ตอนที่ 9 — ความสุขที่แบ่งปันและส่งต่อ
เช้าวันต่อมา ภัทรมาถึงออฟฟิศแต่เช้า เขาตัดสินใจที่จะใช้เวลาช่วงก่อนที่งานจะเริ่มหนัก มานั่งทบทวนสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการทำงานในช่วงที่ผ่านมา เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่พกติดตัวมาเปิดออก และเริ่มเขียน
“วันที่… วันนี้เป็นวันที่ 365 ที่ผมได้เริ่มนำหลักไตรสิกขามาใช้กับการทำงาน” ภัทรเขียน “ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมได้พบกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญที่สุด คือความสุขที่ผมได้รับจากการทำงาน”
เขาหยุดเขียนครู่หนึ่ง พลางนึกย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น เขายังจำได้ดีถึงความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง และเบื่อหน่ายที่เคยมี
“เมื่อก่อน ผมมองว่าการทำงานเป็นเพียงภาระหน้าที่ เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีวิต” ภัทรเขียนต่อไป “ผมรู้สึกกดดันกับเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ รู้สึกเครียดกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามา และบ่อยครั้งก็รู้สึกหมดไฟ”
“แต่หลังจากที่ผมได้เรียนรู้ และนำหลักไตรสิกขามาปรับใช้ ผมมองเห็นการทำงานในอีกมุมหนึ่ง” ภัทรเขียน “ผมมองว่าทุกวันคือโอกาสในการพัฒนาตนเอง ศีลคือการสร้างวินัย สมาธิคือการฝึกจิตให้สงบ และปัญญาคือการใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา”
“การมีวินัยทำให้ผมจัดการกับงานได้อย่างเป็นระบบ ลดความผิดพลาด และส่งงานได้ตรงเวลา” ภัทรเขียน “การมีสมาธิช่วยให้ผมจดจ่อกับงานตรงหน้า ปล่อยวางสิ่งรบกวน และปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่”
“ส่วนปัญญา… มันคือเครื่องมือที่สำคัญที่สุด ที่ช่วยให้ผมมองเห็นทางออกของปัญหา ไม่ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่” ภัทรเขียน “ผมเรียนรู้ที่จะไม่โทษตัวเองเมื่อทำผิดพลาด แต่จะหาทางแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก”
“สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ผมกลายเป็นคนที่มีความสุขกับการทำงานมากขึ้น” ภัทรเขียน “ผมไม่ได้รู้สึกว่าการทำงานเป็นภาระอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทำให้ผมได้เติบโต และมีความหมาย”
เมื่อเขียนเสร็จ ภัทรก็ปิดสมุดบันทึก เขารู้สึกถึงความสงบ และความภาคภูมิใจในตนเอง
“เอาล่ะ ถึงเวลาเริ่มงานแล้ว” ภัทรกล่าวกับตนเอง
เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน และเริ่มจัดการกับงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายมา ในช่วงเช้ามีหลายโปรเจกต์ที่ต้องดูแล และหลายงานที่ต้องตัดสินใจ
“สำหรับโปรเจกต์ C การปรับแก้ดีไซน์ครั้งนี้ จะเน้นไปที่การทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น” ภัทรคิด “ต้องลองสร้าง User Flow ใหม่ดู”
เขาเปิดโปรแกรมออกแบบ และเริ่มร่าง User Flow ใหม่ เขาใช้สมาธิในการวางลำดับขั้นตอนต่างๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
“ส่วนโปรเจกต์ D ต้องรีบเคลียร์เรื่องการขออนุมัติงบประมาณ” ภัทรกล่าว “ต้องส่งอีเมลชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทางฝ่ายการเงิน”
เขาใช้ปัญญาในการเรียบเรียงข้อความในอีเมลให้ชัดเจน กระชับ และตรงประเด็น เพื่อให้ฝ่ายการเงินเข้าใจได้ง่าย และอนุมัติงบประมาณได้โดยเร็ว
