ดวงดาวนำทางในราตรีกาล

ตอนที่ 5 / 30

การเผชิญหน้ากับเงา

การปรากฏตัวของเหล่าคนสวมหน้ากากนำมาซึ่งความหวาดกลัวและอันตราย พระกฤษณะต้องต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้าน และค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับ “แก้วแห่งรัตติกาล” ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด เมื่อเสียงร้องโหยหวนของสุนัขดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา พระกฤษณะก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ “คนสวมหน้ากาก” ที่ชาวบ้านกล่าวถึง เขาพุ่งตัวออกไปยืนขวางทางที่นำไปสู่ใจกลางหมู่บ้าน ด้านหลังของเขาคือชาวบ้านที่กำลังหวาดกลัวและซ่อนตัวอยู่ในบ้านเรือน กลุ่มคนสวมหน้ากากปรากฏกายขึ้นที่ปลายทางเดิน พวกมันมีราว 10 คน สวมชุดสีดำทะมึน และที่ใบหน้าของแต่ละคนล้วนปิดบังด้วยหน้ากากที่แกะสลักเป็นลวดลายเหมือนกะโหลกศีรษะ แสงตะเกียงในมือของพวกมันสาดส่องเป็นเงาที่น่าสะพรึงกลัว “พวกเจ้า… กล้าดียังไง… มาขวางทางเรา?” เสียงแหบพร่าดังมาจากหนึ่งในพวกมัน “ข้าคือผู้ที่ปกป้องสถานที่แห่งนี้!” พระกฤษณะตะโกนกลับ แม้จะรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจากพลังของพวกมัน “ปกป้อง?” อีกเสียงหนึ่งหัวเราะเยาะ “ที่นี่… ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะมาอยู่… เราตามหาสิ่งที่ควรเป็นของเรา…” “สิ่งนั้น… ไม่ใช่ของพวกเจ้า!” พระกฤษณะตอบ เขาจำได้ถึงคำบอกเล่าของชายชรา ผู้ที่เคยพยายามครอบครอง “แก้วแห่งรัตติกาล” และนำมาซึ่งหายนะ ก่อนที่พวกมันจะทันได้โต้ตอบ พระกฤษณะก็รวบรวมสมาธิเพ่งจิตไปที่ดวงดาวบนท้องฟ้า เขารู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนเข้ามาในกาย และใช้มันเหวี่ยงกิ่งไม้แห้งขนาดใหญ่ใส่กลุ่มคนสวมหน้ากาก การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด พระกฤษณะไม่ได้มีอาวุธ แต่เขาใช้ความคล่องแคล่วว่องไว และพลังที่ได้รับจากดวงดาวในการต่อสู้ เขาหลบหลีกการโจมตีของพวกมันอย่างฉิวเฉียด และหาโอกาสสวนกลับ ท่ามกลางความชุลมุน ชายชราที่เคยพูดคุยกับเขาเมื่อครู่ก็แอบยื่นวัตถุบางอย่างให้เขา ชิ้นส่วนของเครื่องปั้นดินเผาที่แตกหัก แต่บนนั้นมีสัญลักษณ์บางอย่างที่เขาคุ้นเคย “นี่… คือ… เครื่องหมาย… ของผู้ที่… ซ่อน… แก้วแห่งรัตติกาล…” ชายชรากระซิบ “มันเป็น… รหัส… ที่จะ… นำเจ้าไป… สู่… สถานที่… อันปลอดภัย…” พระกฤษณะรับชิ้นส่วนนั้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่เขากำลังต่อสู้กับคนสวมหน้ากากคนหนึ่งที่มีดวงตาแดงก่ำ “เจ้า… จะไม่ได้รับ… สิ่งใด… ไปจากที่นี่!” พระกฤษณะตะโกน พร้อมกับใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงคนสวมหน้ากากออกไป แต่คนสวมหน้ากากเหล่านั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด พวกมันเริ่มรวมพลังกัน และสร้างคลื่นพลังงานสีดำพุ่งตรงมาที่เขา “หลบ!” ชายชราตะโกน พระกฤษณะรีบกระโดดหลบไปด้านข้าง คลื่นพลังงานนั้นปะทะเข้ากับบ้านหลังหนึ่ง ทำให้มันพังทลายลงมาทันที “แย่แล้ว!” เขาคิด ในขณะที่พวกคนสวมหน้ากากกำลังได้เปรียบ พระกฤษณะก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าของหัวหน้ากลุ่มคนสวมหน้ากาก มันคือ… เครื่องรางบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับก้อนหินที่เขามีอยู่ “นั่นมัน…!” เขาจำได้ทันทีว่าอักษรโบราณบนก้อนหินของเขานั้น สลักอย่างละเอียดอ่อนกว่าเครื่องรางของพวกมัน “พวกมัน… รู้… ว่าแก้วแห่งรัตติกาล… มีอยู่จริง…” เขาตระหนักได้ “และพวกมัน… กำลังตามหา… รหัส… ที่จะนำไปสู่… ที่ซ่อน…” พระกฤษณะใช้จังหวะที่พวกคนสวมหน้ากากกำลังเสียสมาธิ มองไปยังชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาในมือ เขาเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่คล้ายกับดวงดาว เขาเชื่อว่านี่คือเบาะแสที่สำคัญ “ข้าต้องไปจากที่นี่…” เขาตัดสินใจ ด้วยความช่วยเหลือจากชาวบ้านบางส่วนที่แอบออกมา พวกเขาช่วยกันสร้างความสับสนให้พวกคนสวมหน้ากาก ทำให้พระกฤษณะมีโอกาสหลบหนีออกไปจากหมู่บ้านได้ ขณะที่เขากำลังวิ่งหนีไปในความมืด เขาก็มองย้อนกลับไปที่หมู่บ้าน เห็นแสงไฟที่กำลังลุกไหม้ และได้ยินเสียงร้องโหยหวนที่ดังมาจากที่นั่น… เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งพวกเขาไว้เบื้องหลัง แต่เขารู้ว่า หากเขาอยู่ที่นั่นต่อไป ก็มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับการตามหา “แก้วแห่งรัตติกาล” เขาจะสามารถไขความลับของชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา และหลบหนีจากการตามล่าของเหล่าคนสวมหน้ากากได้หรือไม่? หรือว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม? รอยแผลจากการต่อสู้ยังคงเจ็บปวด แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความรู้สึกผิดที่ทิ้งชาวบ้านไว้เบื้องหลัง… และเขาจะสามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้หรือไม่… โดยที่เขาเองก็ยังคงเป็นปริศนาของ “แก้วแห่งรัตติกาล” อยู่เช่นกัน?

127 ตัวอักษร

แชร์ตอนนี้ให้เพื่อน