ตอนที่ 11 — บทเรียนจากความขัดแย้งภายใน
หลายวันต่อมา สถานการณ์ของสมศักดิ์ก็ค่อยๆ ดีขึ้น การช่วยเหลือจากกองทุนของบริษัท ประกอบกับการสนับสนุนจากพงศธร ทำให้เขาสามารถดูแลค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่ได้อย่างคล่องตัวขึ้น ความกังวลในใจลดน้อยลง ทำให้เขามีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น
“คุณพงศธรครับ คุณแม่ของผมอาการดีขึ้นมากแล้วครับ หมอบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว” สมศักดิ์เอ่ยปากขอบคุณพงศธรอีกครั้ง เมื่อทั้งสองคนกำลังจะเลิกงาน
“ดีใจด้วยนะสมศักดิ์” พงศธรยิ้ม “เห็นคุณดีขึ้น ผมก็สบายใจแล้ว”
“ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณอย่างไรจริงๆ ครับ” สมศักดิ์กล่าว “ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงแย่แน่ๆ”
“ไม่ต้องห่วงนะ” พงศธรตอบ “เราเป็นครอบครัวเดียวกันในที่ทำงานนี่นา”
เช้าวันรุ่งขึ้น พงศธรมาถึงที่ทำงานตามปกติ เขากำลังจะเดินไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง ก็เห็นว่ามีกลุ่มพนักงานกำลังยืนคุยกันเสียงดังอยู่บริเวณเครื่องถ่ายเอกสาร
“ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมต้องให้คนอื่นมาทำงานแทนเราด้วย”
“นั่นสิ งานก็ของฉัน ทำไมต้องไปขอให้คนอื่นช่วย”
“ฉันว่ามันไม่ยุติธรรมเลย”
พงศธรเดินเข้าไปใกล้ ก็พบว่ากำลังมีปากเสียงกันระหว่างแผนกบัญชีและแผนกจัดซื้อ เรื่องมีอยู่ว่า พนักงานคนหนึ่งในแผนกบัญชีต้องลาป่วยกะทันหัน ทำให้งานค้างเป็นจำนวนมาก พนักงานในแผนกจัดซื้อที่ต้องทำงานร่วมกัน ได้ขอให้พนักงานแผนกบัญชีอีกคนหนึ่งที่ทำงานได้รวดเร็ว ช่วยแบ่งเบาภาระงานไปบ้าง แต่กลับถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่างานของตัวเองก็มีมากอยู่แล้ว
“คุณสมพรคะ งานของคุณก็เยอะอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาช่วยงานคนอื่นคะ” พนักงานจากแผนกจัดซื้อคนหนึ่งกล่าวเสียงแข็ง
“ใช่ค่ะ ฉันก็ไม่ว่างเหมือนกัน งานกองเต็มโต๊ะอยู่แล้ว” สมพร พนักงานบัญชี ตอบโต้กลับไป
“แต่ถ้าไม่ช่วยกันตอนนี้ งานมันก็จะยิ่งล่าช้าออกไปอีกนะคะ”
“แล้วมันเกี่ยวกับฉันตรงไหนคะ” สมพรถามกลับอย่างไม่พอใจ
พงศธรมองภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขานึกถึงเรื่องราวของสมศักดิ์ที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่เพื่อนร่วมงานประสบปัญหา มันสำคัญเพียงใด
เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหา “สวัสดีครับทุกคน” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “มีอะไรกันเหรอครับ พอจะให้ผมช่วยได้ไหม”
สมพรหันมามองพงศธรด้วยสีหน้าไม่พอใจ “คุณพงศธร งานมันยุ่งน่ะค่ะ แล้วนี่ก็มีคนมาขอให้ฉันช่วยงานที่มันไม่ใช่งานของฉัน”
“ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องช่วยเหลือกันในที่ทำงานนะครับคุณสมพร” พนักงานจากแผนกจัดซื้อคนหนึ่งกล่าว
“แล้วถ้าฉันไม่ช่วยล่ะคะ” สมพรตอบโต้ “งานฉันก็เยอะอยู่แล้ว จะให้ไปช่วยงานคนอื่นอีก แล้วงานของฉันใครจะทำ”
พงศธรรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เขานึกถึงคำสอนเรื่องการปล่อยวางและการมองโลกตามความเป็นจริง
“ผมเข้าใจนะครับว่าทุกคนมีงานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ” พงศธรเริ่มพูด “แต่บางครั้ง การที่เราช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานสักเล็กน้อย อาจจะช่วยให้ภาพรวมของงานทั้งหมดเดินหน้าต่อไปได้นะครับ”
“แต่มันก็ไม่ยุติธรรมกับฉันนะคะ” สมพรแย้ง
“ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะครับ” พงศธรตอบ “แต่ลองมองในอีกมุมหนึ่งนะครับ ถ้าวันหนึ่ง คุณเกิดป่วยกะทันหัน หรือมีปัญหาที่ทำให้ทำงานไม่ได้ คุณก็คงอยากให้เพื่อนร่วมงานช่วยเหลือคุณเหมือนกัน ใช่ไหมครับ”
คำพูดของพงศธรทำให้สมพรชะงักไป เธอหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพิจารณาในสิ่งที่พงศธรพูด
“การที่เราช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้เขาได้รับประโยชน์” พงศธรกล่าวต่อ “แต่เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งสุดท้ายแล้ว มันก็จะส่งผลดีต่อตัวเราเองด้วย”
“ถ้าเรามองว่าทุกปัญหามีทางออก และทุกความขัดแย้งสามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยและความเข้าใจ” เขาเสริม “บางที สิ่งที่เราต้องเสียสละไปเล็กน้อย เพื่อให้ส่วนรวมได้รับประโยชน์ มันอาจจะไม่ใช่การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เสมอไป”
สมพรเงียบไปครู่หนึ่ง เธอถอนหายใจเบาๆ “ก็ได้ค่ะ” เธอเอ่ยขึ้น “แต่ฉันจะช่วยได้แค่บางส่วนนะคะ งานของฉันก็ต้องมาก่อน”
“ขอบคุณมากครับคุณสมพร” พนักงานจากแผนกจัดซื้อกล่าวด้วยความโล่งใจ “ผมจะรีบทำงานส่วนของผมให้เสร็จเร็วที่สุด แล้วจะมาขอความช่วยเหลือคุณอีกครั้ง”
พงศธรมองการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นั้นด้วยความรู้สึกยินดี เขารู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็เป็นก้าวสำคัญ
“บางที” เขาคิดในใจ “ความขัดแย้งในที่ทำงาน ก็เปรียบเหมือนเงาสะท้อนของความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์เรา ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ”
เขาเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตนเอง รู้สึกว่าบทเรียนในวันนี้ได้สอนอะไรเขาหลายอย่าง ความอดทน การมองโลกตามความเป็นจริง และการใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่ตึงเครียด
“การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า” เขาพึมพำกับตัวเอง “มันไม่ใช่แค่การทำดีกับผู้อื่น แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเข้าใจความแตกต่าง และการหาทางออกให้กับความขัดแย้งด้วยปัญญา”
เขาก้มลงทำงานต่อ รู้สึกว่าจิตใจของเขาได้ถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ขึ้นอีกครั้ง จากการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้
4,031 ตัวอักษร