ในระหว่างวัน ภัทรก็มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหลายคน เขาได้แบ่งปันประสบการณ์ และแนวคิดในการทำงานของตนเองให้กับพวกเขา
“จริงๆ นะพี่สมศักดิ์” ภัทรกล่าวกับเพื่อนร่วมงานที่เข้ามาปรึกษาเรื่องงาน “เวลาเจอเรื่องยากๆ ลองตั้งสติ แล้วหายใจลึกๆ ดูสิครับ อาจจะเห็นทางออกก็ได้”
“จริงเหรอ ภัทร” คุณสมศักดิ์ถาม “ดูเหมือนเธอจะมีความสุขกับการทำงานมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะ”
“ผมก็รู้สึกแบบนั้นครับพี่” ภัทรตอบ “ผมว่ามันอยู่ที่มุมมองของเราด้วยครับ”
เขาได้พูดคุยกับคุณปรีชาเกี่ยวกับแนวคิดในการปรับปรุงกระบวนการทำงานบางอย่าง เพื่อลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพ
“ผมคิดว่าเราน่าจะมีการจัดอบรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลา และการตั้งเป้าหมายให้พนักงานนะครับพี่” ภัทรเสนอ “ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนมีเครื่องมือที่เหมาะสม เขาก็จะทำงานได้ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้น”
คุณปรีชามองภัทรด้วยแววตาที่ชื่นชม “เป็นความคิดที่ดีมาก ภัทร พี่ว่าเราลองเอาไปคุยกันในที่ประชุมก็ได้นะ”
“ขอบคุณครับพี่” ภัทรกล่าว
ภัทรรู้สึกดีใจที่ได้เห็นว่าแนวคิดของเขาได้รับการยอมรับ และมีโอกาสที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในองค์กร
ในช่วงบ่าย ภัทรได้รับอีเมลจากคุณอ้อม เพื่อนสนิทของเขา
“สวัสดีนะภัทร! เป็นไงบ้างช่วงนี้? ไม่ได้คุยกันนานเลย คิดถึงนะ ว่างๆ มาหาหน่อยสิ”
ภัทรยิ้ม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และพิมพ์ตอบกลับทันที
“สวัสดีจ้ะอ้อม! สบายดีจ้ะ พอดีช่วงนี้งานเยอะหน่อย แต่ก็โอเคเลยนะ ว่างๆ ไว้เจอกันแน่ คิดถึงเหมือนกัน”
เขาไม่ได้รอจนกว่าจะเสร็จงาน เพราะเขารู้ว่าการแบ่งเวลาให้กับเพื่อนฝูง ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม คือส่วนหนึ่งของ “ศีล” ในการทำงาน ที่ช่วยให้ชีวิตสมดุล
เมื่อเลิกงาน ภัทรเดินออกจากออฟฟิศ เขามองเห็นท้องฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น
“วันนี้เป็นอีกวันที่ดี” ภัทรคิด “ได้ทำงานที่รัก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้แบ่งปันประสบการณ์ และได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อนร่วมงาน”
เขาเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า และระหว่างทาง เขาก็เห็นผู้คนมากมายที่กำลังเดินทางกลับบ้าน บางคนดูเหนื่อยอ่อน บางคนดูเคร่งเครียด
“อยากให้ทุกคนได้ลองนำหลักไตรสิกขาไปปรับใช้ดูจัง” ภัทรคิด “บางที โลกการทำงานของเราอาจจะน่าอยู่ขึ้นกว่านี้ก็ได้”
เขารู้สึกว่าตนเองมีหน้าที่ที่ต้องทำ คือการเป็นแบบอย่าง และการแบ่งปันสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ให้กับผู้อื่น
เมื่อถึงบ้าน ภัทรก็เตรียมอาหารเย็น และใช้เวลาช่วงค่ำในการอ่านหนังสือ และทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน เขาตระหนักว่าการพัฒนาตนเองนั้น ไม่มีวันสิ้นสุด
“พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันใหม่” ภัทรกล่าวกับตนเอง “และผมก็จะเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการทำงานอย่างมีความสุข ด้วยหลักไตรสิกขา”
เขายิ้มให้กับตนเองในกระจก ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ได้มาจากการคาดหวังจากผู้อื่น แต่มาจากการที่เราได้พัฒนา และเป็นตัวของตัวเองอย่างดีที่สุดในทุกๆ วัน.
4,584 ตัวอักษร