ตอนที่ 7 — การเยียวยาหัวใจที่ร้าวฉาน
ความรู้สึกโล่งอกที่ท่วมท้นในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งใจที่ยากจะบรรยาย นัทและคุณป้าสมศรียังคงยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักฟื้นของบิดา ดวงตาแดงก่ำด้วยน้ำตาแห่งความปีติยินดี คุณหมอได้อธิบายเพิ่มเติมถึงอาการของคุณพ่อที่คงที่และมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ แผนการรักษาขั้นต่อไปจะเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ท่านกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็วที่สุด
"แม่ครับ พ่อปลอดภัยแล้วนะครับ" นัทกล่าวเสียงสั่นเครือ เขากอดมารดาแน่นอีกครั้ง ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายวันค่อยๆ คลายลง
"ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ลูก" คุณป้าสมศรีพึมพำ ดวงตาที่ยังคงมีรอยน้ำตา มองไปยังประตูห้องผู้ป่วยด้วยความปิติ "แม่แทบไม่กล้าคิดเลยว่าถ้า... ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น"
นัทพยักหน้าเห็นด้วย ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาให้เห็นเป็นฉากๆ ความทรงจำเกี่ยวกับปัญหาการดื่มสุราของคุณพ่อ ความขัดแย้งในครอบครัวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกน้อยใจ โกรธ และเสียใจที่เขามีต่อพ่อ มันเหมือนเป็นเงาตามตัวที่เกาะกินจิตใจมาตลอด แต่ในวันนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย ความรู้สึกเหล่านั้นกลับดูเล็กลงไปถนัดตา สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการที่พ่อยังมีชีวิตอยู่
"เราต้องขอบคุณเขาด้วยนะแม่" นัทกล่าว "ขอบคุณที่เขาสู้ ขอบคุณที่เขายังอยู่กับเรา"
"ใช่จ้ะ" คุณป้าสมศรีพยักหน้า "เราต้องให้กำลังใจเขานะลูก"
หลังจากได้รับอนุญาตจากแพทย์ นัทและคุณป้าสมศรีก็ได้เข้าไปเยี่ยมคุณพ่อที่ห้องพักฟื้น ร่างกายของคุณพ่อยังอ่อนเพลีย มีสายระโยงระยางติดอยู่ตามร่างกาย แต่แววตาที่มองมานั้นบ่งบอกถึงความเข้มแข็งที่เริ่มกลับคืนมา
"พ่อครับ" นัทกุมมือพ่อไว้แน่น "พ่อฟื้นแล้วนะครับ"
คุณพ่อพยักหน้าตอบเบาๆ ริมฝีปากแห้งผากพยายามคลี่ยิ้ม
"เป็นไงบ้างครับพ่อ" คุณป้าสมศรีถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ก็... ดีขึ้นแล้วล่ะ" คุณพ่อตอบเสียงแหบพร่า "โทษทีนะ ทำให้พวกเธอเป็นห่วง"
นัทรู้สึกจุกในอก เขาไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากปากพ่อมาก่อน แม้จะรู้ว่าคำขอโทษนี้อาจจะไม่ได้มาจากสำนึกผิดทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
"พ่อไม่ต้องคิดมากนะครับ" นัทกล่าว "ที่สำคัญคือพ่อปลอดภัยแล้ว"
"ใช่จ้ะ" คุณป้าสมศรีเสริม "พักผ่อนเยอะๆ นะ"
ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับพ่อในห้องพักฟื้น นัทใช้โอกาสนี้พูดคุยกับท่าน เขาไม่ได้ตำหนิ หรือต่อว่าเรื่องในอดีต เพียงแต่เล่าถึงชีวิตของเขาในปัจจุบัน ความสงบที่เขาพบเจอจากการฝึกสมาธิ และความตั้งใจที่จะแบ่งปันสิ่งดีๆ นี้ให้กับผู้อื่น
"พ่อครับ เมื่อก่อนผมเคยโกรธพ่อมากนะครับ" นัทกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ตกตะกอนแล้ว "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้วครับ"
คุณพ่อมองหน้านัทอย่างเงียบงัน
"ผมเข้าใจว่าพ่อก็คงมีความทุกข์เหมือนกัน" นัทพูดต่อ "แต่ผมอยากให้พ่อรู้ว่า ไม่ว่ายังไง พ่อก็คือพ่อของผมเสมอ"
