สายน้ำแห่งปัญญาไหลสู่มหาสมุทร

ตอนที่ 14 / 25

ตอนที่ 14 — การสำรวจกุฏิและการพบเจอ

หลังจากได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์เมธาวิน ภัทรกลับไปที่กุฏิของตนด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความหวัง ความกังวล และความตั้งใจที่จะค้นหาความจริง เขาใช้เวลาในช่วงบ่ายในการทบทวนข้อวัยปฏบัติของตนเอง สวดมนต์ และทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบและมีสติ "เราจะต้องไม่ถูกกิเลสครอบงำ" ภัทรพึมพำกับตนเอง "ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งใด เราต้องตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้อง" เมื่อยามพลบค่ำมาถึง ภัทรรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสำรวจอย่างเงียบๆ เขาคิดถึงกุฏิของพระอาจารย์รูปนั้นที่เคยแจ้งเรื่องรายงานการเงินให้เขาทราบ "ข้าอาจจะต้องลองเข้าไปดูใกล้ๆ" ภัทรคิด "แต่ต้องระมัดระวังอย่างที่สุด" เขาเดินออกจากกุฏิของตนอย่างแผ่วเบา ในขณะที่พระรูปอื่นๆ ส่วนใหญ่กำลังพักผ่อน หรือเตรียมตัวทำวัตรเย็น ภัทรเลี่ยงที่จะเดินผ่านทางที่สว่างไสว และเลือกใช้เส้นทางที่มืดกว่า ซึ่งปกคลุมด้วยเงาของต้นไม้ใหญ่ ลมยามค่ำคืนพัดมาเย็นยะเยือก ทำให้ภัทรรู้สึกหนาวสะท้านเล็กน้อย เขาพยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ เมื่อใกล้ถึงบริเวณกุฏิเป้าหมาย ภัทรชะลอฝีเท้าลง เขาเห็นแสงไฟสลัวลอดออกมาจากช่องหน้าต่างของกุฏิ และได้ยินเสียงทุ้มๆ ดังออกมาเป็นระยะๆ "นี่เป็นโอกาสที่ดี" ภัทรคิด "อาจจะได้ยินอะไรบางอย่าง" เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามเพ่งมองเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นทำให้ภัทรรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาเห็นพระอาจารย์รูปนั้น กำลังนั่งอยู่กับพระอีกรูปหนึ่ง ซึ่งภัทรจำได้ว่าเป็นพระลูกวัดที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับพระอาจารย์รูปนั้นเป็นพิเศษ ทั้งสองกำลังนั่งอยู่หน้ากองเอกสารจำนวนมาก "ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าเรื่องนี้จะต้องจัดการให้เรียบร้อย" พระอาจารย์รูปนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด "รายงานฉบับที่แล้วมันมีช่องโหว่เยอะเกินไป ญาติโยมบางคนเริ่มสงสัยแล้ว" พระอีกรูปหนึ่งพยักหน้า "แล้วเงินส่วนที่... ที่เรากันไว้นั่นล่ะครับ ท่านอาจารย์" "จัดการเรียบร้อยแล้ว" พระอาจารย์รูปนั้นตอบ "เอาไปฝากไว้ที่บัญชีของวัดอื่นที่ไว้ใจได้ ไม่มีใครมาตรวจสอบได้หรอก" ภัทรรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เขาพยายามตั้งสติ ไม่ให้เสียงลมหายใจดังเกินไป ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า คือข้อพิสูจน์ความสงสัยทั้งหมดของเขา "พวกเราทำแบบนี้มานานแล้ว" พระอาจารย์รูปนั้นกล่าวต่อ "วัดนี้มีรายได้เยอะ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมาก ถ้าเราไม่กันส่วนนี้ไว้บ้าง