ตอนที่ 9 — แสงเทียนนำทางในคืนอันมืดมิด
หลายวันผ่านไป กล้าหาญยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่วัดอย่างมีความสุข เขายังคงช่วยงานหลวงพ่อบุญมีในกิจกรรมต่างๆ ทั้งการทำสวน การดูแลความสะอาดวัด และการช่วยเหลือผู้คนตามกำลังของเขา เขารู้สึกว่าตัวเองได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ความหงุดหงิด หรือความไม่พอใจต่างๆ ค่อยๆ จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความสงบและความเข้าใจ
คืนหนึ่ง เป็นคืนที่ฝนตกหนัก ลมพัดแรง พัดพาเอาความมืดมิดมาปกคลุมวัดจนมิด กล้าหาญนั่งอยู่ในกุฏิของเขา ฟังเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาดังสนั่น เขาเริ่มรู้สึกถึงความกลัวเล็กน้อย
"คืนนี้มืดจังเลย" กล้าหาญพึมพำกับตัวเอง "มองอะไรก็ไม่เห็นไปหมด"
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อบุญมีเกี่ยวกับ "แสงสว่างในความมืด" เขาสงสัยว่ามันจะมีความหมายอย่างไร
"หลวงพ่อครับ" กล้าหาญตะโกนเรียกออกไปนอกหน้าต่าง แม้จะรู้ว่าคงจะไม่ได้ยินเสียงตอบรับในคืนที่ฝนตกหนักเช่นนี้
แต่แล้ว เขาก็เห็นแสงไฟริบหรี่ๆ ลอยมาจากทางกุฏิของหลวงพ่อบุญมี เป็นแสงจากตะเกียงน้ำมันที่หลวงพ่อนำออกมาจุด
"หลวงพ่อกำลังจะไปไหนนะ" กล้าหาญสงสัย เขาหยิบเสื้อกันฝนมาสวม แล้วก็เดินออกจากกุฏิไปตามเสียงฝนที่พัดพาเอาแสงตะเกียงมา
เมื่อกล้าหาญเดินมาถึงบริเวณหน้ากุฏิของหลวงพ่อบุญมี เขาก็เห็นหลวงพ่อนั่งอยู่ใต้ชายคา กำลังจุดตะเกียงน้ำมันอย่างตั้งใจ
"หลวงพ่อครับ" กล้าหาญเดินเข้าไปหา "ทำไมคืนนี้หลวงพ่อต้องจุดตะเกียงด้วยครับ"
"อาตมากำลังจะไปมอบยาให้โยมป้ามาลี" หลวงพ่อบุญมีกล่าว "แกไม่สบายหนัก หมอที่โรงพยาบาลให้ยามา อาตมาต้องเอาไปให้แกเดี๋ยวนี้"
"แต่ข้างนอกมืดมากเลยนะครับหลวงพ่อ" กล้าหาญกังวล "แล้วฝนก็ตกหนักแบบนี้"
"ความมืดภายนอก ไม่สำคัญเท่ากับความมืดในใจของคนเราหรอกไอ้กล้า" หลวงพ่อบุญมีกล่าว "และตะเกียงดวงนี้ ก็จะช่วยนำทางให้อาตมาไปถึงบ้านโยมป้ามาลีได้อย่างปลอดภัย"
"มันเป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ช่วยนำทางในความมืด" หลวงพ่อบุญมีเปรียบเทียบ "เหมือนกับความดี ที่เราหมั่นสร้างสม มันก็จะกลายเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตของเรา"
"ถ้าเราทำความดี เราก็จะมีแสงสว่างในใจใช่ไหมครับหลวงพ่อ" กล้าหาญถาม
"ใช่" หลวงพ่อบุญมีพยักหน้า "ความดีงามที่เราทำ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด มันก็จะก่อเกิดเป็นพลังงานแห่งแสงสว่าง ที่จะคอยนำทางเราให้พ้นจากความมืดมน หรืออุปสรรคต่างๆ ในชีวิต"
