ตอนที่ 5 — เสียงเย้ยหยันแห่งความโลภ
การเดินทางในหุบเหวแห่งกิเลสยังคงดำเนินต่อไปภายใต้ความมืดสลัว สมชายยังคงตื่นตัวระแวดระวังต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว เขาพยายามใช้สติพิจารณาทุกสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าตามที่หลวงพ่อปัญญาสอน เขาได้เรียนรู้ที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของภาพลวงตาแห่งความกลัว และภาพลวงตาแห่งความปรารถนาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
"หลวงพ่อครับ... ข้าเริ่มรู้สึก... หิวอีกแล้ว" สมชายเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มอ่อนแรง
ทันใดนั้น เขาก็พลันได้ยินเสียงเคี้ยวอาหารดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง เสียงนั้นฟังดูน่าอร่อย ราวกับเสียงของคนที่กำลังเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารชั้นเลิศ
"เสียงอะไรน่ะขอรับ?" สมชายถาม พลางเหลียวมองซ้ายขวา
"นั่นคือสิ่งที่ใจเจ้ากำลังปรุงแต่งขึ้นมา สมชาย" หลวงพ่อปัญญาตอบ "เมื่อเจ้าหิว กิเลสมันก็จะสรรหาเสียงต่างๆ มายั่วกิเลสของเจ้า"
สมชายพยายามเพ่งมองไปยังทิศทางของเสียง เขาเห็นแสงไฟสลัวๆ ส่องออกมาจากช่องเขาเล็กๆ ช่องหนึ่ง และในแสงนั้น เขาก็เห็นภาพรางๆ ของโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารน่ารับประทานนานาชนิด มีทั้งผลไม้สีสันสดใส เนื้อย่างหอมกรุ่น และขนมหวานที่ดูน่าลิ้มลอง
"โอ้โห! มีอาหารอยู่ที่นั่น! ดูน่ากินเหลือเกินขอรับ!" สมชายอุทานด้วยความตื่นเต้น "ข้าไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว!"
"นั่นคือภาพลวงตาอีกรูปแบบหนึ่ง สมชาย" หลวงพ่อปัญญาเตือน "มันคือกับดักแห่งความโลภ"
"แต่... แต่มันดูเหมือนจริงมากเลยขอรับ" สมชายกล่าว พลางมองไปยังกองอาหารตรงหน้าด้วยความละโมบ "ดูสิขอรับ... มีผลไม้ที่ข้าชอบด้วย!"
"จงพิจารณาดูให้ดี" หลวงพ่อปัญญาชี้แนะ "ทำไมอาหารเหล่านั้นถึงได้ปรากฏขึ้นมาในสถานที่ที่แห้งแล้งและอันตรายเช่นนี้? ทำไมมันถึงได้ดูน่ากินกว่าอาหารที่เจ้าเคยกินมาทั้งหมด?"
สมชายเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ภาพอาหารตรงหน้านั้นดูสว่างสดใสเกินจริง สีสันจัดจ้านจนดูไม่เป็นธรรมชาติ กลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมก็ดูจะเข้มข้นจนเกินไป
"มัน... มันดูประหลาดจริงๆ ด้วยขอรับหลวงพ่อ" สมชายยอมรับ "เหมือนถูกปรุงแต่งขึ้นมา"
"กิเลสจะแสดงออกในรูปของความโลภ เมื่อเราขาดแคลนสิ่งใด มันก็จะสร้างภาพลวงตาของสิ่งนั้นขึ้นมาให้ดูน่าปรารถนาอย่างยิ่ง" หลวงพ่อปัญญาอธิบาย "มันจะกระตุ้นความอยากในตัวเรา ให้เราไขว่คว้าไปหามัน โดยไม่ทันได้คิดถึงผลที่จะตามมา"
"แล้ว... เราจะแยกแยะได้อย่างไรครับ ว่าอันไหนคือความหิวจริงๆ อันไหนคือความโลภที่กิเลสมันสร้างขึ้น?" สมชายถาม
"ความหิวที่แท้จริง คือความต้องการของร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต" หลวงพ่อปัญญาตอบ "เมื่อเจ้าได้กินอาหารที่พอเหมาะ ร่างกายก็จะรู้สึกอิ่มพอดี แต่ความโลภ คือความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเจ้าได้สิ่งที่ปรารถนาแล้ว เจ้าก็ยังต้องการอีก เจ้าจะไม่มีวันพอใจ"
"ข้า... ข้าเกือบจะหลงใหลไปกับภาพลวงตาแห่งความโลภอีกแล้ว" สมชายกล่าว พลางมองไปยังกองอาหารที่เริ่มเลือนหายไปในความมืด "มันน่ากลัวจริงๆ ครับ"
"ความโลภเป็นเหมือนบ่อที่ไม่มีวันเต็ม" หลวงพ่อปัญญาเสริม "ยิ่งเจ้าเติมเท่าไหร่ มันก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น การเดินทางในหุบเหวแห่งนี้ คือการฝึกฝนจิตใจให้รู้จักพอ รู้จักประมาณตน"
ขณะที่ทั้งสองเดินต่อไป สมชายก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่สะกิดอยู่ที่ข้อเท้าของเขาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ตื่นตระหนก เขารีบตั้งสติและก้มลงมอง
"อะไรน่ะ?" เขาพึมพำ
เขาเห็นวัตถุสีทองอร่ามชิ้นหนึ่งวางอยู่บนพื้นดิน มันส่องประกายระยิบระยับในความมืด
"ทอง! หลวงพ่อครับ! มันคือทองคำ!" สมชายอุทานด้วยความประหลาดใจ "ใครเอามาวางไว้ที่นี่?"