เราจะได้อะไรกลับมา" "กระผมเข้าใจครับท่านอาจารย์" พระอีกรูปหนึ่งตอบ ภัทรค่อยๆ ถอยห่างออกจากหน้าต่างอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียงใดๆ เขาเดินกลับมาตามเส้นทางเดิมด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง "ความจริงนั้น... มันโหดร้ายกว่าที่ข้าคิดนัก" ภัทรคิด เขาเดินกลับมาถึงกุฏิของตนด้วยหัวใจที่ปั่นป่วน เขาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป การพบเจอหลักฐานชัดเจนเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และทั้งกลัว "ข้าควรจะบอกใครดี?" ภัทรครุ่นคิด "จะบอกพระอาจารย์เมธาวินเลย หรือจะไปบอกเจ้าอาวาส?" ในขณะที่เขากำลังสับสนอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ "ใครน่ะ?" ภัทรถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ผมเองครับ มีชัย" เสียงสามเณรมีชัยดังลอดประตูมา ภัทรเปิดประตูออกด้วยความประหลาดใจ "มีชัย... มีอะไรหรือ?" "พี่ภัทรครับ ผมเห็นพี่เดินออกมาจากตรงนั้น..." มีชัยชี้ไปทางกุฏิของพระอาจารย์รูปนั้น "ผมเป็นห่วงน่ะครับ เห็นพี่ดูไม่สบายใจ" ภัทรมองหน้าสามเณรมีชัย ดวงตาใสซื่อของเด็กหนุ่ม ทำให้ภัทรรู้สึกเห็นใจ "ไม่มีอะไรหรอก มีชัย" ภัทรพยายามยิ้ม "พี่แค่เดินเล่นเฉยๆ" "จริงหรือครับ?" มีชัยเลิกคิ้ว "แต่เมื่อกี้ผมเห็น... เห็นพระอาจารย์รูปนั้น ท่านออกมาจากกุฏิ แล้วก็รีบเดินไปทางสำนักงานบัญชีของวัดครับ" คำพูดของมีชัย ทำให้ภัทรยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่าที่คิด "สำนักงานบัญชี..." ภัทรทวนคำ "แล้วมีชัย เห็นท่านถืออะไรมาด้วยหรือเปล่า?" "เห็นท่านถือซองสีน้ำตาลๆ ครับพี่" มีชัยตอบ "ดูเหมือนซองเดิมที่เคยเห็นท่านถือเมื่อตอนกลางวันเลยครับ" ภัทรมองหน้ามีชัย เขารู้สึกว่าตนเองกำลังถูกบีบคั้นให้ต้องตัดสินใจ "มีชัย... เจ้าเคยเห็นรายงานการเงินของวัดจริงๆ หรือไม่?" ภัทรถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง สามเณรมีชัยส่ายหน้า "ไม่เคยเห็นเลยครับพี่ แต่ผมเคยเห็นเจ้าหน้าที่วัดคนหนึ่ง กำลังถ่ายเอกสารรายงานการเงินชุดหนึ่งอยู่ครับ เมื่อสองสามวันก่อน" "ถ่ายเอกสาร..." ภัทรพึมพำ "แล้วเจ้าเห็นว่ารายงานนั้นเป็นอย่างไร?" "ผมเห็นแวบเดียวครับพี่" มีชัยตอบ "เห็นเหมือนมีตัวเลขเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ" ภัทรนิ่งคิด เขารู้สึกว่าตนเองกำลังได้ข้อมูลที่สำคัญเพิ่มขึ้น เขาเหลือบมองไปยังกุฏิของพระอาจารย์รูปนั้นอีกครั้ง "มีชัย... ขอบใจเจ้ามากนะ" ภัทรกล่าว "ถ้ามีอะไรที่เจ้าเห็น หรือได้ยิน แล้วคิดว่าสำคัญกับเรื่องนี้ โปรดบอกพี่นะ" "ครับพี่ภัทร" มีชัยรับคำ เมื่อมีชัยจากไป ภัทรก็กลับมายืนครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังอีกครั้ง ความจริงที่ได้พบเห็นนั้น ยิ่งทำให้เขาสับสนมากกว่าเดิม เขาไม่แน่ใจว่าควรจะนำข้อมูลนี้ไปแจ้งใครดี การกระทำของเขาอาจนำมาซึ่งความเดือดร้อน หรือความแตกแยกในวัดก็เป็นได้

4,014 ตัวอักษร