ตอนที่ 10 — การเดินทางสู่ความสงบแห่งขุนเขา
นภัสสรเงียบไปครู่หนึ่ง เธอพิจารณาข้อเสนอของคุณธาดาอย่างถี่ถ้วน บ้านพักตากอากาศพร้อมลำธารและภูเขา ฟังดูเหมือนสวรรค์สำหรับเธอในยามนี้ การได้หลีกหนีจากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและความขัดแย้งในที่ทำงาน คงจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเธอได้เป็นอย่างดี
“ขอบคุณมากค่ะคุณธาดา” นภัสสรกล่าวในที่สุด “ดิฉันคิดว่าการได้ไปพักผ่อนที่นั่นคงจะดีมากจริงๆ ค่ะ”
“ยอดเยี่ยมเลย” คุณธาดาตอบ น้ำเสียงของเขาดูผ่อนคลายขึ้น “ผมจะให้เลขาส่วนตัวประสานงานเรื่องการเดินทางและเตรียมที่พักให้คุณเอง คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น แค่เตรียมตัวไปพักผ่อนก็พอ”
“ค่ะ” นภัสสรสัมผัสได้ถึงความใส่ใจและความหวังดีที่คุณธาดามีให้ การที่หัวหน้างานเห็นความสำคัญของสภาพจิตใจของลูกน้อง และพร้อมที่จะสนับสนุนให้ได้พักผ่อน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้ง
“แล้วเรื่องโปรเจกต์ล่ะคะ” นภัสสรถามขึ้น เธอรู้สึกเป็นห่วงงานที่กำลังดำเนินอยู่
“ไม่ต้องห่วง” คุณธาดารับคำ “ผมได้มอบหมายให้ทีมงานดูแลส่วนที่สำคัญไปแล้ว และคุณสามารถติดต่อประสานงานกับทีมได้หากมีเรื่องจำเป็นจริงๆ แต่ผมอยากให้คุณให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการฟื้นฟูสภาพจิตใจของคุณเป็นอันดับแรก”
“เข้าใจแล้วค่ะคุณธาดา” นภัสสรตอบ
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอให้คุณเดินทางได้ตามสะดวกนะครับ” คุณธาดากล่าว “ผมจะให้เลขาส่งรายละเอียดที่พักและแผนการเดินทางไปให้คุณทางอีเมล”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณธาดา” นภัสสรสิ้นสุดการสนทนา พร้อมกับความรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด
หลังจากวางสาย เธอก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถไฟฟ้า ดวงตาเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง สภาพแวดล้อมภายนอกยังคงเป็นเมืองหลวงที่วุ่นวาย แต่ภายในใจของเธอกลับเริ่มก่อตัวเป็นภาพของธรรมชาติอันเงียบสงบ ภาพของภูเขาเขียวขจี ลำธารใส และอากาศบริสุทธิ์
เธอตัดสินใจทันที เธอจะไป เธอจะไปพักผ่อนที่นั่นอย่างที่คุณธาดาแนะนำ
เช้าวันรุ่งขึ้น นภัสสรได้อีเมลรายละเอียดจากเลขาส่วนตัวของคุณธาดา มีทั้งแผนการเดินทาง ข้อมูลเกี่ยวกับบ้านพัก และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน เธอใช้เวลาช่วงเช้าจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง เธอเลือกเสื้อผ้าที่เน้นความสบาย สวมใส่ง่าย เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง รองเท้าเดินป่า หมวกกันแดด เสื้อกันฝนบางๆ และยาประจำตัว
ก่อนจะออกเดินทาง เธอแวะไปบอกลาคุณย่า คุณย่าฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความเข้าใจ และให้กำลังใจเธอ
“ดีแล้วนะลูก ที่เราได้มีโอกาสไปพักผ่อน” คุณย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “บางครั้ง การที่เราได้ถอยออกมาจากปัญหา ก็เหมือนกับการที่เราได้มองภาพเขียนจากระยะที่ไกลออกไป เราจะเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น และเห็นภาพรวมได้ดีขึ้น”
“แล้วถ้าหนูไม่รู้จะจัดการกับความคิดและความรู้สึกของหนูยังไงดีคะคุณย่า” นภัสรถามอย่างกังวล
“นั่นแหละคือโอกาสของหนู” คุณย่าตอบ “ธรรมชาติมีพลังในการเยียวยาที่ยิ่งใหญ่ จงเปิดใจรับมัน สังเกตดูสิ่งรอบตัว สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธรรมชาติ แล้วปล่อยให้จิตใจของเราได้ผ่อนคลาย ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องตัดสินอะไรทั้งสิ้น แค่เป็นผู้สังเกตที่ดี”
