ตอนที่ 6 — ความเห็นใจที่แผ่ขยายจากใจ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การทำงานของนภัสสรดำเนินไปอย่างราบรื่น แผนการตลาดที่ปรับปรุงใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริหาร และทีมงานก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน เธอพบว่าตัวเองสามารถจัดการกับความเครียดและความกดดันต่างๆ ได้ดีขึ้นมาก การตื่นเช้ามาด้วยสติ การทานอาหารอย่างมีสติ และการรับรู้ลมหายใจของตัวเอง กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังตรวจดูรายงานยอดขาย นภัสสรสังเกตเห็นว่าอรุณรัตน์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอด้วยสีหน้าที่ดูหม่นหมองกว่าปกติ เธอดูเงียบเหงา และไม่มีทีท่าว่าจะทำงานเหมือนเช่นทุกวัน
นภัสสรลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอจำได้ถึงบทสนทนาที่ผ่านมา และความรู้สึกไม่สบายใจที่เคยเกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ระลึกถึงคำสอนของคุณย่าที่ว่า ‘ความเห็นใจผู้อื่น คือการเห็นตนเองในผู้อื่น’
เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาอรุณรัตน์
“อรุณรัตน์คะ” นภัสสรเรียกเสียงนุ่มนวล “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูไม่ค่อยสบาย”
อรุณรัตน์เงยหน้าขึ้นมองนภัสสร ดวงตาของเธอมีแววเศร้าหมอง “เปล่าค่ะ” เธอตอบเสียงเบา “แค่วันนี้รู้สึกไม่ค่อยดีนิดหน่อย”
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” นภัสสรถามด้วยความจริงใจ
อรุณรัตน์ถอนหายใจยาว “คือ... ช่วงนี้ที่บ้านมีปัญหาเรื่องการเงินน่ะค่ะ คุณพ่อไม่สบาย ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ แล้วก็มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก”
เมื่อได้ยินดังนั้น นภัสสรสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเห็นใจที่เกิดขึ้นในใจ เธอเข้าใจทันทีว่าทำไมอรุณรัตน์ถึงมีท่าทีที่เปลี่ยนไป และทำไมเธอถึงพูดจาในลักษณะที่ผ่านมา
“โอ้ แย่จังเลยค่ะ” นภัสสรกล่าว “ดิฉันเสียใจที่ได้ยินแบบนั้น”
“ค่ะ” อรุณรัตน์ตอบ “มันก็เลยทำให้ดิฉันเครียด คิดมาก แล้วก็ทำงานไม่ค่อยออก”
นภัสสรเดินไปหยิบเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ อรุณรัตน์ “ฉันเข้าใจดีค่ะว่ามันเป็นสถานการณ์ที่หนักหนา”
“แล้วคุณล่ะคะ” อรุณรัตน์มองนภัสสร “เห็นช่วงนี้ดูดีขึ้นมากเลยนะ มีอะไรเป็นเคล็ดลับหรือเปล่า”
นภัสสรยิ้ม “ก็อย่างที่เคยบอกค่ะ มีคุณย่าคอยแนะนำเรื่องการจัดการอารมณ์” เธอหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “แต่จริงๆ แล้ว การที่เรามีคนรับฟังปัญหาของเรา ก็ช่วยได้มากนะคะ”
“จริงเหรอคะ” อรุณรัตน์ถาม ดวงตาเป็นประกายขึ้นเล็กน้อย
“จริงค่ะ” นภัสสรอธิบาย “บางทีแค่ได้ระบายออกมา ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นแล้ว”
“แต่ฉันก็พูดจาไม่ค่อยดีกับคุณไปก่อนหน้านี้” อรุณรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด “ฉันขอโทษนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” นภัสสรตอบอย่างอ่อนโยน “ดิฉันเข้าใจค่ะ ว่าตอนนั้นคุณอาจจะกำลังรู้สึกไม่ดีอยู่”
“คุณไม่โกรธดิฉันเลยเหรอคะ” อรุณรัตน์ถามด้วยความประหลาดใจ
“โกรธค่ะ” นภัสสรยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ตอนแรกก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนกันค่ะ แต่พอได้ลองคิดดูแล้ว ก็เข้าใจว่าทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และเปิดแอปพลิเคชันบันทึกโน้ต
“คุณย่าของดิฉันเคยสอนว่า ‘ความเห็นใจคือการมองเห็นความทุกข์ของผู้อื่น และการปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์’ ” นภัสสรอธิบาย “เมื่อเรามีความเห็นใจ เราก็จะสามารถมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้”
“แล้วคุณเคยลองทำสมาธิ หรืออะไรที่ช่วยให้จิตใจสงบไหมคะ” อรุณรัตน์ถาม
“เคยค่ะ” นภัสสรตอบ “ดิฉันลองฝึกการเจริญสติ ทานอาหารอย่างมีสติ และสังเกตลมหายใจของตัวเองค่ะ มันช่วยให้ดิฉันจัดการกับอารมณ์ด้านลบได้ดีขึ้นมาก”
“น่าสนใจจัง” อรุณรัตน์พยักหน้า “ดิฉันคงต้องลองดูบ้างแล้ว”
“ถ้าคุณอยากลอง ดิฉันช่วยแนะนำได้นะคะ” นภัสสรเสนอ “เราอาจจะลองเริ่มจากการทานมื้อกลางวันด้วยกันแบบเงียบๆ ดูก่อนก็ได้ค่ะ”
อรุณรัตน์ยิ้มรับ “ขอบคุณมากนะคะคุณนภัสสร” รอยยิ้มของเธอครั้งนี้ดูสดใสและจริงใจกว่าที่นภัสสรเคยเห็น
“ไม่เป็นไรค่ะ” นภัสสรยิ้มตอบ “เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันนี่คะ”
หลังจากคุยกับอรุณรัตน์เสร็จ นภัสสรถอนหายใจด้วยความรู้สึกอบอุ่นในใจ เธอรู้สึกดีที่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานของเธอ
เธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน และหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา เธอเขียนบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนี้
‘การเผชิญหน้ากับความโกรธและความไม่พอใจของตนเอง นำไปสู่ความเข้าใจและการให้อภัย’
เธอรู้สึกว่าจิตใจของเธอเบาสบายขึ้นมาก ความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเธอกับอรุณรัตน์ ค่อยๆ จางหายไป กลายเป็นความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ
นภัสสรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
ท้องฟ้าสีครามที่ไร้เมฆหมอก บัดนี้ดูสดใสยิ่งกว่าเดิม
เธอรู้ว่าการเดินทางแห่งการบริหารจัดการอารมณ์ด้วยสติและปัญญา ยังคงดำเนินต่อไป แต่เธอไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป เพราะเธอได้ค้นพบว่า พลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากการต่อสู้กับอารมณ์ด้านลบ แต่มาจากการทำความเข้าใจ ยอมรับ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังแห่งความเข้มแข็งและความเห็นใจที่แผ่ขยายออกไป.
3,744 ตัวอักษร