"อย่าเพิ่งตกใจ สมชาย" หลวงพ่อปัญญาเตือน "จงพิจารณาดูให้ดี"
สมชายหยิบวัตถุดังกล่าวขึ้นมา เขาเห็นมันเป็นก้อนทองคำแท่งเล็กๆ ส่องประกายแวววาว "นี่มันของจริงแน่ๆ ขอรับหลวงพ่อ!" เขากล่าวด้วยความตื่นเต้น "เราเอาไปขายคงได้เงินเยอะเลย!"
"นั่นคือกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง สมชาย" หลวงพ่อปัญญาบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "กิเลสมันรู้ว่าความอยากในวัตถุเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ มันจึงสร้างภาพลวงตาของทรัพย์สินเงินทองขึ้นมา เพื่อล่อลวงเจ้า"
"แต่... แต่มันเป็นทองคำจริงๆ นะขอรับ!" สมชายยังคงยืนยัน "มันหนัก มันเย็น และมันก็ส่องประกายจริงๆ!"
"ลองนึกดูสิ สมชาย" หลวงพ่อปัญญาชี้แนะ "หากนี่คือทองคำจริงๆ เหตุใดมันถึงได้ปรากฏขึ้นมาอย่างง่ายดายในที่อันตรายเช่นนี้? ไม่มีร่องรอยของเหมือง ไม่มีร่องรอยของใครนำมาวางไว้"
สมชายเริ่มฉุกคิด เขามองไปยังก้อนทองคำในมือ มันดูสว่างสดใสเกินจริง สีทองเข้มข้นราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยอะไรบางอย่าง
"มัน... มันดูผิดธรรมชาติจริงๆ ด้วยขอรับหลวงพ่อ" สมชายกล่าว พลางปล่อยก้อนทองคำลงสู่พื้น "มันแวววาวเกินไป"
ทันใดนั้น ก้อนทองคำที่อยู่ในมือของสมชายก็พลันสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นผงสีเทาๆ ที่ปลิวไปตามลม เหลือเพียงความว่างเปล่า
"เห็นไหม สมชาย" หลวงพ่อปัญญาว่า "สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาอย่างง่ายดายเกินไป มักจะไม่ใช่ของจริงเสมอไป กิเลสมันจะใช้ความโลภของเรา สร้างภาพลวงตาของความร่ำรวยมาล่อลวง"
"ข้า... ข้าเกือบจะถูกความโลภเข้าครอบงำอีกแล้ว" สมชายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "มันยากเหลือเกินที่จะไม่หลงไปกับสิ่งเหล่านี้"
"การฝึกฝนจิตใจให้ไม่ยึดติดในวัตถุ ไม่มีความปรารถนาที่เกินพอดี เป็นหนทางที่ต้องใช้เวลาและความเพียรพยายาม" หลวงพ่อปัญญาปลอบ "เจ้ากำลังทำได้ดีมาก สมชาย การที่เจ้ารู้ตัว และพยายามที่จะเอาชนะกิเลส นั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว"
"แต่... ข้ายังรู้สึกไม่มั่นคงเลยขอรับ" สมชายกล่าว "เหมือนข้ากำลังยืนอยู่บนสะพานที่กำลังจะพัง"
"สะพานแห่งศีลธรรมที่เรากำลังสร้างนี้ ยังคงต้องการเวลาในการเสริมสร้างให้แข็งแรง" หลวงพ่อปัญญาตอบ "ในระหว่างทาง เจ้าอาจจะพบเจออุปสรรค และภาพลวงตาต่างๆ อีกมากมาย จงอย่าท้อแท้ จงใช้สติเป็นเครื่องนำทางเสมอ"
"แล้ว... เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ที่สะพานแห่งนี้จะสร้างเสร็จสมบูรณ์?" สมชายถาม
"เมื่อใดก็ตามที่เจ้าสามารถก้าวข้ามหุบเหวแห่งกิเลสนี้ไปได้ โดยไม่ถูกชักจูง ไม่ถูกหลอกลวง ไม่ถูกครอบงำด้วยความปรารถนา หรือความหวาดกลัวใดๆ นั่นแหละคือวันที่สะพานแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์" หลวงพ่อปัญญาอธิบาย "และเจ้าจะเป็นผู้เดินข้ามสะพานนั้นไปสู่ความสงบสุขภายใน"
สมชายพยักหน้า เขารู้สึกมีความหวังมากขึ้น เขาจะพยายามต่อไป เขาจะใช้สติพิจารณา ค่อยๆ ก้าวเดินไปบนเส้นทางที่หลวงพ่อปัญญากำลังนำทาง เขาจะสร้างสะพานแห่งศีลธรรมในใจของเขาให้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
5,035 ตัวอักษร