ธรรมะเพื่อสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์

ตอนที่ 5 / 35

ตอนที่ 5 — ปฏิทินแห่งความสุขที่ถูกลืม

วันจันทร์ตอนเช้า โรงพยาบาลกลับมาคึกคักอีกครั้ง คุณหมอต้นเดินตรวจเยี่ยมผู้ป่วยในแผนกจิตเวชตามปกติ วันนี้เขาต้องไปพบคุณสมชายอีกครั้ง เพื่อติดตามผลการรักษาเรื่องโรคนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล เขาเตรียมใจไว้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงย่อมต้องใช้เวลา คุณสมชายอาจจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในทันที เมื่อคุณหมอต้นเดินเข้าไปในห้องตรวจของเขา ก็พบว่าคุณสมชายมาถึงก่อนเวลาแล้ว เขากำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้รับรอง สีหน้ายังคงดูอิดโรย แต่แววตาดูมีความหวังมากกว่าครั้งก่อน "สวัสดีครับคุณหมอ" คุณสมชายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคุณหมอต้น "สวัสดีครับคุณสมชาย" คุณหมอต้นตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม "เป็นอย่างไรบ้างครับในสัปดาห์ที่ผ่านมา" คุณสมชายถอนหายใจเบาๆ "ก็... ยังนอนไม่ค่อยหลับเหมือนเดิมครับคุณหมอ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงความผิดหวังเล็กน้อย "แต่คืนที่แล้ว รู้สึกว่าจะหลับได้นานขึ้นหน่อย ประมาณตีสอง ถึงจะค่อยๆ เคลิ้มหลับไป" "นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีนะครับ" คุณหมอต้นกล่าว "อย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น" "แต่ผมก็ยังรู้สึกเพลียๆ อยู่ดีครับคุณหมอ แล้วก็ยังหงุดหงิดง่ายอยู่เหมือนเดิม" คุณสมชายเล่าต่อ "ผมลองทำตามที่คุณหมอแนะนำเรื่องการฝึกสติแล้วนะครับ ผมพยายามที่จะจดจ่ออยู่กับลมหายใจก่อนนอน แต่ก็ยังเผลอคิดมากอยู่เรื่อยเลยครับ" คุณหมอต้นพยักหน้าเข้าใจ "ผมทราบดีครับคุณสมชาย การฝึกสติให้เกิดความชำนาญต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ" เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "ผมอยากจะลองแนะนำวิธีการอื่นเพิ่มเติมให้คุณสมชายดูครับ" "ครับคุณหมอ" คุณสมชายรับฟังอย่างตั้งใจ "คุณสมชายเคยได้ยินเรื่อง 'ปฏิทินแห่งความสุข' ไหมครับ" คุณหมอต้นเอ่ยถาม คุณสมชายส่ายหน้า "ไม่เคยได้ยินเลยครับคุณหมอ" "มันเป็นวิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยให้เรามองเห็นคุณค่าของวันเวลาที่เรามีอยู่" คุณหมอต้นอธิบาย "ผมอยากให้คุณสมชายลองหากระดาษปฏิทินเก่าๆ มาสักแผ่นหนึ่ง แล้วในแต่ละวัน ก่อนนอน ให้คุณสมชายลองเขียนบันทึกเรื่องราวดีๆ หรือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้รู้สึกมีความสุข หรือรู้สึกขอบคุณลงไปในช่องของวันนั้น อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ ก็ได้ครับ เช่น วันนี้ได้กินอาหารอร่อยๆ หรือวันนี้ได้คุยกับเพื่อนเก่า หรือวันนี้อากาศดี" "บันทึกความสุขเหรอครับ" คุณสมชายทวนคำ "ใช่ครับ" คุณหมอต้นยิ้ม "การทำแบบนี้ จะช่วยฝึกสมองของเราให้มองหา 'สิ่งดีๆ' ในชีวิต แทนที่จะจดจ่ออยู่กับแต่ปัญหาและความทุกข์" เขาเสริม "เมื่อเรามีสติรู้ตัวว่ามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นรอบตัว เราก็จะค่อยๆ เกิดความรู้สึกสงบ และลดความวิตกกังวลลงได้" "ผมจะลองทำดูครับคุณหมอ" คุณสมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูมีความหวังมากขึ้น "ดีมากครับ" คุณหมอต้นเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของคุณสมชายแล้วก็รู้สึกดี "แล้วก็อยากจะฝากเรื่องการ 'จัดการกับความคิดฟุ้งซ่าน' อีกสักหน่อยนะครับ" "ความคิดฟุ้งซ่านนี่แหละครับที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ" คุณสมชายถอนหายใจ "พอคิดเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องอนาคต มันก็วนเวียนอยู่ในหัวตลอดเลย" "ผมเข้าใจครับ" คุณหมอต้นกล่าว "เวลาที่ความคิดฟุ้งซ่านมันเกิดขึ้น ลองใช้วิธี 'สังเกต' มันดูครับ เหมือนเรากำลังมองดูเมฆที่ลอยผ่านไปบนท้องฟ้า" เขาอธิบาย "ไม่ต้องไปพยายามหยุดมัน หรือไปต่อสู้กับมัน แค่รับรู้ว่า 'อ้อ ตอนนี้กำลังคิดเรื่องงานอยู่' หรือ 'อ้อ ตอนนี้กำลังกังวลเรื่องเงิน' แล้วก็ปล่อยให้ความคิดนั้นค่อยๆ ลอยผ่านไป กลับมาอยู่กับลมหายใจของเรา" "เหมือนกับการดูเมฆนะครับ" คุณสมชายทวนคำ "แต่มันยากนะครับคุณหมอ เมฆบางก้อนมันใหญ่มาก ลอยมาแล้วก็ไม่ยอมไปสักที" "แน่นอนครับ มันต้องใช้การฝึกฝน" คุณหมอต้นตอบ "คุณสมชายลองนึกถึงเวลาที่เราเล่นกับลูกศิษย์ตอนเด็กๆ สิครับ" เขาถาม "เวลาที่เราสอนเขาให้รู้จักการรอคอย หรือการอดทน มันก็ต้องใช้เวลาใช่ไหมครับ" คุณสมชายหัวเราะเบาๆ "จริงครับคุณหมอ" "การฝึกจิตใจก็เช่นกันครับ" คุณหมอต้นกล่าว "คุณสมชายลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ ดูก่อนก็ได้ครับ เช่น ในหนึ่งวัน จะลองสังเกตความคิดฟุ้งซ่านสัก 3-4 ครั้ง แล้วก็ฝึกปล่อยวางมันไป" เขาเสริม "แล้วก็อย่าลืมเรื่องการสร้าง 'กิจวัตรที่ผ่อนคลาย' ก่อนนอนด้วยนะครับ อย่างการอ่านหนังสือเบาๆ ฟังเพลงสบายๆ หรือการแช่น้ำอุ่น" "ผมจะลองนำไปปรับใช้ดูครับคุณหมอ" คุณสมชายกล่าว "ขอบคุณมากครับ" "ไม่เป็นไรครับคุณสมชาย" คุณหมอต้นยิ้ม "ผมเชื่อว่าคุณสมชายจะผ่านมันไปได้นะครับ" หลังจากการพูดคุยกับคุณสมชายเสร็จ คุณหมอต้นก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา เขาเดินไปที่หน้าต่างห้องทำงาน มองออกไปยังสวนหย่อมเล็กๆ ของโรงพยาบาล เห็นผู้ป่วยบางส่วนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ เขานึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า "ทุกข์เกิดขึ้นเพราะการยึดมั่นถือมั่น" และ "การปล่อยวางคือหนทางแห่งความสุข" เขาตระหนักดีว่า การเยียวยาทางจิตใจนั้น ไม่ใช่แค่การรักษาอาการป่วย แต่เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยได้ค้นพบเครื่องมือภายในตัวเอง ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีความหมาย แม้ท่ามกลางความทุกข์ เมื่อเดินออกมาจากห้องตรวจ คุณหมอต้นก็เห็น ‘อร’ พยาบาลสาวคนเดิม กำลังจัดยาให้กับผู้ป่วยที่เคาน์เตอร์พยาบาล "สวัสดีค่ะคุณหมอ" อรทักทาย "สวัสดีครับคุณอร" คุณหมอต้นตอบ "วันนี้ดูยุ่งๆ นะครับ" "ค่ะคุณหมอ พอดีมีผู้ป่วยใหม่เข้ามาเยอะหน่อยค่ะ" อรตอบยิ้มๆ "แต่ก็สนุกดีค่ะ ได้ช่วยเหลือคนไข้" คุณหมอต้นสังเกตเห็นรอยยิ้มที่สดใสของอร "คุณอรเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีจริงๆ นะครับ" เขาชมเชย อรหน้าแดงเล็กน้อย "ขอบคุณค่ะคุณหมอ หนูแค่คิดว่า การได้มาทำงานตรงนี้ มันทำให้หนูได้เจอเรื่องราวดีๆ ทุกวันค่ะ" "ดีมากครับ" คุณหมอต้นกล่าว "คุณอรจะลองนำแนวคิดเรื่อง 'ปฏิทินแห่งความสุข' ไปลองทำดูไหมครับ" "ปฏิทินแห่งความสุขเหรอคะ" อรทวนคำด้วยความสนใจ "ใช่ครับ" คุณหมอต้นอธิบายสั้นๆ "ลองเขียนเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงไปในปฏิทินดู มันจะช่วยให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจจะมองข้ามไป" "น่าสนใจมากเลยค่ะคุณหมอ หนูจะลองเอาไปทำดูนะคะ" อรตอบรับอย่างกระตือรือร้น คุณหมอต้นพยักหน้าเห็นด้วย เขาดีใจที่ได้เห็นผู้คนรอบตัว เริ่มเปิดใจรับแนวคิดของการดูแลสุขภาพกายและใจอย่างองค์รวม การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์เหล่านี้ คือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขและมีกำลังใจในการทำงานต่อไป

4,920 ตัวอักษร