ท่านจุดตะเกียงจนติดสว่างดีแล้ว ก็ยื่นตะเกียงให้กับกล้าหาญ "เจ้าลองถือดูสิ"
กล้าหาญรับตะเกียงมา เขาเห็นแสงสีเหลืองนวลของเปลวเทียนที่ส่องสว่างออกมา แม้จะไม่มาก แต่ก็ช่วยขับไล่ความมืดรอบตัวได้
"เห็นไหม" หลวงพ่อบุญมีกล่าว "แสงเทียนเล็กๆ นี้ สามารถทำให้เรามองเห็นทางข้างหน้าได้ ทำให้เราไม่หลงทาง"
"และถ้าเราทุกคนต่างก็มีแสงเทียนในใจของตัวเอง" หลวงพ่อบุญมีกล่าวต่อ "โลกใบนี้ก็จะไม่มีความมืดมิดอีกต่อไป"
"แต่บางที ผมก็รู้สึกท้อแท้ครับหลวงพ่อ" กล้าหาญยอมรับ "บางทีก็รู้สึกว่าทำดีไปก็ไม่มีใครเห็น หรือไม่มีใครเห็นคุณค่า"
"นั่นแหละคือช่วงเวลาที่เราต้องการแสงเทียนนำทางมากที่สุด" หลวงพ่อบุญมีกล่าว "แม้ว่าเราจะรู้สึกมืดมน หรือสิ้นหวัง แสงเทียนแห่งความดีที่เราได้สร้างสมไว้ ก็จะคอยส่องสว่างนำทางให้เรา ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้"
ท่านยกตัวอย่าง "เหมือนกับโยมป้ามาลี ที่แกกำลังป่วยหนัก แต่แกก็ยังมีความหวัง และรอคอยยาที่อาตมากำลังจะนำไปให้"
"ความหวังของแก ก็เหมือนกับแสงเทียนเล็กๆ ที่คอยนำทางชีวิตของแก" หลวงพ่อบุญมีกล่าว "และหน้าที่ของเรา คือการเป็นผู้ส่งมอบแสงสว่างนั้นไปให้"
กล้าหาญมองไปที่เปลวเทียนในตะเกียง เขานึกถึงความพยายามของหลวงพ่อบุญมี ที่ต้องออกไปท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก เพียงเพื่อจะนำยาไปให้โยมป้ามาลี
"การทำความดี ก็เหมือนกับการจุดตะเกียงในคืนที่มืดมิดใช่ไหมครับหลวงพ่อ" กล้าหาญกล่าว "มันอาจจะดูเล็กน้อย แต่ก็มีความหมายยิ่งใหญ่"
"ถูกต้อง" หลวงพ่อบุญมีพยักหน้า "อย่าได้ดูถูกการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำด้วยใจบริสุทธิ์"
"ทุกการกระทำที่ดี ล้วนเป็นแสงเทียนที่ส่องสว่างในชีวิตของเรา และเป็นแสงสว่างที่อาจจะช่วยนำทางให้ผู้อื่นได้เช่นกัน"
หลวงพ่อบุญมียื่นมือมาวางบนบ่าของกล้าหาญ "คืนนี้เจ้าก็เช่นกันนะไอ้กล้า หากมีสิ่งใดที่ทำให้เจ้ามืดมนในใจ จงระลึกถึงแสงเทียนแห่งความดีที่เราเคยได้สร้างสมไว้ แสงนั้นจะคอยนำทางเจ้าเสมอ"
กล้าหาญพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะยังคงมีเสียงฟ้าร้องครืนๆ อยู่ข้างนอก แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยแสงสว่างอันอบอุ่นที่เกิดจากการเรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่าจากหลวงพ่อบุญมี เขารับตะเกียงจากหลวงพ่อบุญมี แล้วก้าวออกไปสู่ความมืดมิดของค่ำคืนนั้น พร้อมด้วยแสงเทียนแห่งความดีที่คอยนำทางเขา.
3,669 ตัวอักษร