ตอนที่ 9 — เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา
หลังจากวันนั้น อรเริ่มศึกษาเรื่องการเจริญสติอย่างจริงจัง เขาอ่านหนังสือที่คุณหมอสุเมธแนะนำ ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับคุณหมอ และพยายามนำหลักการเหล่านั้นมาปรับใช้ในทุกๆ วัน
เขาพบว่า การเจริญสติไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด มันคือการ ‘รู้ตัว’ ในทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การเดิน การพูดคุย หรือแม้แต่การคิด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เคยทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด หรือไม่พอใจ เขาก็จะพยายาม ‘หยุด’ และ ‘สังเกต’ ความรู้สึกของตัวเองก่อน
“ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกโกรธ” เขาจะบอกกับตัวเอง “ความโกรธนี้เกิดจากอะไร”
“ฉันกำลังรู้สึกไม่พอใจ เพราะเขาพูดจาไม่ให้เกียรติ” เขาจะตระหนักรู้
เมื่อรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองแล้ว เขาก็จะลอง ‘เลือก’ วิธีการตอบสนอง แทนที่จะใช้อารมณ์เป็นเครื่องนำ
“แทนที่จะต่อว่าเขา ฉันจะลองอธิบายด้วยเหตุผล” เขาคิด
“แทนที่จะโต้เถียง ฉันจะลองรับฟังความคิดเห็นของเขา” เขาตัดสินใจ
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน มันต้องอาศัยการฝึกฝน และความอดทนอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งอรก็พลาดพลั้งไปบ้าง ใช้อารมณ์ไปบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยท้อถอย
เขามักจะกลับมาทบทวนตัวเองเสมอ “วันนี้ฉันทำอะไรได้ดีบ้าง” และ “มีอะไรที่ฉันสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีก”
วันหนึ่ง ขณะที่อรกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“นี่ อร” เพื่อนคนนั้นพูดขึ้น “ทำไมเธอไม่ยอมส่งรายงานให้ฉันตั้งแต่เมื่อวาน”
อรสัมผัสได้ถึงคลื่นความไม่พอใจที่ปะทุขึ้นมา แต่แทนที่จะตอบโต้ทันที เขาก็ ‘หยุด’ และ ‘สังเกต’
“ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกไม่พอใจ” เขาบอกกับตัวเอง “เพราะเขาพูดจาเหมือนกล่าวหาฉัน”
เขาหายใจเข้าลึกๆ และพยายามมองหาเจตนาเบื้องหลังคำพูดของเพื่อน
“เขาอาจจะกำลังเร่งรีบ” อรคิด “เขาอาจจะกำลังมีปัญหาเรื่องงานของเขาอยู่”
“ขอโทษด้วยนะครับ” อรตอบอย่างใจเย็น “ผมติดปัญหาเรื่องข้อมูลบางส่วนอยู่ เลยยังไม่สามารถสรุปรายงานให้เสร็จได้”
“แล้วทำไมไม่บอกฉัน” เพื่อนคนนั้นยังคงเสียงดัง
“ผมกำลังพยายามแก้ไขอยู่ครับ” อรตอบ “ถ้าผมได้ข้อมูลมาครบเมื่อไหร่ ผมจะรีบส่งให้ทันทีครับ”
เขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่เลือกที่จะให้ข้อมูลตามความเป็นจริง และแสดงความรับผิดชอบ
เพื่อนคนนั้นเห็นว่าอรไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน หรือโต้เถียง เขาก็เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย “แล้วจะเสร็จเมื่อไหร่”
“ผมคาดว่าไม่เกินบ่ายวันนี้ครับ” อรตอบ
“โอเค” เพื่อนคนนั้นพยักหน้า แล้วเดินจากไป
อรถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารู้สึกดีใจที่ตัวเองสามารถจัดการกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมีสติ
หลังจากนั้นไม่นาน อรก็ได้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้กับเพื่อนคนนั้น เขาได้รับคำขอโทษเล็กๆ น้อยๆ จากเพื่อนคนนั้นด้วย
“ขอโทษนะที่เมื่อเช้าฉันเสียงดังไปหน่อย” เพื่อนคนนั้นกล่าว
“ไม่เป็นไรครับ” อรยิ้ม “ผมเข้าใจครับ”
ความสัมพันธ์ระหว่างอรกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เขาพบว่า เมื่อเราเปิดใจรับฟัง และพยายามทำความเข้าใจผู้อื่น แม้ว่าเขาจะมีท่าทีที่ไม่น่าพอใจ เราก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้
อรยังคงไปเยี่ยมคุณหมอสุเมธเป็นครั้งคราว ไม่ใช่เพราะมีปัญหา แต่เหมือนเป็นการมาพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ
“ผมรู้สึกว่าชีวิตผมเปลี่ยนไปมากเลยครับคุณหมอ” อรกล่าวในวันหนึ่ง “ผมมีความสุขกับการสื่อสารมากขึ้น ไม่ค่อยมีความขัดแย้งเหมือนเมื่อก่อน”
คุณหมอสุเมธยิ้มอย่างอบอุ่น “ดีแล้วครับคุณอร ผมเชื่อว่าเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาที่คุณได้หว่านลงไป กำลังงอกงามแล้ว”
“การเจริญสติในการสื่อสาร มันไม่ใช่แค่การพูดให้คนอื่นเข้าใจ แต่คือการที่เราเข้าใจตัวเอง และเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง” คุณหมอสุเมธกล่าว “มันคือการสร้างโลกภายในของเราให้สงบสุขเสียก่อน แล้วโลกภายนอกก็จะค่อยๆ ดีตามไปด้วย”
อรพยักหน้าเห็นด้วย เขาตระหนักดีว่า การเดินทางของการฝึกสติไม่มีที่สิ้นสุด มันคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เขาจะยังคงฝึกฝนต่อไป จะยังคงสังเกตใจตัวเอง และจะยังคงพยายามสื่อสารด้วยความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจ
เขารู้ว่า ในทุกๆ การสนทนา คือโอกาสในการสร้างความเข้าใจใหม่ๆ คือโอกาสในการเชื่อมโยงใจผู้คนเข้าหากัน
และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจะทำให้ดีที่สุด
3,327 ตัวอักษร