“หนูจะพยายามค่ะคุณย่า” นภัสสรกล่าว
“และจำไว้เสมอนะลูก” คุณย่ากล่าวเสริม “ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร อารมณ์จะแปรปรวนแค่ไหน สติและปัญญาของเราคือเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะนำพาเราผ่านพ้นมันไปได้ จงฝึกฝนการใช้มันให้ชำนาญ”
คุณย่ากอดนภัสสรอย่างอบอุ่น ก่อนที่เธอจะออกเดินทาง
การเดินทางไปยังบ้านพักตากอากาศนั้นใช้เวลาหลายชั่วโมง นภัสสรเลือกรถไฟเป็นพาหนะ เพื่อจะได้มีเวลาทอดสายตามองทิวทัศน์สองข้างทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากภาพเมืองสู่ทุ่งนาและเนินเขาที่เขียวชอุ่ม เมื่อถึงสถานีปลายทาง เธอได้พบกับรถยนต์คันหนึ่งรอรับอยู่ตามที่ระบุในอีเมล คนขับเป็นชายวัยกลางคนท่าทางใจดี เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อลุงสมชาย และเป็นคนดูแลบ้านพักแห่งนี้
ตลอดเส้นทางจากสถานีไปยังบ้านพัก ถนนหนทางค่อยๆ แคบลงและคดเคี้ยวมากขึ้น สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นปกคลุมภูเขา อากาศเริ่มเย็นสบาย และมีกลิ่นอายของดินและใบไม้สดชื่นลอยมาแตะจมูก
“ใกล้ถึงแล้วครับคุณหนู” ลุงสมชายกล่าว “ทางข้างหน้าจะเป็นทางลูกรังหน่อยนะครับ”
ไม่นานนัก รถก็มาจอดลงหน้าบ้านพักหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน ตัวบ้านสร้างด้วยไม้สีเข้ม มีระเบียงกว้างยื่นออกไป พร้อมกับเก้าอี้หวายสองสามตัวที่วางอยู่
“เชิญครับคุณหนู” ลุงสมชายเปิดประตูบ้านให้ “บ้านหลังนี้จะเงียบสงบหน่อยนะครับ เหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ”
นภัสสรเดินเข้าไปในบ้าน เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเรียบง่าย แต่ดูอบอุ่นและเป็นมิตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรลอยอยู่ในอากาศ
“มีอะไรให้ผมรับใช้เพิ่มเติมไหมครับ” ลุงสมชายถาม
“ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะลุงสมชาย” นภัสสรกล่าว “ถ้ามีอะไรจะเรียกนะคะ”
“ได้ครับ ผมอยู่บ้านหลังเล็กๆ ตรงโน้นนะครับ” ลุงสมชายผายมือไปยังกระท่อมหลังเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก “ถ้าต้องการอะไร หรือมีปัญหาอะไร เรียกได้ตลอดนะครับ”
หลังจากลุงสมชายกลับไป นภัสสรก็เดินออกไปที่ระเบียงบ้าน เธอยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกดื่มด่ำ ลมเย็นๆ พัดเอื่อยๆ โบกพัดใบไม้ให้พลิ้วไหว เสียงนกร้องเป็นบทเพลงที่ขับกล่อม เสียงลำธารที่ไหลเอื่อยๆ มาจากที่ไหนสักแห่ง สร้างความสงบเย็นให้กับจิตใจ
เธอสูดลมหายใจลึกๆ อากาศที่บริสุทธิ์ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกต่างๆ ค่อยๆ ไหลผ่านไป เธอไม่พยายามยึดติดกับมัน ไม่พยายามต่อสู้กับมัน เธอเพียงแค่สังเกตการณ์
“นี่สินะ การยอมรับ” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอใช้เวลาช่วงบ่ายในการสำรวจบริเวณรอบๆ บ้าน พบว่ามีเส้นทางเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในป่า และมีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่านไม่ไกลจากบ้านนัก เธอเดินไปนั่งริมลำธาร ปล่อยเท้าเปล่าลงในน้ำเย็นๆ ที่ไหลผ่าน ความรู้สึกเย็นซาบซ่านช่วยคลายความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน
เธอใช้เวลาที่เหลือของวันอย่างเรียบง่าย อ่านหนังสือที่นำมาด้วย ทำสมาธิ เดินเล่นไปตามเส้นทางในป่า สังเกตพืชพรรณและแมลงต่างๆ ที่พบเจอ
คืนนั้น นภัสสรเข้านอนเร็ว เธอหลับไปอย่างง่ายดาย ราวกับว่าร่างกายและจิตใจของเธอได้ค้นพบความสงบที่แท้จริงเสียที
4,918 ตัวอักษร