วิปัสสนาพิสดาร: เปิดประตูสู่ความเข้าใจแจ้ง

ตอนที่ 2 / 30

รอยยิ้มบนใบหน้าอมตะ

เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่เสียงกระซิบแห่งความแค้นอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น ราวกับเสียงของแม่ที่กำลังปลอบโยนลูก ธัญญ่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ มองไปรอบตัวด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่เธอเห็นคือภาพของหลวงตาธรรมโชติ กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าเธออย่างสงบ ใบหน้าของท่านเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ดวงตาของท่านทอประกายแห่งความเมตตา ธัญญ่ารู้สึกเหมือนเธอเพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่ยาวนาน “หลวงตา… ท่าน… ท่านได้ยินเสียงนั้นหรือครับ?” ธัญญ่าเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ หลวงตาพยักหน้าช้าๆ “อาตมาได้ยิน… แต่เสียงนั้นมิใช่สิ่งที่จะมาทำร้ายเธอ” “แต่… แต่ผมรู้สึกถึงความโกรธ ความแค้น… มันพยายามจะทำลายสมาธิของผม” ธัญญ่ารู้สึกสับสน เมื่อความคิดของเธอกำลังปะทะกับความเป็นจริงที่หลวงตาบอก “ทุกสิ่งที่เราประสบพบเจอ ล้วนเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัย” หลวงตาธรรมโชติกล่าวอย่างนุ่มนวล “เสียงที่เธอได้ยิน อาจเป็นเพียงเงาสะท้อนของอดีตที่ยังคงค้างอยู่ในจิตใจของใครสักคน หรืออาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของพลังงานบางอย่าง” “แต่… ภาพผู้หญิงคนนั้น… เธอ… เธอเหมือนจะก้าวออกมาจากมโนภาพของผม” ธัญญ่าเล่าถึงภาพที่เธอเห็น พยายามอธิบายความรู้สึกหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา หลวงตายิ้มบางๆ “การฝึกวิปัสสนา เมื่อจิตใจของเราเริ่มสงบและมีกำลัง เราย่อมสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาในจิตใจ อาจปรากฏออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะ ‘ยึดมั่น’ ในสิ่งนั้นหรือไม่” “ยึดมั่น?” ธัญญ่าทวนคำ “ใช่… หากเราเห็นภาพหรือได้ยินเสียงแล้วเกิดความกลัว เกิดความยึดติด หรือเกิดความโกรธตอบ สิ่งนั้นก็จะกลายเป็น ‘เรา’ แต่หากเราเห็นด้วยปัญญา พิจารณาด้วยสติ แล้วปล่อยวาง นั่นคือการก้าวข้าม” หลวงตากล่าว ธัญญ่าค่อยๆ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่หลวงตาอธิบาย เธอเคยได้ยินเรื่องการปรากฏของ “วิญญาณ” หรือ “ภูตผี” จากเรื่องเล่าต่างๆ แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองในการฝึกวิปัสสนา “แล้ว… เสียงนั้น… มันคืออะไรครับ?” ธัญญ่าถามต่อ “อาจเป็น… ผู้ที่ยังคงมีความทุกข์ หรือผู้ที่ยังติดอยู่ในภพภูมิใดภพภูมิหนึ่ง” หลวงตาตอบ “แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด หน้าที่ของเราคือการภาวนาของเราต่อไป เพื่อให้จิตใจของเราเข้มแข็ง และสามารถช่วยเหลือตนเองได้” ธัญญ่ารู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อได้พูดคุยกับหลวงตา ท่านช่วยคลี่คลายความสับสนในใจของเธอได้เป็นอย่างดี เธอเริ่มมองเห็นภาพรวมของการฝึกวิปัสสนาที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยคิด “แล้ว… ผมจะจัดการกับ ‘มัน’ ได้อย่างไรครับ?” ธัญญ่าถามอย่างมีความหวัง “จงมองด้วยความเมตตา” หลวงตาตอบ “หากสิ่งนั้นกำลังแสดงความทุกข์ออกมา จงแผ่เมตตาไปให้เขา หากสิ่งนั้นกำลังแสดงความโกรธออกมา จงแผ่เมตตาไปให้เขา จงอย่าตอบโต้ด้วยความกลัวหรือความโกรธ การภาวนาของเรา จะเป็นเกราะป้องกัน และแสงสว่างนำทาง” รอยยิ้มของหลวงตาธรรมโชติ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอันเปี่ยมด้วยเมตตา ธัญญ่ารู้สึกอบอุ่นใจ ราวกับว่าเธอได้พบเจอกับแสงสว่างในยามที่หลงทาง “ขอบคุณครับหลวงตา” ธัญญ่ากล่าวด้วยความซาบซึ้ง “กลับไปภาวนาต่อเถิด… อย่าได้ย่อท้อ” หลวงตากล่าว ธัญญ่ากราบลาหลวงตา แล้วเดินกลับไปยังกระท่อมของตนเอง ในใจของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะฝึกฝนต่อไป เธอมองเห็นว่าอุปสรรคที่เข้ามานั้น เป็นเพียงบททดสอบที่จะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เมื่อกลับมาถึงกระท่อม ธัญญ่าก็นั่งลงภาวนาอีกครั้ง เธอพยายามตั้งสติ มองเห็นภาพของผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งในมโนภาพ คราวนี้เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับรู้สึกสงสาร “ขอให้ท่านมีความสุข… ขอให้ท่านพ้นทุกข์…” ธัญญ่าภาวนาในใจ แผ่เมตตาไปยังภาพนั้นอย่างเต็มที่ ทันใดนั้นเอง ภาพของผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป… เธอไม่ได้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์อีกต่อไป แต่กลับมีใบหน้าที่อ่อนโยน และรอยยิ้มที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ… แต่รอยยิ้มนั้น… เป็นรอยยิ้มที่ธัญญ่าไม่เคยเห็นมาก่อน มันมีความหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่… *** #วิปัสสนาพิสดาร #ธรรมะปัญญา #นิยายธรรมะ #แผ่เมตตา

136 ตัวอักษร

แชร์ตอนนี้ให้เพื่อน