ตอนที่ 10 — แผนงานช่วยเหลือเกษตรกร
ชินวัตรเลื่อนกองเอกสารไปตรงหน้ามาลีและคุณนพเก้า "นี่คือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่ผมได้รวบรวมมาครับ มีทั้งโครงการของภาครัฐ และของภาคเอกชนบางส่วนที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาเรื่องหนี้สิน หรือขาดทุนจากการเพาะปลูก"
มาลีหยิบเอกสารบางส่วนขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ "ดูเยอะมากเลยค่ะพี่ชินวัตร"
"ใช่ครับ" ชินวัตรพยักหน้า "แต่เราต้องคัดเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณมาลีและครอบครัว รวมถึงเกษตรกรคนอื่นๆ ในละแวกบ้านเธอด้วย"
คุณนพเก้ากวาดตามองเอกสารทั้งหมดก่อนจะกล่าว "เท่าที่ดูจากหัวข้อแล้ว มีหลายโครงการที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ คุณชินวัตรพอจะสรุปคร่าวๆ ได้ไหมคะว่าโครงการไหนมีแนวทางช่วยเหลือลักษณะไหนบ้าง"
"ครับ" ชินวัตรเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้น "โครงการของภาครัฐส่วนใหญ่จะเป็นการให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการหนี้สิน การปรับโครงสร้างหนี้ หรือการพักชำระหนี้ระยะสั้นครับ บางโครงการก็มีการอบรมเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ผันผวน"
เขาหยุดหายใจเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อ "ส่วนโครงการของภาคเอกชน บางแห่งก็เป็นการให้ทุนสนับสนุน หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปปรับปรุงอุปกรณ์การผลิต หรือขยายการเพาะปลูกครับ แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือโครงการที่เน้นการสร้างเครือข่ายระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และรวมกลุ่มกันเพื่อต่อรองราคา หรือหาช่องทางการจำหน่ายผลผลิตใหม่ๆ"
มาลีฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ "แล้วอย่างหนู ที่ติดปัญหาเรื่องหนี้สินที่ต้องจ่ายคืนเป็นงวดๆ แบบนี้ มีโครงการไหนที่พอจะช่วยได้บ้างคะ"
"โครงการพักชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้ น่าจะเป็นทางเลือกแรกๆ ที่เราต้องพิจารณาครับ" ชินวัตรตอบ "ผมได้ทำเครื่องหมายโครงการที่เน้นเรื่องนี้ไว้แล้วในเอกสารนี้" เขาชี้ไปที่แถบสีเหลืองที่ขีดไว้บนเอกสารบางแผ่น "ส่วนเรื่องการหาช่องทางการจำหน่าย หรือเพิ่มมูลค่าผลผลิต อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น การจัดการกับหนี้สินก็จะง่ายขึ้น"
คุณนพเก้าหยิบเอกสารที่ชินวัตรทำเครื่องหมายสีเหลืองไว้ขึ้นมาดู "ดูเหมือนว่าโครงการที่ให้ความช่วยเหลือโดยตรงกับเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สิน จะมีไม่มากเท่าไหร่ค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นการให้คำแนะนำ หรือการอบรมมากกว่า"
"นั่นเป็นความจริงครับ" ชินวัตรถอนหายใจ "เพราะการแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยตรง มันต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ซึ่งภาครัฐเองก็มีข้อจำกัด แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเราสามารถทำให้ครอบครัวของคุณมาลี หรือเกษตรกรกลุ่มเล็กๆ ได้รับการช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ หรือพักชำระหนี้ได้สำเร็จ มันจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากๆ ที่จะนำไปเสนอโครงการอื่น ๆ ให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้"
"แล้วเราจะเริ่มอย่างไรดีคะ" มาลีถามด้วยความหวัง "หนูอยากให้เรื่องนี้มันเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ"
"ใจเย็นๆ ครับคุณมาลี" คุณนพเก้าพูดอย่างอ่อนโยน "เราต้องค่อยๆ พิจารณาไปทีละขั้นตอน" เธอหันไปทางชินวัตร "คุณชินวัตรพอจะทราบไหมคะว่า การจะสมัครเข้าร่วมโครงการเหล่านี้ ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานอะไรบ้าง"
"ผมได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณสมบัติ และเอกสารที่ต้องใช้สำหรับแต่ละโครงการไว้แล้วครับ" ชินวัตรหยิบเอกสารอีกชุดหนึ่งออกมา "ส่วนใหญ่ก็จะมีการขอสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายรับรายจ่าย หรือบัญชีหนี้สิน และเอกสารแสดงที่ดิน หรือหลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน ถ้ามี"
"เรื่องเอกสารพวกนี้ คงต้องให้คุณมาลีช่วยรวบรวมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" คุณนพเก้ากล่าว "ส่วนเรื่องการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ หรือการยื่นเรื่อง ผมจะลองปรึกษากับคุณพ่อดูอีกครั้ง ท่านอาจจะมีช่องทางที่ช่วยให้เรื่องมันง่ายขึ้น"
"ขอบคุณมากครับคุณนพเก้า" ชินวัตรกล่าวด้วยความซาบซึ้ง "ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่คุณนพเก้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่"
"เราต่างก็มีจุดประสงค์เดียวกันค่ะ" คุณนพเก้ายิ้ม "คือการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน"
มาลีมองหน้าทั้งสองคน สัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงที่พวกเขามีให้เธอ "หนูไม่รู้จะขอบคุณทั้งสองท่านอย่างไรดีค่ะ"
"ไม่ต้องห่วงนะครับ" ชินวัตรพูด "สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการเริ่มต้นลงมือทำ"
"ใช่ค่ะ" คุณนพเก้าเสริม "เราจะช่วยกันทำให้ดีที่สุด"
ทั้งสามคนใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการพิจารณาเอกสาร วางแผน และแบ่งงานกันทำ ชินวัตรจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพการณ์ทางการเกษตรของพื้นที่ และข้อมูลเกี่ยวกับเกษตรกรรายอื่นๆ ที่อาจต้องการความช่วยเหลือ คุณนพเก้าจะเป็นผู้ประสานงานหลักกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรึกษาหารือกับบิดาของเธอ ส่วนมาลีจะเป็นผู้รวบรวมเอกสาร และข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้สินของครอบครัวเธอ
เมื่อใกล้เวลาเย็น ชินวัตรก็ต้องขอตัวกลับก่อน "ผมต้องรีบไปก่อนครับ"
"ค่ะ พี่ชินวัตร" มาลีกล่าว "ขอบคุณอีกครั้งนะคะ"
"ไว้ผมจะรีบติดต่อกลับไปนะครับ" ชินวัตรกล่าว "ถ้ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โทรหาผมได้ตลอดนะครับ"
คุณนพเก้าพยักหน้า "ดิฉันก็จะติดต่อไปอีกครั้ง เพื่อแจ้งความคืบหน้า และนัดหมายการดำเนินการต่อไปค่ะ"
ขณะที่ชินวัตรเดินออกจากศาลาไป เขาก็เหลือบมองไปยังสระบัวที่อยู่ใกล้ๆ ดอกบัวสีชมพูอ่อนกำลังแย้มกลีบรับแสงตะวันยามเย็น ภาพนั้นทำให้เขานึกถึงคำสอนของหลวงตา การช่วยเหลือผู้อื่น ก็เหมือนการมอบแสงสว่างให้ดอกบัว แม้ในยามที่มันยังจมอยู่ใต้น้ำ แต่เมื่อได้รับแสงเหล่านั้น มันก็มีพลังที่จะชูช่อขึ้นมาเบ่งบานได้
4,449 ตัวอักษร