เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในครอบครัว

ตอนที่ 15 / 35

ตอนที่ 15 — เมล็ดพันธุ์แห่งรักที่เบ่งบาน

เสียงประโยคสุดท้ายของวิชัยดังก้องอยู่ในโสตประสาทของชนกันต์และอรุณี ความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มทลาย พวกเขามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป “พ่อครับ!” ชนกันต์ร้องออกมา “มัน…มันเป็นไปไม่ได้!” ชายจากธนาคารถอนหายใจ “ผมต้องขออภัยด้วยครับคุณวิชัย คือ…เนื่องจากคุณไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้ ทางธนาคารจึงจำเป็นต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินของคุณครับ” “แต่…แต่เรากำลังหาทางแก้ไขอยู่ครับ!” วิชัยพยายามอ้อนวอน “ขอเวลาพวกเราอีกสักหน่อยได้ไหมครับ” “ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณครับ” ชายคนนั้นพูดอย่างสุภาพ “แต่ผมก็ต้องทำตามหน้าที่ ผมจึงต้องแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า 30 วันครับ หลังจากนี้ จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินมูลค่าบ้านของคุณครับ” ชายคนนั้นกล่าวจบก็โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความสิ้นหวัง ข้าวหอมที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ก็วิ่งออกมาจากห้องนอน “เกิดอะไรขึ้นคะพ่อ” ชนกันต์รีบเข้าไปอุ้มลูกสาว “ไม่มีอะไรจ้ะลูก” เขาพยายามฝืนยิ้ม “มามะ ไปเล่นของเล่นกันนะ” แต่สายตาของข้าวหอมก็จับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเผือดของปู่ และใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของพ่อกับแม่ เธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ “ปู่เป็นอะไรไปคะ” ข้าวหอมถาม “ปู่ไม่สบายเหรอคะ” วิชัยมองหลานสาวด้วยหัวใจที่บีบคั้น “ปู่…ปู่ไม่สบายใจนิดหน่อยนะหลานรัก” อรุณีเดินเข้ามาโอบกอดวิชัย “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น” เธอหันมามองชนกันต์ “พี่คะ เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” ชนกันต์พยักหน้า “ผมจะลองติดต่อทนายความดูครับ ว่าพอจะมีช่องทางทางกฎหมายอะไรที่เราพอจะทำได้บ้าง” “ส่วนหนู” อรุณีกล่าว “หนูจะลองรวบรวมเงินเก็บทั้งหมดที่เรามี แล้วก็ลองขอความช่วยเหลือจากญาติๆ ดูค่ะ” “พ่อก็ด้วย” วิชัยยืนยัน “พ่อจะไปทำงานพิเศษให้หนักกว่าเดิม” “พ่อคะ” อรุณีจับมือพ่อ “หนูรู้ว่าพ่อเป็นห่วง แต่พ่อต้องดูแลสุขภาพด้วยนะคะ” “ใช่ครับพ่อ” ชนกันต์เสริม “เราจะสู้ไปด้วยกัน” การต่อสู้เพื่อรักษาบ้านอันเป็นที่รักของครอบครัวเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง แต่ละคนต่างทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจอย่างเต็มที่ ชนกันต์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาข้อกฎหมายและปรึกษาทนายความ เขาพบว่าสถานการณ์ของพวกเขานั้นค่อนข้างลำบาก แต่ก็ยังพอมีช่องทางที่จะยื่นอุทธรณ์หรือขอประนอมหนี้ได้ อรุณีได้พูดคุยกับญาติสนิทหลายคน บางคนก็ให้กำลังใจ บางคนก็เสนอความช่วยเหลือทางการเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมหนี้สินทั้งหมด วิชัยทำงานหนักกว่าเดิม เขาเริ่มมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้น แต่เขาก็ยังคงกัดฟันสู้เพื่อครอบครัว วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละวันเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยและความหวังที่ริบหรี่ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ชนกันต์กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ เขาก็นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาเคยอ่านเกี่ยวกับหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เน้นการแก้ปัญหาด้วยการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" “อรุณี!” ชนกันต์ร้องเรียกภรรยา “ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย” เมื่ออรุณีเข้ามาในห้องทำงาน เขาก็เล่าเรื่องที่เขาคิดได้ให้ฟัง “ผมว่าเราอย่าเพิ่งไปมองหาแค่ทางแก้หนี้อย่างเดียว เราน่าจะลองมองหาช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น หรือสร้างมูลค่าให้กับบ้านของเราได้นะ” “พี่หมายความว่ายังไงคะ” อรุณีถาม “ก็…บ้านเรามีบริเวณกว้างนะ” ชนกันต์อธิบาย “เราอาจจะลองทำเป็นโฮมสเตย์เล็กๆ หรือไม่ก็ปลูกผักสวนครัวขาย หรือทำขนมขาย” อรุณีนึกถึงความสามารถในการทำอาหารของเธอ และความชอบปลูกต้นไม้ของวิชัย “เป็นความคิดที่ดีค่ะพี่” “และที่สำคัญ” ชนกันต์กล่าว “เราต้องสื่อสารเรื่องนี้กับข้าวหอมด้วย เราไม่ควรปิดบังเธออีกต่อไป” ทั้งสองตัดสินใจที่จะบอกความจริงทั้งหมดแก่ข้าวหอม “ข้าวหอมลูก” อรุณีเรียก “แม่มีเรื่องจะบอกหนูนะ” ข้าวหอมนั่งลงข้างพ่อแม่ “มีอะไรเหรอคะแม่” “คือ…บ้านของเรากำลังจะมีปัญหาเรื่องเงินนิดหน่อยนะลูก” ชนกันต์อธิบาย “แต่พ่อกับแม่กำลังจะช่วยกันแก้ไข” ข้าวหอมมองหน้าพ่อกับแม่ด้วยความสงสัย “แล้ว…เราจะไม่มีบ้านอยู่แล้วเหรอคะ” “ไม่นะลูก” อรุณีรีบตอบ “เราจะพยายามรักษาบ้านของเราไว้ให้ได้” “แต่หนูอยากช่วย” ข้าวหอมพูดขึ้น “หนูจะช่วยอะไรได้บ้างคะ” คำพูดของข้าวหอมทำให้ชนกันต์และอรุณีรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก “หนูช่วยรดน้ำต้นไม้ของปู่ได้นะลูก” อรุณีบอก “แล้วก็ช่วยปู่เก็บผักที่เราปลูกได้” “หนูจะทำค่ะ!” ข้าวหอมตอบรับอย่างกระตือรือร้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ครอบครัวของชนกันต์ก็เริ่มปฏิบัติการกอบกู้บ้านอันเป็นที่รัก วิชัยดูแลสวนผักสวนครัวอย่างดี ข้าวหอมก็ช่วยดูแลอย่างแข็งขัน อรุณีเริ่มทำขนมโฮมเมดขายผ่านช่องทางออนไลน์ และชนกันต์ก็กำลังศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำโฮมสเตย์ แม้ว่าหนี้สินจะยังคงอยู่ แต่บรรยากาศภายในบ้านกลับเปลี่ยนไป ความตึงเครียดและความสิ้นหวังเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความหวัง ความร่วมมือ และความรักที่เบ่งบาน วันหนึ่ง ขณะที่วิชัยกำลังเก็บมะนาวในสวน เขาก็หันไปมองข้าวหอมที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ “ข้าวหอม” วิชัยเรียก “หนูรู้ไหมว่าทำไมปู่ถึงชอบปลูกต้นไม้” “เพราะต้นไม้ให้ผลให้ดอกสวยงามเหรอคะปู่” ข้าวหอมถาม “ใช่จ้ะ” วิชัยยิ้ม “แต่ที่สำคัญกว่านั้น ปู่ชอบดูเมล็ดเล็กๆ ที่เราหว่านลงไป กลายเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง แล้วก็ออกดอกออกผลให้เราชื่นใจ” ข้าวหอมมองปู่ด้วยความเข้าใจ “เหมือนครอบครัวของเราเลยใช่ไหมคะปู่” วิชัยกอดหลานสาว “ใช่แล้วจ้ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ครอบครัวของเราก็เหมือนต้นไม้ใหญ่ ที่มีเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ความเข้าใจ และความเสียสละ ที่กำลังเบ่งบาน” ชนกันต์และอรุณีที่ได้ยินบทสนทนานั่นก็ยิ้มให้กัน พวกเขารู้ว่า ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ตราบใดที่พวกเขายังมีกันและกัน พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งได้อย่างแน่นอน

4,601 ตัวอักษร