คำพูดของนัทเหมือนเป็นการเปิดประตูบานเก่าที่เคยถูกปิดตายมานาน คุณพ่อหลับตาลงช้าๆ น้ำตาเม็ดเล็กๆ ไหลรินออกมาจากหางตา
"พ่อ... พ่อขอโทษนะ" เสียงของคุณพ่อสั่นเครือ "พ่อมันแย่เอง"
"ไม่เป็นไรครับพ่อ" นัทบีบมือพ่อเบาๆ "ตอนนี้เรามาเริ่มต้นใหม่กันนะครับ"
คุณป้าสมศรีซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ยื่นมือมาลูบหลังสามีเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ
"เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ" คุณป้าสมศรีกล่าว "เราจะดูแลกันและกัน"
หลายวันต่อมา อาการของคุณพ่อก็ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์อนุญาตให้ย้ายออกจากห้องผู้ป่วยหนักมายังห้องพักฟื้นทั่วไป นัทสลับกับการดูแลมารดาในการเฝ้าไข้ เขาใช้เวลาที่โรงพยาบาลในการฝึกสมาธิบ่อยครั้งขึ้นกว่าเดิม ความสงบภายในช่วยให้เขาจัดการกับความรู้สึกที่ซับซ้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อพ่อ และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจในความทุกข์ที่ท่านเคยเผชิญ
"คุณนัทคะ" เสียงพยาบาลดังขึ้นเมื่อเข้ามาตรวจเยี่ยม "คุณพ่ออาการดีขึ้นมากเลยค่ะ วันสองวันนี้ก็คงได้กลับบ้านแล้ว"
"ขอบคุณมากครับ" นัทกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ผมดีใจมากเลยครับ"
"เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ ค่ะ" พยาบาลยิ้มตอบ "เห็นคุณนัทดูแลคุณพ่อคุณแม่ดีมากเลยค่ะ เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆ"
คำชมของพยาบาลทำให้นัทรู้สึกอบอุ่นใจ เขามองไปยังเตียงผู้ป่วยที่คุณพ่อนั่งพักผ่อนอยู่
"พ่อครับ ใกล้จะได้กลับบ้านแล้วนะครับ" นัทเอ่ย
"จริงเหรอ" คุณพ่อถาม ดวงตาเป็นประกาย "ดีเลย พ่ออยากกลับบ้านจะแย่แล้ว"
"เดี๋ยวผมช่วยจัดการเรื่องเอกสารให้นะครับ" นัทเสนอ
"ขอบใจมากนะลูก" คุณพ่อกล่าว
ก่อนที่คุณพ่อจะออกจากโรงพยาบาล นัทได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านอีกครั้ง
"พ่อครับ" นัทเริ่มบทสนทนา "หลังจากนี้ พ่อจะลองทำสมาธิกับผมดูไหมครับ"
คุณพ่อมองหน้านัท นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
"ลองดูก็ได้" คุณพ่อตอบ "เผื่อมันจะช่วยให้พ่อเลิก... เลิกดื่มได้จริงๆ สักที"
นัทรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เขาเห็นประกายแห่งความหวังในแววตาของพ่อ
"ผมจะคอยเป็นกำลังใจให้พ่อนะครับ" นัทกล่าว "เราจะทำไปด้วยกัน"
การกลับบ้านของคุณพ่อเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีเพียงนัท คุณป้าสมศรี และคุณพ่อเท่านั้น บรรยากาศภายในบ้านดูอบอุ่นและสงบกว่าที่เคยเป็นมา นัทรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเยียวยา และการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงอาจต้องใช้เวลา แต่เขาก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป
"พ่อครับ" นัทเอ่ยขณะนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน "พรุ่งนี้เช้านัทจะสอนพ่อทำสมาธิ ง่ายๆ ไม่ยากหรอกครับ"
"เออ... ได้สิ" คุณพ่อตอบรับ เขาดูจะมีความกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าที่เคย
"ดีเลยค่ะ" คุณป้าสมศรียิ้ม "แม่จะได้ทำเป็นเพื่อนด้วย"
นัทมองหน้าพ่อและแม่ เห็นถึงความหวังและความตั้งใจที่ฉายชัดในแววตาของทั้งสองคน เขารู้สึกว่าพลังแห่งการรู้ที่เขาได้ค้นพบ กำลังจะถูกส่งต่อไปยังคนที่เขารักมากที่สุด
4,503 ตัวอักษร