เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในครอบครัว

ตอนที่ 5 / 35

ตอนที่ 5 — การฝึกมุทิตาในความขัดแย้ง

วันต่อมา เป็นอีกวันที่อรุณีตื่นขึ้นมาพร้อมกับความมุ่งมั่น เธอรู้ดีว่าอุปสรรคใหญ่ที่สุดในบ้าน คือวิชัย ผู้เป็นพ่อสามี ที่ยังคงยึดติดกับความคิดของตนเอง และมักจะมองหาข้อผิดพลาดอยู่เสมอ การจะสร้างความสงบสุขในครอบครัวได้นั้น เธอจำเป็นต้องฝึกฝนหลักธรรมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "มุทิตา" คือการยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ซึ่งในสถานการณ์นี้ การจะยินดีกับวิชัยดูจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง “อรุณี! แกไปซื้อของมาทำกับข้าวให้ฉันหน่อยสิ!” เสียงของวิชัยดังขึ้นแต่เช้าขณะที่อรุณียังคงจัดเตรียมอาหารเช้า อรุณีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอารมณ์ “ค่ะพ่อ” เธอตอบรับ “จะให้หนูซื้ออะไรไปทำคะ” “อะไรก็ได้! ที่มันอร่อยๆ หน่อย! ไม่ใช่วันๆ ทำแต่กับข้าวเดิมๆ!” วิชัยพูดเสียงกระฟัดกระเฟียด อรุณีเดินไปหยิบกระเป๋าเงิน “เดี๋ยวหนูไปซื้อของนะคะ” เธอพูด “ถ้าพ่ออยากทานอะไรเป็นพิเศษ แจ้งหนูได้เลยนะคะ” วิชัยมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ “แกจะไปซื้ออะไรได้! เงินทองก็ไม่มี! อย่าไปทำอะไรเสียหายนะ!” “ค่ะพ่อ” อรุณีตอบรับ “หนูจะระวังค่ะ” เธอออกจากบ้านไปพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยหน่าย แต่ก็ยังคงมีความหวังในใจ ขณะที่อรุณีออกไปซื้อของ ชนกันต์ก็พยายามพูดคุยกับพ่อของเขา “พ่อครับ วันนี้ผมจะลองทำความสะอาดโรงรถนะครับ” เขาบอก “จะได้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น” วิชัยเงยหน้ามองลูกชาย “แกจะทำได้เหรอ! แขนแกยังไม่หายดีเลยนะ! อย่ามาทำเป็นเก่ง!” “ผมไหวครับพ่อ” ชนกันต์ตอบ “ถ้าทำไม่ไหว เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที” “เฮอะ! ทำไปเถอะ! พังขึ้นมาก็เรื่องของแก!” วิชัยบ่น แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร ชนกันต์เดินไปยังโรงรถ เขาเริ่มเก็บกวาดสิ่งของต่างๆ ที่วางระเกะระกะ ความเจ็บปวดที่แขนเริ่มกำเริบ แต่เขาก็ยังคงพยายามทำต่อไป เขาคิดถึงคำพูดของอรุณีที่บอกให้เขาเข้มแข็ง เขาคิดถึงข้าวหอมที่ต้องเผชิญกับคำพูดที่ไม่ดีจากปู่ของเธอ เขาอยากจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับครอบครัว ไม่นานนัก อรุณีก็กลับมาพร้อมกับถุงกับข้าวหลายใบ “พ่อคะ หนูซื้อของมาแล้วค่ะ” เธอพูด “วันนี้หนูจะทำแกงส้มผักรวม แล้วก็ปลาทอดนะคะ” วิชัยมองไปยังวัตถุดิบที่อรุณีซื้อมา “ก็ดูดีนะ” เขาพึมพำ “แต่รสชาติจะเป็นยังไงล่ะ!” ระหว่างเตรียมอาหาร อรุณีเห็นชนกันต์เดินเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเขาดูอ่อนเพลีย และมีเหงื่อซึม “ชนกันต์คะ แขนเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วง “ดูเหนื่อยๆ นะคะ” “นิดหน่อยครับ” ชนกันต์ตอบ “แต่ผมจัดการโรงรถเสร็จแล้วล่ะครับ” “เก่งมากลูก!” วิชัยอุทานขึ้นด้วยความแปลกใจ “ไม่คิดว่าแกจะทำได้นะ!” ชนกันต์ยิ้มรับ “ขอบคุณครับพ่อ” อรุณีรู้สึกยินดีที่เห็นวิชัยชื่นชมลูกชาย เธอรู้ว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อลูก “ใช่ค่ะพ่อ” อรุณีเสริม “ชนกันต์เก่งมากจริงๆ ค่ะ” เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน อรุณีตักแกงส้มผักรวมใส่จานให้วิชัย “พ่อคะ ลองชิมดูนะคะ” เธอพูด “หนูตั้งใจทำเลยค่ะ” วิชัยตักแกงส้มเข้าปาก เขาเคี้ยวช้าๆ สีหน้าของเขาดูครุ่นคิด “อืม…ก็ไม่เลว” เขาพูด “รสชาติใช้ได้เลยนะ” อรุณีแอบยิ้มในใจ นี่เป็นคำชมที่หาได้ยากยิ่งจากปากของวิชัย “ขอบคุณค่ะพ่อ” เธอตอบ “ถ้าพ่อชอบ หนูจะทำบ่อยๆ ค่ะ” “ไม่ต้องบ่อยหรอก! เดี๋ยวฉันจะเบื่อ!” วิชัยพูด แต่ก็ยังคงตักแกงส้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ชนกันต์มองพ่อกับแม่ของเขาด้วยความรู้สึกดีใจ เขาเห็นความพยายามของอรุณี และเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่าทีของพ่อ “พ่อครับ” เขาพูดขึ้น “วันเสาร์นี้ว่างไหมครับ ผมว่าจะพาพ่อไปตัดผมที่ร้านประจำ” วิชัยหันมามองลูกชาย “ไปทำไม!” “ผมอยากพาพ่อไปตัดผมครับ” ชนกันต์ตอบ “จะได้ดูดี” วิชัยเงียบไปครู่หนึ่ง “ก็ได้ๆ” เขาตอบ “แต่ถ้าตัดไม่ดี อย่ามาโทษฉันนะ!” อรุณีแอบยิ้ม เธอรู้ว่านี่คือการก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของการฝึกมุทิตา การที่วิชัยยอมรับข้อเสนอของชนกันต์ แสดงว่าเขาก็เริ่มจะเปิดใจมากขึ้น ตกบ่าย อรุณีเห็นข้าวหอมนั่งทำการบ้านอยู่ที่มุมห้อง เธอก็เดินเข้าไปหา “ข้าวหอมคะ เป็นยังไงบ้างคะ การบ้านยากไหม” ข้าวหอมเงยหน้าขึ้น “ก็…ยากนิดหน่อยค่ะแม่” “ให้แม่ช่วยไหมคะ” อรุณีถาม “มีตรงไหนที่หนูไม่เข้าใจหรือเปล่า” “ไม่เป็นไรค่ะแม่” ข้าวหอมตอบ “หนูทำเองได้” “ดีมากลูก” อรุณีชมเชย “แม่ภูมิใจในตัวหนูนะ ที่หนูเป็นเด็กขยัน” ข้าวหอมยิ้ม “ขอบคุณค่ะแม่” ขณะที่อรุณีกำลังจะเดินกลับไปทำงานของเธอเอง เธอก็ได้ยินเสียงวิชัยตะโกนเรียก “อรุณี! มานี่หน่อย!” เธอรีบเดินไปหา “มีอะไรคะพ่อ” วิชัยกำลังถือหนังสือพิมพ์อยู่ “แกนี่มัน…เรื่องแกงส้มเมื่อกลางวันน่ะ” เขาพูด “อร่อยดีนะ! ฉันไม่คิดว่าแกจะทำได้ขนาดนี้!” อรุณีรู้สึกดีใจจนพูดไม่ออก เธอพยายามเก็บอาการ “ขอบคุณค่ะพ่อ” เธอตอบ “หนูดีใจที่พ่อชอบค่ะ” “แต่!” วิชัยพูดต่อ “อย่าเหลิงไปนะ! ครั้งหน้าต้องทำให้อร่อยกว่านี้อีก!” ถึงแม้คำพูดของวิชัยจะยังคงมีความแข็งกระด้างอยู่บ้าง แต่อรุณีก็รับรู้ได้ถึงความยินดีที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเหล่านั้น เธอรู้ว่าการฝึกมุทิตา ไม่ใช่การยินดีในความสำเร็จของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว แต่คือการมองเห็นความดีงามในตัวผู้อื่น แม้ท่ามกลางความขัดแย้ง การยอมรับในความพยายามของกันและกัน คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยเยียวยาความร้าวฉานในครอบครัวได้

4,084 ตัวอักษร