ตอนที่ 25 — การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
"และประการสุดท้าย" พระอาจารย์วิมุตติกล่าว เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความหวัง "คือการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนในชุมชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ" ท่านหยุดเล็กน้อย มองไปยังใบหน้าของชาวบ้านที่ตั้งใจฟัง "การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากตัวเราทุกคน การช่วยกันดูแลรักษาผืนดิน ป่าไม้ และแหล่งน้ำ คือการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของเราและลูกหลานในอนาคต"
อนันต์พยักหน้าเห็นด้วยกับทุกถ้อยคำของพระอาจารย์ เขารู้สึกได้ถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมาจากพระสงฆ์รูปนี้ มันไม่ใช่แค่การบรรยายธรรมดา แต่เป็นการจุดประกายแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง "ผมคิดว่า นอกจากที่เราจะช่วยกันปลูกป่าและสร้างแหล่งน้ำแล้ว" อนันต์กล่าวเสริมขึ้นมา "เราน่าจะลองนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เราเคยมี มาปรับใช้กับการจัดการน้ำในปัจจุบันด้วยนะครับ"
ชาวบ้านบางคนเริ่มหันมามองอนันต์ด้วยความสนใจ "หมายถึงเรื่องอะไรบ้างล่ะ โยมอนันต์" คุณลุงสาย ผู้ใหญ่บ้านที่นั่งอยู่แถวหน้า ถามกลับด้วยความสงสัย
"ก็เช่น การทำฝายชะลอน้ำแบบโบราณ ที่เคยทำกันเมื่อก่อน" อนันต์อธิบาย "ถึงแม้ว่าเราจะกำลังสร้างทำนบขนาดใหญ่ แต่การมีฝายเล็กๆ กระจายอยู่ตามลำห้วยก็จะช่วยชะลอการไหลของน้ำได้อีกทางหนึ่ง ทำให้น้ำซึมลงดินได้มากขึ้น"
"แล้วก็เรื่องการขุดคันนา" เขาพูดต่อ "เมื่อก่อนที่นาส่วนใหญ่จะมีการทำคันนาที่สูงและแข็งแรง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในนาให้ได้นานที่สุด หากเรากลับมาใส่ใจเรื่องนี้อีกครั้ง ก็จะช่วยลดการใช้น้ำจากการสูบน้ำเข้านาได้มาก"
"จริงของโยมอนันต์" ป้ามาลี แม่ค้าในตลาดสดของหมู่บ้านกล่าวขึ้น "สมัยแม่ยังสาวๆ เวลาหน้าแล้ง ชาวบ้านก็ยังพอมีน้ำใช้จากการขุดบ่อเล็กๆ หน้าบ้าน หรือการขุดคลองไส้ไก่เล็กๆ เชื่อมต่อกันตามทุ่งนา แต่นานๆ ไป เราก็ลืมๆ วิธีเหล่านี้ไป"
พระอาจารย์วิมุตติยิ้มรับ "เป็นความคิดที่ดีมาก โยมอนันต์" ท่านกล่าว "ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือสิ่งที่เราควรค่าแก่การอนุรักษ์และนำกลับมาใช้" "มันสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนที่บรรพบุรุษของเราได้สั่งสมมา"
"การสร้างทำนบขนาดใหญ่เป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน" ท่านอธิบาย "แต่การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น จะช่วยเสริมให้ระบบการจัดการน้ำของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น"
"อย่างเช่น การทำธนาคารน้ำใต้ดิน" ท่านกล่าวต่อ "ซึ่งเป็นการขุดบ่อที่ด้านล่างเจาะทะลุลงไปในชั้นดินที่อุ้มน้ำ เพื่อให้น้ำที่ไหลลงไป สามารถซึมลงสู่ใต้ดินได้มากที่สุด" "วิธีนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตรในระยะยาว"
"พวกเราเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครลงมือทำจริงจัง" ลุงสายกล่าว
"ถ้าอย่างนั้น" อนันต์เสนอ "หลังจากการอบรมวันนี้เสร็จแล้ว เรามาประชุมกันอีกครั้ง เพื่อวางแผนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ มาปฏิบัติจริงกันดีไหมครับ"
"ผมเชื่อว่า ชาวบ้านหลายท่านน่าจะมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่"
"เรามาช่วยกันแบ่งปันความรู้ และลงมือทำไปด้วยกัน"
"ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่" อนันต์กล่าวด้วยความมุ่งมั่น
ชาวบ้านหลายคนเริ่มส่งเสียงเห็นด้วย บางคนถึงกับลุกขึ้นยืน แสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการ "พวกเราพร้อมแล้ว!" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากท้ายศาลา
"ดีมาก" พระอาจารย์วิมุตติกล่าว "ความร่วมมือร่วมใจของพวกเรา คือพลังสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วง"
"พรุ่งนี้" ท่านกล่าว "เราจะเริ่มลงมือปฏิบัติการปลูกป่ากัน" "และอาทิตย์หน้า เราจะเริ่มสำรวจพื้นที่เพื่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดิน"
"ส่วนเรื่องการทำฝายชะลอน้ำ และการปรับปรุงคันนา" อนันต์เสริม "ผมจะขออาสาสมัครชาวบ้านที่มีความรู้ มาช่วยกันวางแผนรายละเอียดอีกครั้ง"
"เราจะใช้เวลาช่วงเย็น หลังจากการทำงานหลักเสร็จแล้ว มาประชุมปรึกษาหารือกัน"
"เพื่อให้การทำงานของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของชุมชนมากที่สุด"
ความรู้สึกของการทำงานเป็นทีมเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในหมู่ชาวบ้าน พวกเขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวกับปัญหาภัยแล้งอีกต่อไป แต่พวกเขามีความหวัง มีแผนการ และที่สำคัญที่สุด คือมีกันและกัน
อนันต์มองไปยังใบหน้าของชาวบ้านแต่ละคน บางคนยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการทำงานเมื่อวาน แต่แววตาของพวกเขากลับเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความหวังและความมุ่งมั่น "เราจะผ่านมันไปด้วยกัน" เขาพึมพำกับตัวเอง
3,491 ตัวอักษร