักไม้" "ใช่แล้ว" คุณพ่อตอบ "พ่อเคยชอบทำงานไม้ แต่พอมีปัญหา พ่อก็เลิกทำไป" "ทำไมถึงเลิกทำไปล่ะครับ" "ไม่มีสมาธิจะทำน่ะสิลูก" คุณพ่อถอนหายใจ "ใจมันว้าวุ่นไปหมด" นัทมองไปยังเครื่องมือไม้เก่าๆ ที่วางกองอยู่มุมหนึ่ง เขาหยิบเลื่อยมือขึ้นมาลองจับดู มันยังคงมีความรู้สึกคุ้นเคยอยู่ในมือ "ผมว่า... ผมว่าผมเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วครับ" "เข้าใจอะไรลูก" คุณแม่สมศรีถาม "ผมเข้าใจว่า... การที่เราจมอยู่กับปัญหา การที่เราแบกรับความทุกข์ไว้มากเกินไป มันบั่นทอนเราได้มากขนาดไหน" นัทกล่าว "แล้วการที่เราพยายามจะหนีจากมัน ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง มันยิ่งทำให้แย่ลงไปอีก" "ถูกต้องแล้วลูก" คุณพ่อเห็นด้วย "เหมือนต้นไม้ที่ถูกรดน้ำด้วยยาพิษ มันก็ยิ่งตายเร็ว" "แล้วการที่เราฝึกสมาธิ" นัทพูดต่อ "มันเหมือนการที่เราเริ่มจะหันกลับมาดูแลตัวเอง ดูแลรากเหง้าของเรา" "ใช่เลย" คุณพ่อพยักหน้า "การทำสมาธิ มันคือการกลับมาอยู่กับปัจจุบัน การมองปัญหาตามความเป็นจริง และการหาทางออกอย่างมีสติ" นัทเดินสำรวจบ้านไปเรื่อยๆ เขาเจอของเก่า ของเล่นที่เคยเล่นสมัยเด็ก หนังสือที่เคยอ่าน เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา เปิดดูหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบ "นี่คือหนังสือเล่มโปรดของผมเลยครับแม่" "ใช่แล้ว" คุณแม่สมศรีจำได้ "แม่ซื้อให้ตอนวันเกิดจำได้ไหม" "ผมจำได้ว่าแม่เคยอ่านให้ฟังบ่อยๆ" นัทกล่าว "เรื่องราวของเด็กชายที่ออกเดินทางตามหาความสุข" "แล้วสุดท้ายเขาก็พบว่า ความสุขที่แท้จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อม" คุณพ่อพูดเสริม "อยู่กับครอบครัว อยู่กับสิ่งที่มี" บรรยากาศในบ้านเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำที่เจือด้วยความเศร้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นแห่งการเยียวยา นัทรู้สึกว่าการกลับมาที่นี่ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่ง "พ่อครับ" นัทหันไปหาคุณพ่อ "ผมอยากจะขออนุญาต... เอาเครื่องมือไม้เหล่านี้กลับไปด้วยได้ไหมครับ" คุณพ่อมองนัทด้วยความประหลาดใจ "เอาไปทำไมลูก" "ผมอยากจะลองกลับมาทำงานไม้ดูครับ" นัทตอบ "ผมอยากจะลองแกะสลักอะไรบางอย่างดู" คุณพ่ออมยิ้ม "ดีเลยลูก พ่อเองก็อยากจะกลับมาทำอีกครั้งเหมือนกัน" "เรากลับไปด้วยกันไหมคะคุณ" คุณแม่สมศรีถาม "เอาสิ" คุณพ่อตอบรับ นัทรู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก การเดินทางกลับมาที่บ้านเก่า ไม่ใช่แค่การหวนรำลึกถึงอดีต แต่เป็นการค้นพบหนทางที่จะเยียวยาอดีต และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม

5,256 ตัวอักษร