เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในครอบครัว

ตอนที่ 20 / 35

ตอนที่ 20 — รอยร้าวที่มองไม่เห็น

การเจรจาเรื่องการซื้อขายร้านหนังสือของคุณวิชัยเป็นไปอย่างราบรื่น คุณสุรเดชแสดงความจริงใจและให้เกียรติคุณวิชัยเป็นอย่างมาก เขาเข้าใจถึงความผูกพันระหว่างพ่อกับร้านหนังสือแห่งนี้ และได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลรักษาสมบัติทางปัญญาของคุณวิชัยให้ดีที่สุด "ผมขอให้คุณวิชัยมาเป็นที่ปรึกษาให้กับร้านของผมนะครับ" คุณสุรเดชเสนอ "ผมต้องการความรู้และประสบการณ์ของคุณวิชัยในการบริหารจัดการหนังสือโบราณเหล่านี้" วิชัยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา "ผมยินดีมากครับคุณสุรเดช ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง" ข้อเสนอนี้ทำให้วิชัยคลายความกังวลลงไปได้มาก เขาไม่รู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียสิ่งที่เขารักไป แต่กลับรู้สึกว่ากำลังจะได้ส่งต่อมันให้กับคนที่เข้าใจและเห็นคุณค่าอย่างแท้จริง ชนกันต์เองก็รู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด การที่ร้านหนังสือของคุณวิชัยจะยังคงอยู่ต่อไปได้ เป็นข่าวดีที่สำคัญไม่แพ้เรื่องคดีที่ดิน เขาได้เจรจาเรื่องการแบ่งเงินที่ได้จากการขายร้านหนังสือ เพื่อนำไปชำระหนี้บางส่วนให้กับทางธนาคาร และยังมีเงินเหลือพอที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายในช่วงที่รอผลคดี "เราน่าจะพอประคองตัวไปได้อีกสักพักนะอรุณี" ชนกันต์กล่าวกับภรรยา "ขอบคุณเธอจริงๆ ที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ" "เราคือครอบครัวเดียวกันค่ะ" อรุณีตอบพร้อมรอยยิ้ม "เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" ในขณะที่ปัญหาใหญ่ๆ เริ่มคลี่คลาย ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวก็เริ่มกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง วิชัยกลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้ง เขามักจะชวนชนกันต์และอรุณีมานั่งคุยกันถึงเรื่องราวในอดีต เล่าถึงความทรงจำดีๆ ที่มีต่อร้านหนังสือแห่งนี้ "พ่อดีใจนะที่ร้านหนังสือจะยังคงอยู่" วิชัยกล่าว "พ่อคิดว่านี่คือสิ่งที่พ่อภูมิใจที่สุดในชีวิต" "เป็นเพราะพ่อเป็นคนดีและมีความตั้งใจจริงค่ะ" อรุณีกล่าว "สิ่งดีๆ ย่อมตอบแทนเสมอ" แต่ในความสุขนั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ รอยร้าวเล็กๆ ที่มองไม่เห็นกำลังก่อตัวขึ้นในความสัมพันธ์ของชนกันต์และอรุณี ชนกันต์ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับคดีที่ดินอยู่ลึกๆ แม้ทนายความจะแจ้งข่าวดี แต่เขาก็รู้ดีว่าการต่อสู้ทางกฎหมายนั้นซับซ้อนและคาดเดาได้ยาก เขามักจะใช้เวลาไปกับการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติที่ดิน และติดต่อประสานงานกับทนายความอยู่เสมอ "เธอหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากเกินไปนะชนกันต์" อรุณีเอ่ยขึ้นมาวันหนึ่ง ขณะที่ชนกันต์กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารกองโต "พักผ่อนบ้างก็ได้นะ" "ฉันอดกังวลไม่ได้นี่อรุณี" ชนกันต์ตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง "ถ้าเราแพ้คดีนี้ บ้านของเราอาจจะตกอยู่ในอันตราย" "แต่เราก็มีหลักฐานแล้วนี่คะ" อรุณีพยายามปลอบ "แล้วคุณทนายก็บอกว่าเรามีโอกาสสูง" "แต่มันก็ไม่ใช่ 100% นี่นา" ชนกันต์ถอนหายใจ "คุณมานพอาจจะหาอะไรมาหักล้างเราก็ได้" ความกังวลของชนกันต์เริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เขาเริ่มมีอาการหงุดหงิดง่าย และมักจะเก็บตัวอยู่คนเดียว อรุณีพยายามทำความเข้าใจ แต่บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าเขาเริ่มห่างเหินออกไป "ชนกันต์" อรุณีเอ่ยขึ้นอีกครั้งในคืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นอนอยู่บนเตียง แต่ชนกันต์กำลังพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย "มีอะไรในใจหรือเปล่า" ชนกันต์หันมามองภรรยา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า "ฉันแค่คิดมากไปเองน่ะอรุณี" "ฉันรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยคุยกับฉันเลยช่วงนี้" อรุณีกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "มีอะไรเธอเล่าให้ฉันฟังได้นะ" "ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาแบกรับความทุกข์ไปด้วย" ชนกันต์ตอบ "ฉันพยายามจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง" "แต่เราคือครอบครัวเดียวกันนะชนกันต์" อรุณีพูดพร้อมน้ำตาคลอ "เราควรจะแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน" ชนกันต์เงียบไป เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เขารักอรุณี และไม่อยากให้เธอต้องมารับรู้ถึงความกดดันและความเครียดที่เขากำลังเผชิญอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังปิดกั้นเธอออกไป ในอีกด้านหนึ่ง วิชัยเองก็รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างลูกชายกับลูกสะใภ้ เขาพยายามที่จะเป็นตัวกลาง แต่บางครั้งเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี "ชนกันต์" วิชัยเรียกชนกันต์มาคุย "พ่อเห็นว่าช่วงนี้เธอกับอรุณีดูห่างเหินกันนะ มีอะไรหรือเปล่า" "ไม่มีอะไรหรอกครับพ่อ" ชนกันต์ตอบเลี่ยงๆ "แค่ผมกำลังเครียดเรื่องคดีนิดหน่อย" "พ่อเข้าใจ" วิชัยพยักหน้า "แต่เธอก็ควรจะแบ่งเวลาให้กับอรุณีบ้างนะ เธอเป็นห่วงเธอนะ" "ผมรู้ครับพ่อ" ชนกันต์กล่าว "ผมจะพยายามครับ" แม้จะพยายาม แต่การซ่อนความกังวลและการแบกรับภาระไว้เพียงลำพัง ก็เริ่มกัดกินความสัมพันธ์ของชนกันต์และอรุณีให้ปริร้าวเล็กๆ น้อยๆ ในขณะเดียวกัน คุณมานพซึ่งได้รับทราบข่าวการระงับการยึดทรัพย์ชั่วคราว ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขามีความแค้นฝังใจกับตระกูลของวิชัยมานาน และไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ "ทนาย" คุณมานพกล่าวกับทนายความของเขา "ฉันไม่ยอมให้พวกมันชนะเด็ดขาด หาหลักฐานอะไรมาหักล้างเอกสารสัญญาฉบับนั้นให้ได้ ฉันจะทำให้พวกมันเสียบ้านหลังนี้ไปให้จงได้" ทนายความของเขาพยักหน้า "ผมจะพยายามเต็มที่ครับคุณมานพ" ความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะสงบลงชั่วคราว กลับมีเค้าลางของความรุนแรงที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง รอยร้าวที่มองไม่เห็นในครอบครัวชนกันต์และอรุณี ประกอบกับความมุ่งร้ายของคุณมานพ กำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างไป อรุณีมองไปที่ชนกันต์ที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หัวใจของเธอหดหู่ เธออยากจะเข้าไปกอดเขา ปลอบโยนเขา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเปิดใจรับเธอหรือไม่ ความรู้สึกโดดเดี่ยวค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเธอ "ฉันควรจะทำอย่างไรดี" เธอพึมพำกับตัวเอง

4,480 ตัวอักษร